“SWIM” จาก BTS เปลี่ยนเอ็มวีให้กลายเป็นการเดินทางกลางมหาสมุทรของความทรงจำและการไปต่อ
LSA Thailand
อัพเดต 20 มี.ค. เวลา 14.27 น. • เผยแพร่ 20 มี.ค. เวลา 07.27 น. • Lifestyle Asia Thailandหลังจากที่ห่างหายไปจากอุตสาหกรรมเพลงพักใหญ่ในนามศิลปินกลุ่ม วันนี้ “BTS” กลับมาอีกครั้งสมกับที่แฟนๆ ทั่วโลกรอคอยด้วยการปล่อยมิวสิกวิดีโอเพลงไตเติลอย่าง “SWIM” อันเป็นหนึ่งในแทรคของอัลบั้มคัมแบค “ARIRANG” ซึ่งแน่นอนว่าการกลับมาครั้งนี้แทนที่จะเปิดตัวด้วยพลังแบบระเบิดอารมณ์หรือภาพจำที่ยิ่งใหญ่ตามสูตรสำเร็จ แต่ BTS กลับเลือกเริ่มต้นบทใหม่ของตัวเองด้วยบางสิ่งที่นิ่งกว่า ลึกซึ้งกว่า และต้องใช้เวลาในการซึมซับมากกว่า นี่ไม่ใช่การคัมแบคที่พยายามจะประกาศชัยชนะ แต่เป็นการ “กลับมาอย่างมีสติ” และเลือกจะเล่าเรื่องผ่านการเคลื่อนไหว นั่นคือมูฟเมนต์ การล่องเรือ และการออกเดินทางอีกครั้งในวันที่ทุกอย่างไม่เหมือนเดิม
สิ่งที่ยืนยันได้อย่างชัดเจนคือมิวสิกวิดีโอนี้กำกับโดย “Tanu Muino” ผู้กำกับสาย cinematic ที่ขึ้นชื่อเรื่องการใช้ภาพเล่าอารมณ์ และมี “Lili Reinhart” มารับบทเป็นตัวละครหญิงอันเป็นศูนย์กลางของเรื่อง ซึ่งเพียงแค่สององค์ประกอบนี้ก็เพียงพอจะบอกทิศทางของงานได้แล้วว่า “SWIM” ไม่ได้ตั้งใจเป็นแค่การโชว์เพอร์ฟอร์แมนซ์ แต่คือการเล่าเรื่องอย่างมีนัยยะและมีแกนเรื่องชัดเจน ภาพที่ถูกปล่อยออกมาตั้งแต่ทีเซอร์จนถึงตัวเอ็มวีจริงล้วนยึดโยงกับ “ทะเล” และ “การเดินทาง” อย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นฉากในพิพิธภัณฑ์ทางทะเล โมเดลเรือสามเสา หรือภาพของสมาชิกทั้ง 7 คนยืนอยู่บนเรือใบที่กำลังแล่นออกสู่ทะเล สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่ aesthetic แต่คือคีย์วิชวลหลักของภาษาที่ต้องการสื่อสาร และภาษาที่ว่าคือ “เรือ” อันเป็นตัวแทนของการเคลื่อนที่ และ “ทะเล” เป็นพื้นที่ของความไม่แน่นอน
ในเชิงโครงสร้างการเล่าเรื่องการมีฉากในพิพิธภัณฑ์เป็นจุดที่น่าสนใจมาก เพราะพิพิธภัณฑ์คือพื้นที่ของสิ่งที่ถูกเก็บรักษา นั่นคือเป็นสถานที่ที่อดีตถูกจัดวางให้อยู่ในกรอบที่ปลอดภัยและไม่เคลื่อนไหว ขณะที่ภาพของเรือในพิพิธภัณฑ์โดยเฉพาะโมเดลเรือ ยิ่งตอกย้ำความรู้สึกของการเดินทางที่หยุดนิ่ง แต่ทันทีที่เรือเคลื่อนออกจากพื้นที่นั้นไปสู่ทะเลจริง ทุกอย่างกลับเปลี่ยนไปเพราะเรือไม่ใช่วัตถุจัดแสดงอีกต่อไป แต่มันกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งและการยืนอยู่บนเรือของ BTS ก็ทำให้ภาพนี้กลายเป็นการประกาศว่าการเดินทางกำลังเกิดขึ้นตอนนี้ไม่ใช่แค่ในความทรงจำ
อีกหนึ่งแกนสำคัญของเอ็มวีคือการมีตัวละครหญิงที่รับบทโดย Lili Reinhart ซึ่งทำหน้าที่เป็นเหมือนสายตาของผู้ชมที่พาเราเดินผ่านโลกของเรื่อง ตั้งแต่พื้นที่ปิดอย่างพิพิธภัณฑ์ไปจนถึงพื้นที่เปิดอย่างมหาสมุทร การมีตัวละครนี้ทำให้มิวสิกวิดีโอมีมิติมากขึ้น และเปิดช่องให้การตีความขยายไปไกลกว่าแค่เพอร์ฟอร์แมนซ์ของศิลปิน ในเชิงอารมณ์เพลง SWIM ไม่ได้เลือกใช้ความยิ่งใหญ่แบบ dramatic แต่ใช้ความต่อเนื่องเป็นแกนหลักเหมือนจังหวะของคลื่นที่ซัดเข้าฝั่งซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซาวด์แบบ upbeat alternative pop ของเพลงทำหน้าที่เหมือนกระแสน้ำที่พาภาพทั้งหมดไหลไปข้างหน้าอย่างไม่สะดุด ไม่มีจุดที่พยายามระเบิดอารมณ์แบบชัดเจน แต่กลับสร้างแรงดึงดูดด้วยการเคลื่อนที่ที่ไม่หยุดนิ่ง
หากมองให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น “SWIM” อาจไม่ใช่แค่เรื่องของการเดินทางทางกายภาพ แต่คือการเคลื่อนผ่านช่วงเวลาหนึ่งไปสู่อีกช่วงเวลาหนึ่ง จากสิ่งที่เคยถูกเก็บไว้ไปสู่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจริง และจากความนิ่งไปสู่การเคลื่อนไหวอีกครั้ง สุดท้ายแล้วสิ่งที่ BTS ทำในมิวสิกวิดีโอนี้ไม่ใช่การสร้างภาพจำที่ยิ่งใหญ่ที่สุด แต่คือการสร้างโลกอีกมิติที่มีจังหวะ มีความหมาย และมีพื้นที่ให้ผู้ชมเข้าไปอยู่ในนั้นได้ และบางที SWIM อาจไม่ได้กำลังถามว่าเราจะไปถึงไหน แต่กำลังชวนเราคิดว่า “เราพร้อมจะลงไปในน้ำ…และว่ายต่อหรือยัง ในวันที่ยังมองไม่เห็นฝั่ง?”
Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.