โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ปลัดเกษตรฯ ถกแผนรับมือวิกฤตตะวันออกกลาง เร่งดูแลกลุ่มเปราะบาง ออกมาตรการเชิงรุกลดต้นทุนการผลิต เล็งปรับรูปแบบใช้ปุ๋ยอินทรีย์เพิ่มขึ้น

สวพ.FM91

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ปลัดเกษตรฯ ถกแผนรับมือวิกฤตตะวันออกกลาง เร่งดูแลกลุ่มเปราะบาง ออกมาตรการเชิงรุกลดต้นทุนการผลิต เล็งปรับรูปแบบใช้ปุ๋ยอินทรีย์เพิ่มขึ้น สัดส่วน 70:30 ลดผลกระทบความผันผวนสถานการณ์โลก

(27 มี.ค.69) นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการรับมือผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ร่วมกับผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสถานการณ์ วิเคราะห์ผลกระทบ และกำหนดแนวทางรับมือเพื่อดูแลภาคเกษตรของไทย ณ ห้องประชุม 134 - 135 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผ่านระบบ Zoom Meeting ว่า จากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรและประชาชน โดยนายกรัฐมนตรี (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งติดตามสถานการณ์และเตรียมมาตรการรองรับอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการดูแลกลุ่มเกษตรกรที่เปราะบางให้ได้รับความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานดำเนินงานเชิงรุก ลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นให้เหลือน้อยที่สุด ขณะเดียวกันปลัดเกษตรฯ กำชับขอให้ทุกหน่วยงานในสังกัดใช้วิกฤตเป็นโอกาสในการยกระดับมาตรฐานการดูแลเกษตรกร และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการภาคเกษตรอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง โดยยึดหลักการทำงานแบบไร้รอยต่อเพื่อสร้างความมั่นคงให้แก่เกษตรกรไทย

ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อภาคเกษตร ทั้งด้านต้นทุนการผลิตที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะราคาพลังงานที่สูงขึ้น ทั้งด้านการผลิต การขนส่ง และการบริหารจัดการผลผลิต ตลอดจนราคาปุ๋ยและปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวเนื่อง โดยประเทศไทยมีการนำเข้าปุ๋ยกว่า 6 ล้านตันต่อปี โดยในช่วงที่เข้าสู่ฤดูกาลผลิตสำคัญ ทั้งข้าวนาปรังและพืชเศรษฐกิจ จึงได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดทำมาตรการรองรับอย่างเป็นระบบ ได้แก่ กรมการข้าว กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ และกรมพัฒนาที่ดิน ร่วมกันวางแนวทางปรับรูปแบบการใช้ปุ๋ย โดยส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์และชีวภัณฑ์ควบคู่ปุ๋ยเคมีในสัดส่วน 70:30 พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ที่ถูกต้องให้เกษตรกรเพื่อลดต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีหมอดินอาสาเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน

ขณะเดียวกัน ได้มอบหมายให้กรมปศุสัตว์ดูแลด้านพันธุ์สัตว์ อาหารสัตว์ และสุขภาพสัตว์อย่างครบวงจร กรมประมงเร่งประสานการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงราคาประหยัด (น้ำมันดีเซล B20) เพื่อลดต้นทุนการทำประมง รวมถึงส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน เช่น โซลาร์เซลล์ในศูนย์เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ส่วนกรมชลประทานให้บริหารจัดการน้ำอย่างเหมาะสมตามพื้นที่เพาะปลูกทั้งในและนอกเขตชลประทาน ขณะที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) สนับสนุนการพัฒนาแหล่งน้ำและระบบโซลาร์เซลล์ในพื้นที่เกษตรกรรม และกรมส่งเสริมสหกรณ์เร่งพัฒนาระบบสหกรณ์ด้านบริการขนส่ง และโลจิสติกส์ รวมทั้งประสานความร่วมมือกับสมาคมเครื่องจักรกลการเกษตรเพื่อสนับสนุนการเก็บเกี่ยวผลผลิตให้ทันต่อสถานการณ์ พร้อมใช้กลไกสินเชื่อและกองทุนเข้าช่วยเหลือเกษตรกร นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ จะประสานกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงพลังงานเพื่อขอสนับสนุนด้านพลังงานในช่วงฤดูกาลผลิต

“ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งวิเคราะห์และกำหนดแนวทางช่วยเหลือ “กลุ่มเกษตรกรเปราะบาง” อย่างชัดเจน เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลกำหนดมาตรการช่วยเหลือและจัดสรรงบประมาณได้อย่างตรงกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้การดำเนินมาตรการเป็นไปอย่างตรงจุด โดยจะรวบรวมข้อเสนอทั้งหมดเพื่อนำมาจัดทำแนวทางแก้ไขปัญหาในระยะเร่งด่วน 3 เดือนแรก และต่อยอดสู่มาตรการระยะยาวต่อไป โดยเน้นการบูรณาการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยงานในกระทรวงให้เกิดผลเป็นรูปธรรมสูงสุด เพื่อขับเคลื่อนมาตรการให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตามแผนงานที่กำหนดไว้ และให้จัดส่งมาตรการและข้อเสนอภายใต้การวิเคราะห์สถานการณ์และบริบทที่เกี่ยวข้องมายังสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ภายในสัปดาห์หน้า เพื่อรวบรวมจัดทำร่างและหารือร่วมกันอีกครั้ง" ปลัดเกษตรฯ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...