โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ดราม่าพลิก สาวใส่คอนแทคเลนส์ให้สุนัข สุดท้ายรู้เหตุผลจริง คนแห่เห็นใจ

Khaosod

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

สาวเจอดราม่า หลังใส่คอนแทคเลนส์ให้สุนัข สุดท้ายความจริงเผย คนแห่เห็นใจ

เป็นเรื่องราวไวรัลสุดพลิกผัน เมื่อ หลี่ หญิงสาวในมณฑลเหลียวหนิง ของจีน โดนดราม่าหลังใช้เงิน 700 หยวน (ประมาณ 3,300 บาท) ซื้อ “คอนแทคเลนส์” มาให้สุนัข จนกลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ แต่เมื่อเบื้องหลังถูกเปิดเผยก็ทำให้ผู้คนแห่ส่งกำลังใจ

หลี่แจงว่า สุนัขของเธอมีอายุ 11 ปี และป่วยเป็นโรคแผลหลุมที่กระจกตาเรื้อรัง ต้องทนทุกข์จากโรคดังกล่าวมาเป็นเวลานาน จนไม่สามารถลืมตาได้ตามปกติ ซึ่งเลนส์ที่ใส่นั้นเป็น “เลนส์ทางการแพทย์” ไม่ได้มีไว้เพื่อความสวยงาม

เจ้าตูบใช้วิธีการรักษาแบบใหม่ คือใส่เลนส์ป้องกันกระจกตาทางการแพทย์ร่วมกับการหยอดยาวันละ 6 ครั้ง เพียงใช้ค่าใช้จ่าย 700 หยวน ก็เห็นผลดีขึ้นอย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับวิธีผ่าตัดแบบดั้งเดิมที่ต้องวางยาสลบทั้งตัว วิธีนี้ช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมาก โดยเฉพาะในสุนัขที่อายุมาก

หลี่เผยว่า ค่าใช้จ่าย 700 หยวนนี้เป็นราคาที่ได้รับส่วนลดสำหรับสัตว์อายุมาก ครอบคลุมทั้งการใส่เลนส์แบบแผลเล็ก เลนส์นำเข้า และค่ายาทั้งหมด อีกทั้งก่อนหน้านี้ ดวงตาอีกข้างของเจ้าตูบก็เคยรักษาด้วยวิธีเดียวกันจนหายดี จึงเลือกใช้วิธีนี้อีกครั้ง

หลังใส่เลนส์เพียง 7 วัน การฟื้นตัวเป็นไปตามคาดการณ์ พื้นที่แผลกระจกตาของเจ้าตูบลดลงอย่างเห็นได้ชัด สามารถลืมตาและเคลื่อนไหวได้เอง ปัจจุบัน สุนัขตัวดังกล่าวได้กลับไปพักฟื้นที่บ้านแล้ว

ขอบคุณที่มา hk01

เรียบเรียงโดยทีมงานข่าวสดออนไลน์

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ดราม่าพลิก สาวใส่คอนแทคเลนส์ให้สุนัข สุดท้ายรู้เหตุผลจริง คนแห่เห็นใจ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...