จีนค้านร่างกฎหมายคุมส่งออกสหรัฐฯ หวั่นกระทบห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์โลก
เตือนการขยายขอบเขตความมั่นคงที่เกินความจำเป็นของสหรัฐฯ เสี่ยงทำลายระเบียบการค้าสากล ร่างกฎหมาย MATCH Act มุ่งเป้าจำกัดเทคโนโลยีฮาร์ดแวร์ กระทบเสถียรภาพอุตสาหกรรมชิปทั่วโลก กระทรวงพาณิชย์จีนส่งสัญญาณพร้อมดำเนินมาตรการตอบโต้เพื่อปกป้องผลประโยชน์ภาคธุรกิจ
25 เมษายน 2569รัฐบาลจีนออกคำแถลงอย่างเป็นทางการในวันนี้ แสดงความคัดค้านต่อร่างกฎหมายฉบับใหม่ของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ที่มุ่งเป้ายกระดับการควบคุมการส่งออกเทคโนโลยี โดยเฉพาะร่างกฎหมายการประสานความร่วมมือพหุภาคีในการควบคุมเทคโนโลยีด้านฮาร์ดแวร์ (Multilateral Alignment of Technology Controls on Hardware หรือ MATCH Act) ซึ่งผ่านการเห็นชอบจากคณะกรรมาธิการการต่างประเทศของสหรัฐฯ เมื่อไม่นานมานี้
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถูกมองว่าเป็นความพยายามของสหรัฐฯ ในการใช้ประเด็นความมั่นคงแห่งชาติเป็นข้ออ้างเพื่อจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูงของจีน ซึ่งส่งผลให้ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสองมหาอำนาจทางเศรษฐกิจตึงเครียดมากยิ่งขึ้นในไตรมาสนี้
ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และเศรษฐกิจโลก
โฆษกกระทรวงพาณิชย์ของจีนระบุว่า มาตรการควบคุมที่เข้มงวดเกินความจำเป็นนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะต่อบริษัทจีนเท่านั้น แต่จะสร้างความปั่นป่วนอย่างรุนแรงต่อโครงสร้างเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่เป็นหัวใจสำคัญของเทคโนโลยีสมัยใหม่ ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานโลก (Global Supply Chain) ที่กำลังอยู่ในช่วงเปราะบางจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคอื่น
"หากร่างกฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้ จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระเบียบเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศ และอาจสร้างความปั่นป่วนอย่างมีนัยสำคัญต่อเสถียรภาพของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก"
การประเมินดังกล่าวสะท้อนถึงความกังวลของจีนต่อต้นทุนการผลิตที่จะสูงขึ้นและความล่าช้าในการพัฒนาเทคโนโลยีในภาพรวม หากตลาดถูกแบ่งแยกด้วยกำแพงกฎหมายการส่งออกที่ไม่มีความยืดหยุ่น
ทิศทางการตอบโต้และกลยุทธ์การปกป้องผลประโยชน์ของจีน
ในส่วนของมาตรการรับมือ จีนยืนยันว่าจะมีการติดตามกระบวนการนิติบัญญัติของสหรัฐฯ ในขั้นตอนที่เหลืออย่างใกล้ชิด และมีการประเมินความเสียหายต่อภาคอุตสาหกรรมของจีนอย่างรอบด้านเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการดำเนินนโยบายเชิงรุกในการตอบโต้
โฆษกกระทรวงพาณิชย์ย้ำเตือนว่า จีนจะไม่นิ่งเฉยต่อการละเมิดสิทธิทางการค้าที่เป็นธรรม และพร้อมที่จะดำเนินการที่จำเป็นตามความเหมาะสม
"จีนจะติดตามกระบวนการออกกฎหมายดังกล่าวอย่างใกล้ชิด ประเมินผลกระทบต่อผลประโยชน์ของจีนอย่างรอบคอบ และจะดำเนินมาตรการที่เด็ดขาดและจำเป็น เพื่อปกป้องสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมของบริษัทจีนอย่างเต็มที่"
สถานการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่า สมรภูมิเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ และจีนได้เข้าสู่ช่วงของการต่อสู้ด้วยข้อกฎหมายระดับพหุภาคี ซึ่งจะส่งผลให้นักลงทุนและผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานไอทีทั่วโลกต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนทางการค้าที่เพิ่มสูงขึ้นในระยะยาว โดยเฉพาะกลุ่มบริษัทที่พึ่งพาวัตถุดิบและเทคโนโลยีจากทั้งสองประเทศในการผลิตชิปประมวลผลและฮาร์ดแวร์ขั้นสูงอื่นๆ