NTT DOCOMO ผนึก แอสเซนด์ ปั้น Amaze สู่เบอร์ 1 ลอยัลตี้แพลตฟอร์มไทย
NTT DOCOMO GLOBAL ผนึก แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ ปั้น Amaze สู่เบอร์ 1 ลอยัลตี้แพลตฟอร์มไทย ชู AI-Data ขับเคลื่อนการตลาดวิถีใหม่
วันที่ 24 เมษายน 2569 – ปรากฏการณ์ความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างสองมหาอำนาจทางธุรกิจระดับภูมิภาคได้อุบัติขึ้นอย่างเป็นทางการ เมื่อ NTT DOCOMO GLOBAL, Inc. ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีและโทรคมนาคมจากประเทศญี่ปุ่น บรรลุข้อตกลงร่วมทุนเชิงกลยุทธ์กับ บริษัท แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ จำกัด ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เพื่อร่วมกันยกระดับดิจิทัลอีโคซิสเต็มของประเทศไทย ผ่านแพลตฟอร์ม “Amaze” มุ่งเป้าพลิกโฉมอีคอมเมิร์ซและโซลูชันการตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเชิงลึก (Data-Driven Marketing) อย่างเต็มรูปแบบ
นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้เน้นย้ำถึงเป้าหมายในการเชื่อมต่อค้าปลีก โทรคมนาคม และบริการดิจิทัลให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อเสริมศักยภาพให้กลุ่ม SME ไทยให้เข้าถึงเครื่องมือการตลาดระดับโลก และยกระดับมาตรฐานดิจิทัลของไทยให้ทัดเทียมกับตลาดที่ก้าวหน้าที่สุดอย่างญี่ปุ่น
การผนึกกำลังครั้งนี้จึงไม่เพียงแต่เป็นการร่วมทุนทางธุรกิจ แต่คือการวางรากฐาน "เศรษฐกิจที่เชื่อมต่อกัน" (Interconnected Economy) ที่จะเปลี่ยนวิถีการช้อปปิ้งและการตลาดของไทยไปตลอดกาล
ชูยุทธศาสตร์การทรานส์ฟอร์ม จาก พอยท์ สู่ขุมทรัพย์ข้อมูลระดับชาติ
ภายใต้การลงนามข้อตกลงความร่วมมือทางธุรกิจเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ทั้งสองบริษัทเตรียมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สำคัญผ่านแพลตฟอร์ม Amaze ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันที่ผนวกฟีเจอร์ “Amaze Mall” (อีคอมเมิร์ซ) เข้ากับ “Amaze Points” (ระบบลอยัลตี้) โดยปัจจุบันมียอดสมาชิกพุ่งสูงถึง 4 ล้านรายภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งปี
หัวใจสำคัญของดีลนี้คือการนำองค์ความรู้จาก d POINT CLUB ของ DOCOMO ซึ่งมีฐานสมาชิกกว่า 100 ล้านรายในญี่ปุ่น มาผสานเข้ากับโครงข่ายค้าปลีกอันทรงพลังของเครือซีพีที่มีจุดสัมผัสลูกค้า (Touchpoints) มหาศาล อาทิ 7-Eleven กว่า 15,000 แห่ง, Lotus’s 2,500 แห่ง และฐานผู้ใช้งาน True อีกกว่า 52 ล้านราย เพื่อสร้างโมเดล "Single ID Marketing" ที่สามารถวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคได้อย่างแม่นยำในทุกมิติ
โดยก้าวแรกของความร่วมมือที่เริ่มขึ้นตั้งแต่วันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2569 คือการเปิดตัว “Amaze Survey” โซลูชันวิจัยตลาดดิจิทัลที่พัฒนาร่วมกับ INTAGE (บริษัทในเครือ DOCOMO Group) ซึ่งมีความเชี่ยวชาญระดับโลก บริการนี้จะช่วยให้องค์กรธุรกิจในไทยสามารถทำแบบสำรวจเจาะจงกลุ่มเป้าหมายตามพฤติกรรมการซื้อจริง แทนการสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบเดิม โดยผู้บริโภคที่เข้าร่วมจะได้รับ Amaze Points เป็นสิ่งตอบแทน ซึ่งจะสร้างวงจรข้อมูลที่มีคุณภาพสูงสุด (High-Quality Insight) ให้กับภาคธุรกิจไทย
เพื่อกระตุ้นการใช้งานในวงกว้าง แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ ได้ประกาศแคมเปญ “Consumer Engagement Program” ตลอดปี 2569 โดยมีไฮไลต์สำคัญคือ:
- Multiplier Effect: มอบพอยท์สะสมเพิ่มเป็น 3 เท่า เมื่อใช้จ่ายผ่านแอปฯ Amaze ที่ 7-Eleven, Lotus’s และ ODM
- New Member Incentive: มอบพอยท์มูลค่าเทียบเท่า 200 บาท สำหรับการซื้อครั้งแรกเมื่อมียอดใช้จ่ายครบ 500 บาท
- Amazing Japan: เตรียมเปิดตัวเซกเมนต์ใหม่ในเดือนพฤษภาคม 2569 นำเข้าแบรนด์ชั้นนำจากญี่ปุ่น อาทิ MITSUKOSHI DEPACHIKA, SHARP, LION และ IRIS OHYAMA เพื่อส่งมอบสินค้าคุณภาพสูงส่งตรงถึงมือผู้บริโภคไทย
นายธรินทร์ ธนียวัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ ที่ย้ำว่า Amaze จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน CRM ที่แข็งแกร่ง ช่วยให้พันธมิตรทางธุรกิจเข้าถึงผู้ใช้งานกว่า 40 ล้านรายในอีโคซิสเต็มของซีพีได้โดยไม่ต้องลงทุนมหาศาล
“ในความร่วมมือครั้งนี้ Amaze Super App ภายใต้การดำเนินงานของ แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ จะทำหน้าที่เป็น แรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาอีโคซิสเต็มด้านลอยัลตี้และโปรแกรมสะสมคะแนนของประเทศไทย ทั้งสำหรับภาคธุรกิจและผู้บริโภคชาวไทย และด้วยการผนึกกำลังกับ DOCOMO Group เราจะร่วมกันพัฒนา Amazeให้เป็นแพลตฟอร์มสำหรับผู้บริโภคที่เชื่อมต่อถึงกันมากยิ่งขึ้นพร้อมทั้งสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านCRM และลอยัลตี้ที่แข็งแกร่ง เพื่อสนับสนุนภาคธุรกิจทั่วประเทศไทยได้อย่างแท้จริง
นอกจากนี้ การบูรณาการเครือข่ายค้าปลีก และพันธมิตรของเครือซีพีเข้ากับอีโคซิสเต็มของ Amaze ที่เชื่อมต่อถึงกันและขับเคลื่อนด้วยข้อมูลจะช่วยปลดล็อกโอกาสทางธุรกิจและความร่วมมือระหว่างแบรนด์ต่าง ๆ บนแพลตฟอร์มได้ดียิ่งขึ้น ส่งผลให้พาร์ทเนอร์สามารถเข้าถึงผู้ใช้งาน ไม่ซ้ำกันกว่า 40 ล้านรายทั่วทั้งอีโคซิสเต็มบริการต่าง ๆ ในเครือซีพี พร้อมทั้งใช้ประโยชน์จากเครื่องมือดิจิทัลที่สามารถ ปรับแต่งได้ โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมาก
ความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญบนเส้นทางการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของประเทศไทย โดย NTT DOCOMO GLOBAL และแอสเซนด์คอมเมิร์ซจะยังคงขับเคลื่อนการขยายธุรกิจการตลาดในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ด้วยการใช้จุดแข็งที่โดดเด่นของทั้งสองบริษัทร่วมกัน
Mr. Hiroki Kuriyama CEO ของ NTT DOCOMO GLOBAL ระบุว่าไทยเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง และความร่วมมือครั้งนี้เป็นการนำความสำเร็จจากญี่ปุ่นมาสร้างคุณค่าที่จับต้องได้“DOCOMO ได้สร้างหนึ่งในฐานสมาชิกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ประกอบด้วยสมาชิกประมาณ 100 ล้านราย และเราได้ใช้จุดแข็งนี้พัฒนาบริการและโซลูชันที่ครอบคลุมหลากหลายสาขา อาทิ บริการด้านการเงินและความบันเทิง โดยเฉพาะธุรกิจโซลูชันด้านการตลาด DOCOMO สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลด้านการตลาด (Marketing DX) ของบริษัทต่าง ๆ โดยการใช้ข้อมูลฐานลูกค้าร่วมกับข้อมูลพันธมิตร และส่งมอบโซลูชันตามแนวทาง ‘Single ID × Full Funnel’
DOCOMO ตั้งใจจะขยายประสบการณ์และความเชี่ยวชาญจากตลาดในประเทศญี่ปุ่นสู่ตลาดต่างประเทศในเชิงรุก การดำเนินโครงการในประเทศไทยผ่านความร่วมมือกับเครือซีพี และแอสเซนด์ คอมเมิร์ซ ถือเป็นโมเดลต้นแบบของ การนำสินทรัพย์ภายในประเทศไปปรับใช้ในต่างประเทศ และมีความสำคัญเชิงกลยุทธ์อย่างยิ่งต่อบริษัท
นอกจากนี้ โครงการนี้ยังเป็นโอกาสแรกในการแสดงให้เห็นถึงการผสานพลังระหว่าง DOCOMO และ INTAGE ในตลาดต่างประเทศ ซึ่งเรามีความคาดหวังสูงต่อศักยภาพดังกล่าว DOCOMO สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลด้านการตลาด ของบริษัทต่าง ๆ ด้วยการใช้สินทรัพย์ด้านการตลาดที่หลากหลาย อาทิ แพลตฟอร์มข้อมูลสมาชิกกว่า 100 ล้านราย ข้อมูลด้านพอยท์และการชำระเงิน สินทรัพย์ด้านสื่อ ขีดความสามารถในการวิเคราะห์ และเทคโนโลยี AI ผ่านการเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับ INTAGE และ CARTA ทำให้ DOCOMO สามารถสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ที่สนับสนุนห่วงโซ่คุณค่าครบวงจร (Value Chain) ซึ่งขับเคลื่อนด้วยข้อมูล
ในด้านการปรับใช้โซลูชัน DX รูปแบบใหม่ที่ผสานเทคโนโลยี AI เข้ากับการส่งโฆษณาแบบข้ามสื่อ (Cross-media) ครอบคลุมทั้งสื่อค้าปลีก สื่อโทรทัศน์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และแพลตฟอร์มอื่น ๆ การเริ่มต้นพูดคุยถึงความร่วมมือ กับเครือซีพีในประเทศไทย ทำให้ DOCOMO มีเป้าหมายที่จะขยายความเป็นไปได้ในการนำเสนอ ‘Single ID Marketing’ โซลูชันการตลาดที่พัฒนาในญี่ปุ่น มาสู่ตลาดประเทศไทย โดย DOCOMO จะยังคงร่วมมือกับพันธมิตรทั่วภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อมีส่วนร่วมแก้ไขความท้าทายด้านการตลาดและสร้างมูลค่าสูงสุดให้กับภาคธุรกิจต่อไปในระดับสากล