โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

MAJOR กำไร Q1/69 พุ่ง 126% แตะ 75 ลบ. รับหนังฟอร์มยักษ์หนุนจำนวนผู้ชมภาพยนตร์-ป๊อปคอร์นพุ่ง

efinanceThai

เผยแพร่ 08 พ.ค. เวลา 10.32 น.

MAJOR กำไร Q1/69 พุ่ง 126% แตะ 75 ลบ. รับหนังฟอร์มยักษ์หนุนจำนวนผู้ชมภาพยนตร์-ป๊อปคอร์นพุ่ง

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -8 พ.ค. 69 17:32 น.

MAJOR โชว์ผลงานไตรมาส 1/69 กำไรสุทธิ 75 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 126% จากปีก่อน รับอานิสงส์ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ไทย-ต่างประเทศ กระตุ้นยอดคนดูและรายได้ธุรกิจโรงภาพยนตร์ พร้อมดันรายได้รวมโต 14% แม้รายได้โฆษณาชะลอตัว

บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAJOR เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 1/69 โดยมีรายละเอียดที่สำคัญดังนี้

ภาพรวมผลการดำเนินงานปี 69

มีกำไรสุทธิ 75 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42 ล้านบาท หรือ 126% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 33 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากธุรกิจหลักและการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง

บริษัทมีรายได้รวมจำนวน 1,614 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 195 ล้านบาท หรือ 14% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 1,419 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากรายได้ธุรกิจโรงภาพยนตร์ที่เติบโตจากภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ทั้งฮอลลีวูดและไทย อาทิ สัปเหร่อ 2 และ Avatar 3: Fire and Ash ส่งผลให้จำนวนผู้เข้าชมภาพยนตร์และรายได้จากการขายป๊อปคอร์นและเครื่องดื่มปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับกำไรขั้นต้นของ MAJOR อยู่ที่ 531 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 500 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 33% ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากการปรับตัวดีขึ้นของอัตรากำไรของธุรกิจ Concession (อาหารและเครื่องดื่ม) การบริหารต้นทุนค่าสาธารณูปโภค และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ด้านค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) อยู่ที่ 453 ล้านบาท ลดลง 25 ล้านบาท หรือ 5% จากปีก่อน

ในส่วนของกำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54 ล้านบาท หรือ 129% ขณะที่ EBITDA อยู่ที่ 420 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34 ล้านบาท หรือ 9% โดยมี EBITDA Margin อยู่ที่ 26% อย่างไรก็ตาม ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนลดลง 54% มาอยู่ที่ 32 ล้านบาท เนื่องจากผลตอบแทนจากการลงทุนและส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนบางรายการลดลง

ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดให้แก่ผู้ถือหุ้นสามัญในอัตรา 0.25 บาทต่อหุ้น สำหรับผลการดำเนินงานงวด 12 เดือน สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 สะท้อนถึงนโยบายการดูแลผลตอบแทนผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอ

ฐานะการเงินแข็งแกร่ง

ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 MAJOR มีสินทรัพย์รวม 12,383 ล้านบาท ลดลง 3% จากสิ้นปี 68 สาเหตุหลักจากการชำระเงินสำหรับหุ้นซื้อคืนและการลดลงของสินทรัพย์สิทธิการใช้ (ROU Assets) หนี้สินรวมอยู่ที่ 7,583 ล้านบาท ลดลง 3% จากสิ้นปี 68 จากการชำระเจ้าหนี้การค้าและภาระหนี้สินตามสัญญาเช่าที่ลดลง ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 4,800 ล้านบาท ลดลง 3% จากผลของการสำรองหุ้นซื้อคืน

บริษัทฯยังคงมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) เท่ากับ 1.61 เท่า, อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net D/E Ratio) เท่ากับ 0.52 เท่า และอัตราส่วนภาระหนี้ตามข้อกำหนดสิทธิ (Debt Covenant) เท่ากับ 1.06 เท่า ซึ่งยังอยู่ในระดับต่ำกว่าข้อกำหนดทางการเงินของบริษัทฯ

แนวโน้มแผนธุรกิจปี 69

MAJOR คาดการณ์แนวโน้มผลการดำเนินงานในปี 2569 จะปรับตัวดีขึ้นจากปีก่อน โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ทั้งฮอลลีวูด ไทย และอนิเมชันที่มีแผนเข้าฉายอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ซึ่งจะช่วยสนับสนุนจำนวนผู้เข้าชมภาพยนตร์ (Admissions) และการใช้จ่ายในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (Concession) ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัทฯ

บริษัทฯจะยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน รวมถึงการยกระดับประสบการณ์ให้ลูกค้า ผ่านการพัฒนาเทคโนโลยีและรูปแบบการให้บริการ การนำเสนอคอนเทนต์และกิจกรรมที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค การพัฒนาโรงภาพยนตร์และพื้นที่บริการรูปแบบใหม่ ตลอดจนการส่งเสริมโปรแกรมสมาชิกและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความพึงพอใจและความถี่ในการใช้บริการของลูกค้า ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความสามารถในการทำกำไรและรักษาความแข็งแกร่งทางการเงินในระยะยาว

นอกจากนี้ MAJOR ยังคงมุ่งเน้นการลงทุนและพัฒนาคอนเทนต์ไทยผ่าน M STUDIO รวมถึงการขยายช่องทางการสร้างรายได้จากการจำหน่ายลิขสิทธิ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเติบโตในระยะยาว บริษัทฯ ยังคงมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง และมีสภาพคล่องเพียงพอสำหรับการดำเนินธุรกิจและรองรับแผนการลงทุนในอนาคต โดยจะติดตามและบริหารจัดการปัจจัยความเสี่ยงต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถปรับตัวได้อย่างเหมาะสมต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

เรียบเรียง โดย ปริวัฒน์ หินพลอย
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...