โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เลิกจับสลากหมอใช้ทุน! สธ.แก้เกมแพทย์ลาออก ปรับเกณฑ์อินเทิร์นเลือกลงพื้นที่ขาดแคลน-แลกทุนเรียนต่อ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 08 พ.ค. เวลา 06.55 น. • เผยแพร่ 08 พ.ค. เวลา 06.55 น.

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยถึงแนวทางการจัดสรรและบริหารกำลังคนด้านแพทย์ของกระทรวงสาธารณสุข ว่า ปัญหาของระบบแพทย์ไทยในปัจจุบัน ไม่ได้อยู่ที่ “จำนวนแพทย์ไม่พอ” เพียงอย่างเดียว แต่เป็นปัญหาเรื่อง “การกระจายตัว” และการจัดระบบกำลังคนให้สอดคล้องกับภาระงานจริงของแต่ละพื้นที่

โดยปัจจุบันประเทศไทยมีอัตราส่วนแพทย์ต่อประชากรประมาณ 1 ต่อ 900 ขณะที่หลายประเทศพัฒนาแล้วอยู่ที่ประมาณ 1 ต่อ 600 ทำให้มีการตั้งคำถามว่าประเทศไทยยังขาดแพทย์อยู่หรือไม่ โดยข้อมูลจากการประเมินภาระงานหรือ Full-Time Equivalent (FTE) พบว่ายังขาดแพทย์อีกประมาณ 20,000-30,000 คน อย่างไรก็ตาม กระทรวงมองว่าการประเมินควรอ้างอิงจาก “ภาระงานจริง” ของแต่ละโรงพยาบาลมากกว่า

“ขณะนี้กระทรวงกำลังให้ทุกพื้นที่สำรวจรายละเอียดภายใน 3 เดือน ว่าโรงพยาบาลแต่ละแห่ง ตั้งแต่โรงพยาบาลชุมชนขนาด 30 เตียง ไปจนถึงโรงพยาบาลศูนย์ 600-700 เตียง ควรมีแพทย์จำนวนเท่าใดตามภาระงานจริง ทั้งจำนวนเตียง ผู้ป่วย และประชากรที่ต้องดูแล เพื่อจัดสรรแพทย์ให้เหมาะสม” นพ.สมฤกษ์ กล่าว

นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า ปัญหาหลักในปัจจุบันคือ แพทย์ส่วนใหญ่อยู่ในภาคเอกชนหรือโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ทำให้โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล ขาดแคลนแพทย์อย่างหนัก ทั้งที่หากดูภาพรวมทั้งประเทศ ตัวเลขแพทย์ต่อประชากรอาจดูเพียงพอ อย่างไรก็ตาม กระทรวงกำลังปรับระบบค่าตอบแทนใหม่ โดยจะอิง “ปริมาณงาน” มากขึ้น แทนการจ่ายแบบเท่ากันทั้งระบบ โดยเฉพาะแพทย์เฉพาะทางสาขาหลัก เช่น อายุรกรรม ศัลยกรรม สูติ-นรีเวช กุมารเวชศาสตร์ เวชศาสตร์ฉุกเฉิน และสาขาหลักอื่นๆ ที่มีภาระงานสูง

“ที่ผ่านมาแพทย์เฉพาะทางบางสาขาทำงานหนักมาก แต่ได้เงินเดือนเท่ากันกับสาขาที่ภาระงานน้อยกว่า ทำให้แพทย์รุ่นใหม่จำนวนหนึ่งเลือกเรียนสาขาที่สบายกว่า หรือออกไปทำงานด้านเสริมความงามแทน กระทรวงจึงกำลังหารือเพื่อปรับค่าตอบแทนตาม workload หรือ productivity โดยเฉพาะพื้นที่ที่ขาดแพทย์เกิน 40% อาจเพิ่มเงินสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษของผู้ปฏิบัติงานด้านการสาธารณสุข หรือ พ.ต.ส. จาก 5,000 บาท เป็น 15,000 บาท ส่วนพื้นที่ขาด 20-40% อาจเพิ่มเป็น 10,000 บาท” นพ.สมฤกษ์ กล่าว

นพ.สมฤกษ์ กล่าวอีกว่า สำหรับการแก้ปัญหาแพทย์ใช้ทุน หรือ แพทย์อินเทิร์น กระทรวงได้ปรับระบบใหม่ครั้งแรก โดยเปิดให้นักศึกษาแพทย์และแพทย์ใช้ทุนเลือกลงพื้นที่ขาดแคลนก่อน เพื่อแลกกับสิทธิเลือกทุนเรียนต่อและเลือกสถานที่เรียนต่อได้ก่อนคนอื่น

“ที่ผ่านมาแพทย์ใช้ทุนจำนวนมากจับสลากแล้วได้พื้นที่ที่ไม่ต้องการ ทำให้ครบปีแรกแล้วลาออก แต่ปีนี้เราประกาศรายชื่อโรงพยาบาลขาดแคลน 30 กว่าแห่ง ต้องการแพทย์รวม 205 คน หากใครสมัครใจไปอยู่ จะได้สิทธิเลือกทุนเรียนต่อก่อนทันที ปรากฏว่าแพทย์ใช้ทุนปี 1 ที่กำลังขึ้นปี 2 สมัครใจไปแล้วประมาณ 180 คน และนักศึกษาแพทย์ที่กำลังจะจบอีกประมาณ 180 คน ก็ยกมือขอไปเช่นกัน” นพ.สมฤกษ์ กล่าวและว่า โรงพยาบาลที่ยังขาดแพทย์มาก ได้แก่ จ.บึงกาฬ และ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งกระทรวงกำลังเร่งแก้ปัญหา โดยเฉพาะประเด็นระบบการทำงานและการสนับสนุนจากแพทย์รุ่นพี่หรือ staff

นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า ปัญหาที่แพทย์ใช้ทุนร้องเรียนมากที่สุดในปัจจุบัน ไม่ใช่เรื่องค่าตอบแทน แต่เป็นเรื่องทำงานหนักแต่ไม่มีคนสอน โดยกระทรวงได้รับเรื่องร้องเรียนจากแพทยสภา และตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้วอย่างน้อย 2 กรณี ในพื้นที่ จ.บึงกาฬ และ จ.นครพนม

“บางกรณีแพทย์ staff รับปรึกษาทางโทรศัพท์ แต่ไม่ขึ้นมาดูคนไข้จริง ทำให้น้องแพทย์ใช้ทุนรู้สึกว่าไม่มีคนช่วยดูแล ขณะนี้มีการดำเนินการทางวินัยแล้ว โดยให้เขตสุขภาพเป็นผู้ตั้งกรรมการสอบ เพื่อให้เป็นกลาง ไม่ใช่ให้โรงพยาบาลสอบกันเอง” นพ.สมฤกษ์ กล่าวและว่า วัฒนธรรมการทำงานระหว่างแพทย์รุ่นเก่ากับรุ่นใหม่มีความแตกต่างกัน โดยในอดีตอาจมีการสอนแบบเข้มงวด แต่ปัจจุบันจำเป็นต้องปรับวิธีการสื่อสารและการดูแลให้เหมาะสมกับคนรุ่นใหม่มากขึ้น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เลิกจับสลากหมอใช้ทุน! สธ.แก้เกมแพทย์ลาออก ปรับเกณฑ์อินเทิร์นเลือกลงพื้นที่ขาดแคลน-แลกทุนเรียนต่อ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...