โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

สื่อมวลชนปัญญาอ่อน?

ไทยโพสต์

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 17 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นโยบายฟรีวีซ่า 60 วัน..

เกิดขึ้นในยุครัฐบาลเพื่อไทย-คุณเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกฯ อ้างว่าเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยเพิ่มมากขึ้น

ก็..มีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและเห็นต่าง ซึ่งที่สุดหลังเปิด “ฟรีวีซ่า” มาแต่ปี 67 ถึงตอนนี้ ที่เห็นต่างนั้นก็ปรากฏภาพความจริงให้ประจักษ์

ทั้งต่างชาติแฝงตัวเข้ามาทำงานผิดกฎหมายอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ทั้งปัญหากระทบต่อความมั่นคง และนอกจากจะไม่ได้ช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวแล้ว..

ยังทำให้การท่องเที่ยวไร้คุณภาพ มากแต่ด้านปริมาณ!

เหตุนี้กระมัง..เมื่อรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย-คุณอนุทิน ชาญวีรกูล เข้ามาบริหารประเทศ จึงได้เห็นข่าวจาก “ผู้จัดการออนไลน์” ที่รายงาน..

“นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ กล่าวถึงกรณีมีการสะท้อนปัญหาพฤติกรรมไม่เหมาะสมของนักท่องเที่ยวบางคน บางกลุ่ม ว่า

หลังจากที่มีการทดลองใช้ฟรีวีซ่าแบบ 60 วัน กับนักท่องเที่ยวในหลายประเทศเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงที่ผ่านมา

ปรากฏว่ามีการสะท้อนปัญหาเข้ามามากมาย ซึ่งเรื่องนี้ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการต่างประเทศ รวมทั้งฝ่ายความมั่นคงจะต้องกลับมาทบทวนถึงมาตรการฟรีวีซ่า

เพื่อให้เกิดความเหมาะสมมากที่สุด..ซึ่งในการทบทวนนั้นจะต้องมองในเรื่องของการปฏิบัติว่าจะต้องทำอย่างไรเพื่อให้เกิดความเหมาะสม

รวมทั้งจะทำอย่างไรกับนักท่องเที่ยวที่มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และจะมีการปรับอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาจากนักท่องเที่ยวที่ไม่พึงประสงค์..”

ครับ..ตอนนั้นแม้ผมจะไม่ได้เห็นต่าง เพราะเชื่อ-และมั่นใจในทุกนโยบายของพรรคเพื่อไทยจะได้มีการกลั่นกรอง พิจารณารอบคอบถี่ถ้วนดีแล้ว

แต่เมื่อเป็นที่ประจักษ์ว่า “นโยบายฟรีวีซ่า 90 วัน 93 ประเทศ” ประโยชน์น้อยกว่าความชิบหาย เอ๊ยเสียหายของประเทศ-สังคม

ผมจึงเลยเห็นดี-เห็นงาม และขอสนับสนุนที่รัฐบาลเตรียมยกเลิก “ฟรีวีซ่า” ..อย่าอืดอาดล่ะ รีบนำเข้าพิจารณาในการประชุม ครม. ออกเป็นมติ..เร็ว!

เอ้า..แล้วนั่นจะเห็นด้วยดีไหม? ก็ที่คุณจักรพล ผลละออ ผู้ช่วยเลขาธิการพรรคประชาชน โพสต์กรณีมีเสียงวิจารณ์การทำงานของพรรค ว่า..

“จริงๆ เรื่องนี้อยู่นอกประเด็นการเขียนเรื่องพรรคมวลชน แต่เป็นเรื่องที่ผมครุ่นคิดกับมันมาสักระยะหนึ่งแล้ว

ผมคิดว่าสื่อมวลชนของเรา ขออภัยหากใช้ถ้อยคำรุนแรง คือถ้าพูดตามตรง “ปัญญาอ่อน” กันขึ้นทุกวัน

ก่อนหน้านี้หรือก่อนผมเกิด เราเคยเชื่อว่าสื่อมวลชนเป็นฐานันดรที่สี่ เป็นชนชั้นพิเศษ มีอภิสิทธิ์ หรือเป็นปราการปกป้องเสรีภาพและประชาธิปไตย

จนได้พูดกันว่าเสรีภาพสื่อคือเสรีภาพประชาชน

แต่ดูคุณภาพสื่อมวลชนทุกวันนี้กันเถอะครับ เราคาดหวังสื่อมวลชนในฐานะปราการปกป้องอะไรได้บ้าง สื่อมวลชนไม่ได้คัดกรองข่าวหรือชี้นำความคิดอะไรแก่สังคมเลย

ได้แต่หยิบเอาเรื่องปัญญาอ่อนอะไรก็ได้ที่น่าจะมีคนสนใจมาเขียนข่าวกันไปวันๆ สถานะผู้ชี้นำความคิดหรือปราการปกป้องประชาธิปไตยอะไรนี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง

เหลือสื่อมวลชนไม่กี่คนเท่านั้นที่คิดเรื่องนี้ และที่น่าเศร้าคือสื่อจำนวนมากที่สำนึกเรื่องนี้เป็นสื่ออิสระหรือสื่อพลเมืองที่ไม่ใช่สื่อมวลชนอาชีพมีสังกัดใหญ่โตด้วย

แต่คนเหล่านี้แม่นยำเรื่องจรรยาบรรณสื่อเสียยิ่งกว่าพวกจบสื่อสารมวลชนมาหากินกับอาชีพสื่อหลายคนเสียอีก

สำหรับผม ถ้าเราคาดหวังให้ประเทศนี้ก้าวหน้า มีอนาคต สื่อมวลชนในฐานะฐานันดรที่สี่ ก็ต้องช่วยชี้นำความคิดสังคมด้วย ต้องเลิกเสนอข่าวดรามาปัญญาอ่อน ไร้สาระ

แล้วผลักดันความคิดชี้นำในสังคม เลิกคิดง่ายๆ แบบสุกเอาเผากินหากินกับเรื่องงี่เง่าแล้วทำข่าวเชิงลึกเสริมสร้างสติปัญญาแก่สังคมบ้าง

พูดแบบนี้เพื่อนสนิทมิตรสหายที่เป็นสื่ออาจจะโกรธ อาจจะเกลียดผม แต่นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่าต้องพูด ไม่อย่างนั้นเราก็จะวนเวียนอยู่ในวัฏจักรแบบนี้กันไม่รู้จบ..”

เอาเถอะ..แม้จะไม่ใช่เพื่อนสนิท แต่ผมก็ไม่โกรธ-เกลียดคุณจักรพลหรอกน่า เป็นสิทธิที่จะมองกันได้ แต่ขอออกตัวนิด..สื่อมวลชนไม่ได้เป็นชนชั้นพิเศษอะไรเลย

และเป็นองค์กร-สังคมที่มีทั้งคนดี-คนไม่ดีปะปนกันเฉกเช่นสมาชิกในพรรคประชาชนนั่นแหละ!

อ้อ..เรื่องผลักดันความคิดชี้นำในสังคม สื่อก็ได้ทำมาโดยตลอดทุกยุค-ทุกสมัย ยิ่งยุคนี้ยิ่งต้องทำหนักขึ้น เพราะมีกลุ่มคนบางคณะได้พยายามชักจูงชี้นำสังคมไปในทางผิดๆ แบบสุกเอาเผากิน

ส่วนที่ว่า สื่อปัญญาอ่อนนั้นผมไม่เถียง และเชื่อคุณจักรพลก็คงไม่เถียง หากผมจะบอกว่า..

สส.พรรคประชาชนก็มี..ปัญญาอ๋อนนอ่อน!.

สันต์ สะตอแมน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...