โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘Stack Dating’ เทรนด์การเดตที่เน้นความคุ้มค่า เมื่อเวลามีจำกัดแต่ความรักนั้นมีไม่จำกัด

The MATTER

อัพเดต 22 เม.ย. เวลา 11.11 น. • เผยแพร่ 22 เม.ย. เวลา 11.00 น. • Lifestyle

ทุกวันนี้อะไรๆ ก็รีบเร่งไปหมด ทำอะไรทีก็ต้องทำให้ครบและไว เพราะเดี๋ยวมันจะไม่ทันกินเอา

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า แนวคิดเรื่องความคุ้มค่า เฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของ ‘เวลา’ กลายเป็นพื้นฐานสำหรับหลายๆ คนในหลากหลายเรื่อง เวลาจะทำอะไรทีต้องเอาให้คุ้ม เก็บให้ครบ จะได้ไม่ต้องมาเสียดายกันทีหลัง

แม้กระทั่งเรื่องความรัก เดิมทีเราต่างก็เคยมองว่า การสร้างความสัมพันธ์เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ต้องใช้ระยะเวลาในการประกอบร่างมันขึ้นมาทีละเล็กน้อย ถ้าเปรียบเทียบเป็นต้นกล้า ก็ต้องทุ่มเทและใส่ใจเติมปุ๋ย รดน้ำ รวมถึงพรวนดินอย่างสม่ำเสมอ ต้นรักถึงจะงอกเงยออกมาได้สมบูรณ์ หากแต่ในยุคสมัยที่ความคุ้มค่าต้องมาพร้อมความรีบเร่ง จะปลูกทีละต้นแบบเดิม ก็คงไม่ทันใจ จึงต้องเปลี่ยนมาเน้นปลูกหลายต้นพร้อมๆ กัน แล้วค่อยหวังผลจากต้นใดต้นหนึ่งแทน

เมื่อความรักและความสัมพันธ์พร้อมผลิบานได้อย่างรวดเร็ว The MATTER จึงอยากชวนทุกคนไปรู้จักกับ ‘Stack Dating’ เทรนด์การเดตของเหล่าคนรุ่นใหม่ ที่อาจช่วยให้คนโสดทั้งหลาย ได้เจอคนที่ชอบ ภายในเวลาที่ใช่กัน

เราจะเดตได้มากสุดแค่ไหนกับ Stack Dating

เมื่อพูดถึงวลี ‘รถไฟชนกัน’ หลายคนก็คงนึกถึงสถานการณ์ที่เรากำลังเดตกับคนหนึ่งอยู่ แล้วอีกฝ่ายดันมาเจอกับคู่เดตอีกคนเข้าโดยบังเอิญ กลายเป็นความอิหลักอิเหลื่อที่เราต้องเผชิญกันต่อไป แต่ถ้าเราสามารถที่จะนัดหมายรถไฟให้ไม่วิ่งชนกันได้ล่ะ จะเป็นยังไง?

Stack Dating เทรนด์การเดตที่จะช่วยบริหารรถไฟของเราได้ดีขึ้น โดยเทรนด์การเดตนี้ คือการจัดตารางการเดตที่เน้นความต่อเนื่องภายในช่วงเวลาใกล้ๆ กัน หรือบางครั้งก็อาจนัดเจอกับคนที่เรากำลังออกเดตหรือคุยด้วยทุกคนพร้อมกันในวันเดียวกัน แต่เป็นคนละช่วงเวลาแทน

ยกตัวอย่างเช่น เช้าเราก็อาจไปดื่มกาแฟกับคนหนึ่ง กลางวันก็นัดกินข้าวกับอีกคน ก่อนจะปิดท้ายวันด้วยการไปนั่งดื่มหรือกินมื้อเย็นกับใครอีกคนหนึ่ง วิธีนี้จึงคล้ายกับการนำรูปแบบของ ‘Speed Dating’ หรือการออกเดตและทำความรู้จักคู่เดตภายใต้เงื่อนไขเวลาที่จำกัด มาปรับใช้กับการเดตในชีวิตจริง ที่ช่วยให้เรามีโอกาสได้ทำความรู้จักผู้คนหลายคนในช่วงเวลาสั้นๆ นั่นเอง

การออกเดตรูปแบบนี้ อาจเพิ่มโอกาสให้เราได้มีแฟนมากขึ้น เนื่องจากการได้ออกไปพบเจอกันในระยะเวลาสั้นๆ ช่วยให้เราแสดงความเป็นตัวเองออกมาได้อย่างเต็มที่ ด้วยบรรยากาศที่ถูกออกแบบมาสบายๆ และไม่กดดัน เพราะเราออกไปเจออีกฝ่ายในระยะเวลาสั้นๆ อาจแค่จิบกาแฟ เดินเล่น หรือกระทั่ง กินข้าวด้วยกัน

ยิ่งคนที่มักทุ่มเทและเปิดใจให้กับคู่เดตอย่างเต็มที่ทุกครั้งที่เริ่มต้นความสัมพันธ์ใหม่ๆ การต้องออกไปพบเจอและทำความรู้จักกับคนใหม่อยู่เสมอก็อาจทำให้รู้สึกเหนื่อยล้าได้ไม่น้อย ในมุมนี้ Stack Dating จึงถูกมองว่าเป็นวิธีที่ช่วยให้เราไม่เผลอทุ่มเทความรู้สึกให้ใครไวเกินไป ขณะเดียวกันก็ยังเปิดโอกาสให้ได้ทำความรู้จักกับอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องแบกรับแรงกดดันทางอารมณ์จนเกินไปด้วย

เมื่อเราออกไปเดตกับหลายคนในช่วงเวลาที่ใกล้กัน ก็อาจช่วยให้เรามองเห็นความแตกต่างของคู่เดตแต่ละคนได้ชัดเจนมากขึ้น เพราะการได้พบเจอหลายคนในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน ทำให้เราสามารถเปรียบเทียบได้ง่ายขึ้นว่า แต่ละคนมีจุดเด่นหรือความเหมาะสมกับเราในด้านใดบ้าง และท้ายที่สุดใครกันแน่ที่เข้ากับเรามากที่สุด

นอกจากนี้ Stack Dating ยังช่วยให้เหล่าคนโสดประหยัดเงินมากขึ้น ท่ามกลางโลกที่แม้แต่การสร้างความสัมพันธ์กับใครสักคนก็จำเป็นต้องควักเงินจากกระเป๋าสตางค์ออกมา ฮานนาห์ แจ็กสัน แมคคัมลีย์ (Hannah Jackson McCamley) นักจิตบำบัดผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ มองว่า สาเหตุที่การเดตลักษณะนี้ได้รับความนิยมในหมู่คนโสดรุ่นใหม่มากขึ้น มีปัจจัยทางเศรษฐกิจเป็นตัวกำหนดสำคัญ เพราะการจะออกจากบ้านไปเดตแต่ละครั้งย่อมใช้เงินไม่น้อย การต้องเสียเงินและเวลาไปกับการเดตที่ไม่รู้จะได้คบกันหรือเปล่านั้น จึงถูกมองว่าเป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มท่าเท่าไหร่นักสำหรับคนโสดหลายคน

ลองนึกภาพว่า เราต้องเสียเงินหลายพันสำหรับการไปกินมื้ออาหารดีๆ ซื้อของขวัญให้อีกฝ่าย หรือการพาไปเที่ยวด้วยกันในสถานที่หรูๆ โดยที่สุดท้ายอีกฝ่ายอาจเทเรา ก็คงเป็นการเสียเวลาเปล่าไม่น้อย ดังนั้น ก็อาจจะดีกว่าถ้าเราจะออกเดตโดยแค่เสียค่ากาแฟเล็กน้อย หรืออาจไม่เสียอะไรเลย นอกจากค่าเดินทาง ด้วยการไปเจอกันสั้นๆ ในสวนสาธารณะหรือห้างสรรพสินค้า แล้วคอยดูกันไปว่าจะมีคู่เดตคนไหนที่เราพร้อมทุ่มเทให้มากขึ้นบ้าง

ส่วนสาเหตุที่คนรุ่นใหม่หันมานิยมวิธีการเดตแบบนี้มากขึ้นนั้น มีข้อมูลจาก Bumble แอปฯ หาคู่ยอดนิยมที่เคยสำรวจเอาไว้ พบว่า การเดตครั้งแรกของคนส่วนใหญ่ราว 60% มักใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงขึ้นไปในการทำความรู้จักกัน แต่เมื่อการเดตหนึ่งครั้งต้องใช้เวลาค่อนข้างมาก ทำให้เกือบ 25% ของชาว Gen Z เลือกที่จะลดระยะเวลาของเดตแรกให้สั้นลงเหลือไม่ถึง 30 นาที เพื่อประหยัดเวลา และเปิดโอกาสให้ตัวเองได้ออกไปพบเจอผู้คนใหม่ๆ เพิ่มเติมอีกด้วย

ด้วยเหตุนี้ Stack Dating จึงกลายเป็นอีกหนึ่งวิธีที่คนรุ่นใหม่นิยมใช้ในการเริ่มต้นทำความรู้จักกับใครสักคนมากขึ้น เพราะนอกจากจะช่วยประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายแล้ว ยังทำให้เราได้พบเจอและทำความรู้จักกับผู้คนหลายคนในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ซึ่งในอีกแง่หนึ่งก็ช่วยให้เราได้สำรวจและทำความเข้าใจความต้องการของตัวเองในความสัมพันธ์ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ข้อควรระวัง หากเราจะใช้วิธี Stack Dating

แต่ก็ใช่ว่าทุกเทรนด์การเดตจะไม่มีข้อควรระมัดระวังของตัวเอง Stack Dating ก็เหมือนกับเทรนด์การเดตทั่วไปที่สามารถช่วยให้คนโสดหาคู่ได้ง่ายมากขึ้น แต่อีกทางหนึ่งก็อาจมีบางแง่มุมที่ผู้นำไปทำตามต้องระวังเอาไว้ด้วยเช่นกัน

แต่งานนี้เราไม่ได้พามาดูข้อควรระมัดระวังด้วยตัวเองหรอก เพราะนี้คือสิ่งที่ เอมม่า ฮาธอร์น (Emma Hathorn) ผู้เชี่ยวชาญด้านการเดต เป็นผู้มองเห็นและอยากเตือนเอาไว้สำหรับเหล่าคนโสดที่อยากมีคู่ทั้งหลาย โดยเธอมองว่า แม้ Stack Dating จะเป็นวิธีเดตที่ช่วยประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายได้จริง แต่ในอีกด้านหนึ่ง มันก็อาจทำให้การเดตเริ่มให้ความสำคัญกับปริมาณมากกว่าคุณภาพไปโดยไม่รู้ตัว หลายคนอาจรู้สึกว่า การได้ออกไปเดตกับคนหลายคนพร้อมกันเป็นเรื่องที่ดีกว่า แต่เมื่อมองความสัมพันธ์ในลักษณะนี้ ก็อาจทำให้เราเผลอมองข้ามคุณภาพของการทำความรู้จักกันไปโดยปริยาย

นอกจากนี้ หากวันวันหนึ่งเรากำหนดเอาไว้แล้วว่า เราจะไปเจอกับใครเวลาไหนบ้าง ก็อาจเปลี่ยนให้การเดตเป็นเหมือนงานในตารางที่ต้องรีบสะสางให้ทันเวลา หากเรามีมุมมองแบบนี้ เราก็อาจมองการเดตเป็นภารกิจ มากกว่าจะเป็นการออกไปเอนจอยกับคู่เดต เพื่อทำความรู้จักซึ่งกันและกันจริงๆ

และเมื่อเราเริ่มมองอีกฝ่ายเป็นเพียง ‘ตัวเลือก’ มากกว่า การเดตก็อาจกลายเป็นเหมือนการเปรียบเทียบสินค้าไปโดยไม่รู้ตัว ทำให้การเชื่อมต่อทางอารมณ์ระหว่างทั้งสองฝ่ายลดน้อยลง และอาจส่งผลให้การสร้างความสัมพันธ์กับใครสักคนเป็นเรื่องยากยิ่งขึ้น เพราะเมื่อทุกคนถูกมองว่าเป็นตัวเลือกที่สามารถแทนที่กันได้เสมอ เราก็อาจไม่เปิดใจหรือทุ่มเทกับใครอย่างจริงจัง จนความสัมพันธ์ยากจะพัฒนาไปสู่แง่มุมที่ความลึกซึ้งกว่าเดิมได้

ท้ายสุดแล้ว เราก็อาจไม่ควรเอาแต่พยายามเดตให้ได้มากที่สุดเพียงอย่างเดียว เพราะหัวใจสำคัญของการออกไปเดต ก็คือการเปิดโอกาสให้ตัวเองและคู่เดตได้รู้จักซึ่งกันและกัน เพื่อให้ต่างฝ่ายรับรู้ว่า ความสัมพันธ์ครั้งนี้จะไปต่อหรือพอแค่นี้

อ้างอิงจาก

huffpost.com

standard.co.uk

universalstudentliving.com

vice.com

Graphic Designer: Phitsacha Thanawanichnam
Editorial Staff: Paranee Srikham

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...