โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เอกชนจี้รัฐลุยแก้คอร์รัปชั่น ชี้สินบนดันต้นทุนธุรกิจ กระทบลงทุน-ราคาสินค้า

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 14 พ.ค. เวลา 05.09 น. • เผยแพร่ 14 พ.ค. เวลา 05.09 น.

หอการค้าไทย-กกร.-เพื่อนไม่ทน เตรียมเสนอรัฐบาลเดินหน้าแก้คอร์รัปชั่นเชิงโครงสร้าง หลังสำรวจเสียงเอกชน 401 ราย ชี้ปัญหาทุจริตฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุน กระทบขีดแข่งขันประเทศ ด้าน ส.อ.ท.ระบุสินบนคือต้นทุนเศรษฐกิจ ทำราคาสินค้า-บริการสูงขึ้น ขณะที่แบงก์ย้ำ Zero Corruption เป็นฐานสำคัญดึงลงทุน-สร้าง New S-Curve ไทย

ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยในงานแถลงผล “การสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ” จัดโดยคณะทำงาน Zero Corruption : กกร. และ “เพื่อนไม่ทน” ว่าการสำรวจครั้งนี้จัดทำจากกลุ่มตัวอย่างผู้บริหารและตัวแทนภาคธุรกิจ 401 รายทั่วประเทศ เพื่อสะท้อนมุมมองภาคเอกชนต่อความโปร่งใสของระบบราชการ และนำไปสู่ข้อเสนอเชิงนโยบายที่รัฐบาลควรเร่งดำเนินการในระยะต่อไป

ทั้งนี้ คณะทำงาน Zero Corruption : กกร. และเพื่อนไม่ทน ได้รวบรวมข้อเสนอจากภาคธุรกิจและภาคประชาสังคม เพื่อจัดทำเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายอย่างเป็นระบบ เสนอรัฐบาลนำไปปฏิบัติจริงในเชิงโครงสร้าง โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักลงทุน และสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่โปร่งใส แข่งขันได้อย่างเป็นธรรม

ที่ผ่านมา คณะทำงานฯ ได้ขับเคลื่อนกรอบการดำเนินงาน “6 ด้าน ต้านทุจริต” ทั้งการปลูกฝังจิตสำนึก การรณรงค์ภาคธุรกิจและประชาชน รวมถึงการจัดเวทีเสวนา “หยุดสแกมเมอร์ ทุนเทา และนอมินี” เพื่อผลักดันให้ประเด็นต่อต้านคอร์รัปชั่นเข้าสู่การรับรู้ของสังคมในวงกว้าง

นอกจากนี้ ภาคเอกชนยังได้เข้าพบประธาน ป.ป.ท. และประธาน ป.ป.ช. เพื่อเสนอแนวทางลดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐ เพิ่มการใช้เทคโนโลยี เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน และกำหนดกติกาที่เท่าเทียม เพื่อให้การปฏิบัติราชการมีความโปร่งใสมากขึ้น

ขณะเดียวกัน สำนักงาน ป.ป.ช. ได้ขานรับแนวทางดังกล่าว โดยปรับการทำงานเชิงรุกมากขึ้น ทั้งการนำเทคโนโลยีมาสนับสนุนการทำงาน เปิดช่องทางสื่อสารและรับเรื่องร้องเรียนที่เข้าถึงง่าย รวมถึงประชาสัมพันธ์ความคืบหน้าคดีสำคัญให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง

สำหรับวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 คณะทำงาน Zero Corruption : กกร. และเพื่อนไม่ทน มีกำหนดเข้าพบนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นของประเทศ

ดร.พจน์ กล่าวว่า การแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นให้ยั่งยืนต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และประชาชน โดยผู้พบเห็นการทุจริตหรือการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐ สามารถแจ้งเบาะแสผ่านสำนักงาน ป.ป.ช. สายด่วน 1205 สำนักงาน ป.ป.ท. สายด่วน 1206 รวมถึงเครือข่ายภาคประชาชน เช่น ACT, Corruption Watch, แชทฟ้องโกงทันใจ และเพจปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน โดยข้อมูลผู้แจ้งเบาะแสจะได้รับการคุ้มครองและเก็บรักษาเป็นความลับ

ย้ำเปลี่ยนรัฐบาลก็ควรเดินหน้าแก้คอร์รัปชั่น

นอกจากนี้ ยังเห็นว่าการขับเคลื่อนต่อต้านคอร์รัปชั่น เป็นประเด็นสำคัญที่ไม่ควรถูกเปลี่ยนแปลง ไม่ว่ารัฐบาลหรือผู้มีอำนาจชุดใดเข้ามาบริหารประเทศ เนื่องจากปัญหาคอร์รัปชั่นสร้างความเสียหายต่อภาพรวมทั้งระบบเศรษฐกิจ สังคม ประชาชน รวมถึงเยาวชนในอนาคต หากปล่อยให้เกิดพฤติกรรมดังกล่าวจนกลายเป็นเรื่องปกติ

ทั้งนี้ ระบุว่าปัญหาคอร์รัปชั่นไม่ได้เป็นเพียงเรื่องภายในประเทศ แต่ยังเกี่ยวข้องกับความเชื่อมั่นในเวทีระหว่างประเทศ โดยเฉพาะกรอบการเจรจาการค้า ซึ่งประเด็นคอร์รัปชั่นปรากฏอยู่ในหลายเงื่อนไขสำคัญ รวมถึงการหารือกับองค์กรระหว่างประเทศ เช่น เวิลด์แบงก์ และประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ OECD

ขณะเดียวกัน รัฐบาลเองได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ โดยนายกรัฐมนตรีเคยแถลงนโยบายต่อรัฐสภา และกล่าวถึงการยกระดับดัชนีการรับรู้การทุจริต หรือ CPI หลายครั้ง สะท้อนว่าปัญหาดังกล่าวเป็นวาระที่ต้องเร่งผลักดันอย่างจริงจัง

สิ่งที่กำลังขับเคลื่อนอยู่ในขณะนี้ สังคมไทยและสังคมโลกต่างรับรู้แล้ว ทั้งสื่อต่างประเทศ สถานทูต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยสิ่งสำคัญคือไทยต้องลงมือแก้ไขอย่างจริงจัง หากทำได้จริง ความเชื่อมั่นจะค่อย ๆ ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชนยอมรับว่าไม่มีอำนาจโดยตรงในการดำเนินการเชิงบังคับใช้ แต่สามารถเชื่อมโยงกิจกรรม เสนอแนวทาง และผลักดันข้อเสนอไปยังรัฐบาล โดยในระยะต่อไปจะมีข้อเสนอเพิ่มเติมเสนอต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนให้ชัดเจนขึ้น

นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้สื่อมวลชนมีบทบาทสำคัญในการเปิดเผยและติดตามข้อมูลด้านคอร์รัปชั่นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนรับรู้ปัญหาอย่างกว้างขวาง พร้อมระบุว่า ข่าวเกี่ยวกับการต่อต้านคอร์รัปชั่นถือเป็นข่าวสำคัญต่ออนาคตของประเทศ เพราะเกี่ยวข้องกับความสามารถในการแข่งขัน ความเชื่อมั่น และคุณภาพสังคมในระยะยาว

รัฐบาลและนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่นอย่างจริงจัง และภาคเอกชนพร้อมเดินหน้าผลักดันข้อเสนอร่วมกับทุกฝ่าย เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป

กฎหมายล้าสมัยเปิดช่องทุจริต เอกชนชี้สินบนดันต้นทุนธุรกิจ กระทบราคาสินค้า

นายรัฐไกร ลิ้มศิริตระกูล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในฐานะผู้ดูแลงานด้านกฎหมายของสภาอุตสาหกรรมฯ กล่าวถึงบทบาทของภาคอุตสาหกรรมต่อการแก้ปัญหาทุจริตและคอร์รัปชั่นว่า สภาอุตสาหกรรมฯ มองปัญหาการทุจริต การเรียกรับสินบน เป็น “ต้นทุนทางเศรษฐกิจ” ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการประกอบธุรกิจ การลงทุน และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

ทั้งนี้ ต้นทุนดังกล่าวไม่ได้กระทบเฉพาะภาคเอกชนเท่านั้น แต่ยังสะท้อนกลับไปสู่ประชาชนผ่านราคาสินค้าและบริการที่สูงขึ้น โดยมีผลการศึกษาพบว่า ในบางประเทศ หากสามารถปรับแก้ปัญหาการทุจริตและการเรียกรับสินบนได้อย่างจริงจัง ราคาสินค้าและบริการอาจลดลงได้มากถึง 20-30% ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะเมื่อต้องแข่งขันกับประเทศที่มีต้นทุนการทำธุรกิจต่ำกว่าไทย

สำหรับสาเหตุสำคัญที่ภาคอุตสาหกรรม รวมถึงคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เห็นว่าเป็นประเด็นหลัก คือ โครงสร้างกฎหมายและกฎระเบียบของประเทศ ทั้งปัญหากฎหมายมีจำนวนมากเกินไป กฎหมายล้าสมัย และกฎหมายที่ไม่มีคุณภาพเพียงพอ เปิดช่องให้มีการตีความอย่างกว้างขวาง

“เมื่อกฎหมายเปิดโอกาสให้ตีความได้มาก ก็เปิดช่องให้เกิดการใช้ดุลพินิจ และนำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชั่นได้ง่าย” รองประธานสภาอุตสาหกรรมฯ กล่าว

สภาอุตสาหกรรมฯ ในฐานะสมาชิก กกร. และคณะทำงาน Zero Corruption กกร. ยืนยันพร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการผลักดันมาตรการต่าง ๆ โดยเฉพาะการปฏิรูปกฎหมาย เพื่อลดช่องว่างที่นำไปสู่การทุจริต และยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ การแถลงผลในครั้งนี้ไม่ควรจบเพียงการรับทราบข้อมูล แต่ควรนำข้อมูลไปต่อยอดสู่การแก้ไขปัญหาเชิงนโยบายและการปฏิรูปเชิงระบบอย่างจริงจัง เพื่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

แบงก์ชี้คอร์รัปชั่นฉุดความเชื่อมั่นลงทุน กระทบขีดแข่งขันไทย

นายวรกฤต จารุวงศ์ภัค เลขาธิการ สมาคมธนาคารไทย กล่าวถึงปัญหาคอร์รัปชั่น ว่าเป็นปัจจัยที่มีผลโดยตรงต่อความน่าเชื่อถือของประเทศไทยในการดึงดูดการลงทุน โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจไทยยังเติบโตอยู่ในระดับต่ำ การพัฒนาประเทศจึงจำเป็นต้องอาศัยการผลักดันโครงการสำคัญในภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ เพื่อสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่

ทั้งนี้ ภาคเอกชน 3 สถาบัน เห็นว่าการผลักดันอุตสาหกรรมเป้าหมายภายใต้โครงการ Reinvent Thailand รวมถึงการสร้าง New S-Curve ใหม่ จำเป็นต้องอาศัยความเชื่อมั่นจากนักลงทุน ทั้งนักลงทุนไทยและนักลงทุนต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม หนึ่งในอุปสรรคสำคัญที่กระทบต่อความเชื่อมั่น คือ ปัญหาคอร์รัปชั่น ซึ่งทำให้การขับเคลื่อนแนวทาง Zero Corruption เป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญในการยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

ข้อมูลที่มีการแถลงในครั้งนี้ควรเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันให้ปัญหาคอร์รัปชั่นลดลงอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงการรับทราบข้อมูลเท่านั้น อย่างไรก็ดี ยืนยันว่าภาคธนาคารให้ความสำคัญกับประเด็นดังกล่าว และพร้อมสนับสนุนการขับเคลื่อนการลดคอร์รัปชั่นให้เกิดผลในทางปฏิบัติ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน และสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เอกชนจี้รัฐลุยแก้คอร์รัปชั่น ชี้สินบนดันต้นทุนธุรกิจ กระทบลงทุน-ราคาสินค้า

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...