วัยรุ่นลำลูกกา ‘แพ้เสียงแตร’ ไล่ล่ารถบรรทุก ปาหินใส่กระจกแตก วอนเร่งจับ! หวั่นเกิดซ้ำกับผู้ใช้ทาง
เมื่อวันที่ 15 มี.ค. 69 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก น.ส.กัญญาลักษณ์ พาขุนทด อายุ 28 ปี ชาวบ้านหมู่ 21 บ้านประสพโชค ต.ห้วยยายจิ๋ว อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ หลังถูกกลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุปาหินใส่รถบรรทุกจนกระจกแตกเสียหาย พร้อมนำคลิปหลักฐานมาร้องเรียนผ่านสื่อ เพื่อเตือนภัยผู้ใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะผู้ขับรถบรรทุกที่ต้องเดินทางกลางคืน
น.ส.กัญญาลักษณ์ เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 22.00 น. ขณะตนและแฟนหนุ่มคือ นายสุรสิทธิ์ ตุ้มสูงเนิน อายุ 32 ปี กำลังขับรถบรรทุกสิบล้อ ทะเบียน 67-7002 กรุงเทพมหานคร เพื่อนำสินค้านมจากจังหวัดสระบุรีไปส่งยังคลังสินค้าของเซเว่นอีเลฟเว่นที่ จ.ชลบุรี โดยตนนั่งโดยสารมาด้วย เมื่อมาถึงบริเวณคลอง 13 จังหวัดปทุมธานี ได้มีรถกระบะสีดำขับตัดหน้ารถบรรทุกอย่างกระชั้นชิด แฟนตนจึงบีบแตรเตือนตามปกติ จากนั้นไม่นานมีชายคนหนึ่งยืนโบกรถอยู่ข้างทาง จึงจอดรถและลดกระจกลงสอบถาม ชายคนดังกล่าวถามว่า “ข้องใจอะไรหรือเปล่า” คนขับจึงตอบว่า “ไม่มีอะไร”
น.ส.กัญญาลักษณ์ กล่าวต่อไปว่า ระหว่างที่กำลังพูดคุยกัน ได้มีกลุ่มชายหลายคนถือไม้วิ่งออกมาจากด้านหลัง ทำให้ต้องรีบขับรถหนีไปตามถนนลำลูกกาคลอง 13 มุ่งหน้าคลอง 16 ก่อนจะมีรถกระบะสีส้ม ยี่ห้อ Nissan Navara ไม่ทราบทะเบียน ซึ่งมีกระบะท้ายติดคอกอลูมิเนียมและมีชาย 2 คนอยู่ด้านหลัง ขับแซงหน้าไป ต่อมาได้มีรถกระบะสีบรอนซ์เงินแบบแคปอีกคันขับไล่ตามมา เมื่อมาถึงบริเวณโค้งเลียบคลอง 13 รถกระบะสีส้มได้จอดดักอยู่ริมทาง ก่อนที่ชาย 2 คนท้ายกระบะจะใช้หินและไม้ขว้างใส่รถบรรทุก ทำให้กระจกได้รับความเสียหาย จึงเร่งเครื่องหลบหนี แต่รถทั้งสองคันยังคงขับไล่ตามอย่างต่อเนื่อง
ผู้เสียหายสาว ระบุต่อว่า ภายหลังได้จอดรถบริเวณเชิงสะพานคลอง 13 ถนนลำลูกกา แต่ชายทั้งสองคนยังคงใช้ก้อนหินขว้างใส่รถอีกครั้ง จนกระจกหน้าได้รับความเสียหายหนักขึ้น ทั้งสองจึงตัดสินใจขับรถหนีเข้าฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ ก่อนกลับรถบริเวณหน้าโครงการเรนวู๊ดปาร์ค แล้วมุ่งหน้าเข้าแจ้งความที่ สภ.คลองสิบสอง จ.ปทุมธานี โดยได้เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.บุญเลิศ อู่ผลเจริญ พนักงานสอบสวน เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุ ซึ่งทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย ได้แก่ กระจกหน้ารถบรรทุก 1 บาน และกระจกมองด้านหน้า 1 บาน รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 12,500 บาท
น.ส.กัญญาลักษณ์ กล่าวอีกว่า ที่ตัดสินใจนำเรื่องนี้ร้องเรียนต่อสื่อ เพราะต้องการให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุ และเพื่อเป็นอุทาหรณ์เตือนภัยแก่เพื่อนร่วมอาชีพ เนื่องจากเหตุการณ์ลักษณะนี้อาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อผู้ใช้รถใช้ถนนได้ หากผู้ก่อเหตุยังลอยนวลอยู่ในพื้นที่.