3เส้า3เศร้า | สถานีคิดเลขที่ 12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
สถานีคิดเลขที่ 12 | สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
3เส้า3เศร้า
แม้นายอนุทิน ชาญวีรกูล จะยังไม่ได้เป็นนายกฯและยังไม่ได้จัดตั้งรัฐบาลเป็นทางการ
แต่ดูเหมือน”เรื่องดีๆ”จะหลั่งไหลมาหาอย่างน่าจับตา
ล่าสุด คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36ของป.ป.ช. มีมติ 5:2 ให้ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 ราย ไม่มีมูลความผิดในคดี “ฮั้วส.ว.”
ทำให้ ข่าวที่ว่า พรรคฝ่ายค้านเล็งจะใช้ประเด็นนี้ “ขัดขา-ขัดคอ”นายอนุทิน และภูมิใจไทย
เพราะ 13 รายชื่อที่ติดโผรัฐมนตรีอยู่ในกลุ่มที่พัวพันคดีฮั้วส.ว.
หากฝืนตั้งเข้าไป น่าจะขัดกับหลัก”จริยธรรม” ที่ศาลรัฐธรรมนูญ วางแนวทางไว้อย่าง”เข้มข้น”
และนายอนุทิน ก็ได้สมาทาน”ความเข้มข้น”นี้มาเป็นแนวตั้งรัฐบาลด้วย
จึงไม่เหมาะสมยิ่งหากทำให้ความเข้มข้นนี้”เจือจาง”ลง
แต่ทันทีที่ มติของอนุกรรมการฯ คณะที่ 36 ออกมาว่า”ไม่ผิด”
นายอนุทินและพรรคภูมิใจไทย ก็ยิ้มร่า
ส่วนพรรคฝ่ายค้านคง”หุบยิ้ม”
และถอยกลับ”เข้ามุม” –มุมใครมุมมัน ณ”ศาลาคนเศร้า”ต่อไป
ที่ว่า มุมใครมุมมันนั้น ก็อย่างที่ทราบ พรรคฝ่ายค้านหลักๆ ตอนนี้แยกเป็น 3 เส้า
คือเส้าพรรคประชาชน เส้ากล้าธรรม และเส้าประชาธิปัตย์
ต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างมีความเศร้าของตนเอง
พรรคประชาชน ความผิดหวัง จากผลการเลือกตั้ง ยัง”แรง”
ต้องอาศัยเวลาเยียวยาและใช้พละกำลังเพื่อ”ฟื้นใหม่”
ซึ่งไม่ง่ายเพราะเมื่อยามขาลง มักจะมีเหตุแทรกซ้อนเข้ามาโหมกระหน่ำ
ที่ต้องลุ้นคือกรณี 44ส.ส.ทั้งอดีตและปัจจุบันในคดีแก้ไขมาตรา112 ที่ต้องดูว่าเมื่อป.ป.ช.ชงเรื่องไปถึงศาลฏีกาฯแล้ว จะรับเรื่องและสั่งส.ส.ปัจจุบันหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่
ถ้า”หยุด”ก็อาจต้องปรับบุคคลกรและปรับโครงสร้างพรรคใหม่ทั้งหมด
ขณะที่ในพรรคก็เผชิญปัญหาทั้งในระดับ”ความคิด”ที่เห็นต่างกันลึกซึ้ง
เช่นเดียวกับระดับการบริหารก็มีช่องโหว่ให้ถูกแทรกแซง ขยายแผล ต่อเนื่อง
และหากมองผ่านทฤษฏีสมคบคิด ก็ชวนให้น่าห่วง เพราะเจอขบวนการบดขยี้ต่อเนื่อง
มาตั้งแต่เรื่อง”การขอ Laser ID จากประชาชน”ไปจนถึงปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (ไอโอ) ผ่านบริษัทสเปกเตอร์ ซี
และล่าสุด คือการถูกแฮ็กข้อมูล”สมาชิกพรรค” ที่กระทบกับความเชื่อมั่นต่อพรรคอย่างแรง
ทำให้พรรคส้มตอนนี้ตกในสภาพ”เศร้าไปสู้ไป”
เช่นเดียวกับพรรคกล้าธรรม ที่รับสภาพฝ่ายค้านอย่างขมขื่น
ขมขื่นที่ไม่อาจกลมกลืนกับพรรคส้มและพรรคฟ้า ที่รังเกียจ”สีเทา”จนไม่รู้จะทำงานด้วยกันอย่างไร
ขณะเดียวกันก็ขมขื่นกับพรรคสีน้ำเงินที่ไม่ดึงร่วมรัฐบาล
แต่ก็ต้องชั่งน้ำหนักให้ดีว่าจะไม่เผาผีกันเลยหรือไม่
หรือจะยอมกลืนเลือด รอเกี่ยวก้อยเป็นมิตรในอนาคต
เพื่อประคองพรรคเอาไว้ ไม่ให้งูเขียวเลื้อยไปลงรูหนู ซึ่งมีโอกาสสูงยิ่ง
คำพูดจากปากของ ร.อ.ธรรมนัส “ใครไปจากผมถือเป็นนักการเมืองที่เลวที่สุด” ก็มี”นัย”อะไรอยู่ไม่น้อย
ส่วนประชาธิปัตย์ แม้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะแสดงท่าที”ไม่เศร้า”กับการเป็นฝ่ายค้านนัก
โดยเชื่อว่าบทบาทฝ่ายค้านน่าจะฟื้นฟูพรรคกลับมาได้
แต่กระนั้น หากจับตา การขับเคลื่อนของ นายชัยชนะ เดชเดโช และส.ส.ในกลุ่ม 6 คน
ทั้งการแยกรายงานตัวเป็นส.ส.คนละวันกับหัวหน้าพรรค
ทั้งการสะท้อนความรู้สึกของชาวบ้านภาคใต้ว่าอยากให้ประชาธิปัตย์เข้าร่วมรัฐบาล
สวนทางกับท่าทีของนายอภิสิทธิ์ และ “ปร่าแปร่ง”ในความเป็นเอกภาพของพรรคยิ่ง
และความเป็นเอกภาพนี้ ไม่ใช่มีเฉพาะในพรรค เท่านั้น
แต่สะท้อนไปถึง”3ฝ่ายค้าน”
ที่แยกเป็น 3 เส้าและจมใน 3 เศร้าของแต่ละพรรคด้วย
————–
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 3เส้า3เศร้า | สถานีคิดเลขที่ 12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly