โฆษก DSI ยอมรับยุติสืบสวนคดีรุกที่เขากระโดง หลุดคดีพิเศษ หลังสืบสวนนาน 7 เดือน
โฆษก DSI ยอมรับยุติสืบสวนคดีรุกที่เขากระโดง หลุดคดีพิเศษ หลังสืบสวนนาน 7 เดือน เหตุ ตร.ปปป.สอบสวนเรื่องเดียวกัน ส่ง ป.ป.ช.รับไม้ต่อตามกฎหมาย
จากกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สืบสวนเรื่องข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการครอบครองและการออกเอกสารสิทธิในที่ดินบริเวณเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ อันอาจเป็นที่ดินของรัฐและเกี่ยวข้องกับกลุ่มคณะบุคคลหลายฝ่าย เป็นเรื่องสืบสวนที่ 97/2568 พร้อมให้สอบสวนปากคำพยานบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวบรวมและตรวจสอบพยานหลักฐาน ประสานเอกสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมที่ดิน สำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ การรถไฟแห่งประเทศไทย แขวงการทางรถไฟลำปลายมาศ สำนักงานธนารักษ์พื้นที่บุรีรัมย์ และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดบุรีรัมย์
ต่อมาการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงานอาณาบาล หรือฝ่ายกฎหมายของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เป็นผู้รับมอบอำนาจเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนคดีพิเศษในวันที่ 5 ก.ย.68 เพื่อขอให้ดำเนินการสอบสวนตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งมอบเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแจ้งความประสงค์ดำเนินคดีอาญากับกลุ่มบุคคล
สำหรับความคืบหน้า เมื่อวันที่ 15 มี.ค.2569 หลังจากมีรายงานข่าวภายในสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ระบุว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้รับสำนวนการสอบสวนคดีการบุกรุกที่ดินเขากระโดง พื้นที่ ต.อิสาณ ต.เสม็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ หลังจากก่อนหน้านี้ มีตัวแทนการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เคยเข้าร้องทุกข์ขอให้ดีเอสไอตรวจสอบกลุ่มบุคคลที่เข้าไปบุกรุกครอบครองที่ดินเขากระโดง ซึ่งมีแนวเขตอยู่ในที่ดินของการรถไฟฯ 4,414 ไร่ แต่ปรากฏล่าสุดว่าในส่วนของดีเอสไอที่สืบสวนมายาวนาน 7 เดือน (นับแต่วันที่ 24 ก.ค.68) มีมติไม่รับเรื่องบุกรุกที่ดินเขากระโดงเป็นคดีพิเศษ
พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ ชี้แจงว่า จากกรณีที่ก่อนหน้านี้ดีเอสไอได้รับมาดำเนินการสืบสวนคดีดังกล่าว เนื่องด้วยมีบุคคลมาร้องทุกข์กล่าวโทษกับเจ้าหน้าที่รัฐ ที่มีการกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ ละเว้นการปฎิบัติหน้าที่และปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องจากการไปออกเอกสารสิทธิที่ดินและในส่วนของคณะกรรมการสอบสวนและผู้เกี่ยวข้องในการสอบสวนตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินตามคำสั่งอธิบดีกรมที่ดิน
อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่ดีเอสไอสืบสวนอยู่นั้น มีการสอบถามไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)
จึงทราบว่าตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ก็สืบสวนในเรื่องที่มีความเกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันกัน ประเด็นเดียวกัน จากที่มีผู้ไปร้องทุกข์ไว้เหมือนกัน และตำรวจ ปปป.ก็ส่งสำนวนไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการไต่สวนข้อเท็จจริงแล้ว ทำให้ภายใต้กฎหมายที่บัญญัติไว้อย่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 เป็นเหตุจำเป็นที่เรื่องใดก็ตามที่ดีเอสไอสืบสวนในประเด็นเดียวกันอยู่ จะต้องส่งไปประกอบสำนวนด้วยเช่นกัน เพื่อให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบพิจารณา
โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ แจงอีกว่า สำหรับสำนวนสืบสวนของดีเอสไอที่ส่งให้ ป.ป.ช.ไปพิจารณาร่วมกับสำนวนของตำรวจ บก.ปปป. ก็ระบุข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ในสำนวน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการกล่าวหาความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐตามที่มีผู้ร้องทุกข์ไว้ ทั้งนี้ สถานะคดีล่าสุด ดีเอสไอจึงยุติเรื่องสืบสวนดังกล่าว เนื่องจากเหตุผลทางข้อกฎหมาย ตามรัฐธรรมนูญว่าการดำเนินคดีต่อเจ้าหน้าที่รัฐใด กฎหมายระบุชัดเจนว่าเป็นอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช.
พ.ต.ต.วรณัน แจงต่อว่า ส่วนเรื่องทางปกครองและทางแพ่งที่ยังเป็นเรื่องดำเนินคดีคงค้างกันอยู่นั้น ทราบว่าก่อนหน้านี้ อธิบดีกรมที่ดินมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนและผู้เกี่ยวข้องในการสอบสวนตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน เนื่องด้วยมันมีการฟ้องแพ่งเรื่องเพิกถอนที่ดินระหว่างกรมที่ดินและการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จึงเป็นสาเหตุให้ศาลมีคำพิพากษาให้กรมที่ดิน ไปแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนและผู้เกี่ยวข้องในการสอบสวนตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินดังกล่าวว่าจะเพิกถอนที่ดินหรือไม่
แต่เมื่อตั้งคณะกรรมการฯ ขึ้นมาแล้ว ก็ปรากฏตามที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้ว่ามีมติไม่เพิกถอนที่ดิน จึงมีการฟ้องขอให้เพิกถอนมติเดิมนี้ ทำให้ยังคงมีคดีในศาลปกครองกันอยู่ และมีคดีแพ่งที่ค้างอยู่ระหว่างราษฎรและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ดีเอสไอจึงเห็นว่าข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์เห็นควรให้ส่งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ และหน่วยงานท้องที่เพื่อสามารถนำใช้ดำเนินการต่อไป
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : โฆษก DSI ยอมรับยุติสืบสวนคดีรุกที่เขากระโดง หลุดคดีพิเศษ หลังสืบสวนนาน 7 เดือน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th