เงินบาทเสี่ยงหลุด 33 บาท สงครามฮอร์มุซเขย่าค่าเงิน ดอลลาร์แข็ง–น้ำมันพุ่ง
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยถึงแนวโน้มของค่าเงินบาทว่า โมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาท (USDTHB) ที่มีกำลังมากขึ้น หลังการอ่อนค่าทะลุโซนแนวต้านสำคัญ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ อาจทำให้เงินบาทมีความเสี่ยงอ่อนค่าลงต่อทดสอบโซนแนวต้าน 32.20-32.30 บาทต่อดอลลาร์ (โซนแนวต้านถัดไป 32.50 บาทต่อดอลลาร์)
เมื่อประเมินจากโฟลว์ธุรกรรมของผู้เล่นในตลาดและปัจจัยเชิงเทคนิคัล เราขอเน้นย้ำว่า เงินบาทยังเสี่ยงเคลื่อนไหวผันผวนสูงกว่าช่วงปกติและมีความเสี่ยง Two-way Risk หรือพร้อมเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง ขึ้นกับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
โดยบรรดาข่าว อย่าง Headline News ที่เกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลางดังกล่าว อาจส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินได้พอควร ทำให้เราขอย้ำมุมมองเดิมว่า ผู้เล่นในตลาดควรใช้การประเมินสถานการณ์แบบ Scenario Analysis และควรใช้กลยุทธ์ Options เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ในช่วงที่ตลาดการเงินผันผวนสูง
โดยเรายังคงกังวลว่า หากประเมินจากสถานการณ์ล่าสุด สถานการณ์การสู้รบอาจเสี่ยงยืดเยื้อกว่าที่เราประเมินไว้ใน Base Case ได้
เราจึงขอเน้นย้ำ การประเมินของเราใน Scenario ที่เลวร้ายทั้ง Worst Case และ Moderate Case ไว้ดังนี้
กรณีที่รุนแรงสุด (Worst Case) : อิหร่านประกาศปิดช่องแคบ Hormuz อย่างเป็นทางการ เกิน 1 เดือน พร้อมลดกำลังการผลิตลง หรืออาจปิดช่องแคบ Hormuz ควบคู่กับการโจมตี Oil Infrastructure ในแถบตะวันออกกลาง
ในกรณีนี้ ราคาน้ำมันดิบอาจปรับตัวขึ้นต่อและสามารถทรงตัวเหนือโซน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ได้นานและหากทรงตัวในระดับสูงเกิน 3 เดือน จะส่งผลกระทบต่อแนวโน้มเงินเฟ้อ รวมกับผลกระทบจากปัญหา Supply Chain Disruption จากการเดินเรือผ่านช่องแคบ Hormuz ที่หยุดชะงักลงเป็นเวลานาน ทำให้เงินเฟ้อเสี่ยงเร่งตัวสูงขึ้น และเป็นปัจจัยที่บรรดาธนาคารกลางหลักมองข้ามไม่ได้ ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงของการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย เพื่อสกัดเงินเฟ้อ โดยเฉพาะในฝั่งสหรัฐฯ
ทำให้เราน่าจะเห็นการปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ FED หรือ ตลาด price-out FED's rate cut และเพิ่มโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยของ FED ส่งผลให้ เงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ อาจปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะจำกัดการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำและอาจกดดันราคาทองคำได้
ทำให้โดยรวม เงินบาทจะเผชิญแรงกดดันด้านอ่อนค่าเพิ่มมากขึ้น โดยมีโอกาสเห็นเงินบาทอ่อนค่าลงทดสอบโซน 32-32.50 บาทต่อดอลลาร์ ได้ในช่วงปลายไตรมาสแรก อีกทั้งยังมีโอกาสที่จะเห็นเงินบาทอ่อนค่าทะลุโซน 33.00 บาทต่อดอลลาร์ ในช่วงไตรมาสที่ 2
ซึ่งปีนี้ จะมีโฟลว์ธุรกรรมจ่ายเงินปันผลให้กับบรรดานักลงทุนต่างชาติที่อาจสูงราว 1 แสนล้านบาท เป็นอย่างน้อย (สูงขึ้นจากปีก่อนหน้า เกิน +80%) และอาจทรงตัวในระดับสูงเกิน 32.00 บาทต่อดอลลาร์ได้นานจนถึงสิ้นปีที่อาจเห็นเงินบาทแข็งค่าขึ้นบ้างสู่ระดับ 32.35 บาทต่อดอลลาร์ (ความเสี่ยงที่อ่อนค่ากว่าคาดมีอยู่พอควร ต้องติดตามการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลักและธนาคารแห่งประเทศไทย)
กรณีรุนแรงปานกลาง (Moderate Case) : อิหร่านประกาศปิดช่องแคบ Hormuz อย่างเป็นทางการ ราว 1 เดือน พร้อมลดกำลังการผลิตลงบ้าง หรืออาจปิดช่องแคบ Hormuz ควบคู่กับการโจมตี Oil Infrastructure ในแถบตะวันออกกลาง แต่ไม่ได้กระทบต่อกำลังการผลิตของกลุ่ม OPEC อย่างมีนัยสำคัญ
ในกรณีนี้ แม้ราคาน้ำมันดิบอาจปรับตัวขึ้นเหนือโซน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่การปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันดิบ อาจอยู่ในระดับสูงได้ไม่นาน โดยหากสถานการณ์ทยอยคลี่คลายลงต่อเนื่อง และมีการเพิ่มกำลังการผลิตจากกลุ่ม OPEC+
เรามองว่า ราคาน้ำมันดิบจะทรงตัวที่ระดับสูงดังกล่าว 1 เดือน ก่อนที่จะทยอยปรับตัวลดลง สู่โซน 70-80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรืออาจกลับมาแถว 60-70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอีกครั้ง ทำให้ในการประเมินทิศทางเงินเฟ้อของบรรดาธนาคารกลาง อาจเป็นการมองภาพ one time off impacts จากราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น ทำให้ บรรดาธนาคารกลางอาจคงดอกเบี้ยที่ระดับปัจจุบันไปก่อน แต่จะยังไม่เห็นการส่งสัญญาณเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย หรือผู้เล่นในตลาดจะไม่ได้ price-in
ภาพดังกล่าว ส่งผลให้เงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ อาจปรับตัวสูงขึ้นต่อบ้าง ซึ่งจะจำกัดการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำ ในช่วงระยะแรก ก่อนที่จะย่อตัวลงเล็กน้อย หากสถานการณ์ดูคลี่คลายลง
ทำให้โดยรวม เงินบาทจะเผชิญแรงกดดันด้านอ่อนค่าในระยะสั้นก่อน โดยมีโอกาสเห็นเงินบาทอ่อนค่าลงทดสอบโซน 32-32.50 บาทต่อดอลลาร์ ได้ในช่วงไตรมาสแรก-ไตรมาสสอง (อาจจบไตรมาสที่ 2 แถวระดับ 32.50+/-0.25 บาทต่อดอลลาร์)
จากนั้น หากสถานการณ์ทยอยคลี่คลายลง เรามองว่า เงินบาทมีแนวโน้มกลับมาทยอยแข็งค่าขึ้นบ้าง แต่การแข็งค่าขึ้น อาจเกิดช้าและไม่มาก ขึ้นกับ การปรับดอกเบี้ยนโยบายการเงินของ FED ว่า สุดท้ายจะคงดอกเบี้ยได้นานกว่าที่เราประเมินไว้ใน base case (เดือนมิถุนายน) หรือไม่ โดยในเบื้องต้น ประเมินว่า เงินบาทอาจแข็งค่าขึ้นทดสอบโซน 31.50-32.00 บาทต่อดอลลาร์ ณ สิ้นปี
หน้า 16 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,183 วันที่ 15 - 18 มีนาคม พ.ศ. 2569