โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

บจ.ส่อตุนสภาพคล่องเพิ่ม GULFหุ้นกู้จองล้น1.4เท่า

ทันหุ้น

อัพเดต 22 มี.ค. เวลา 17.22 น. • เผยแพร่ 23 มี.ค. เวลา 00.30 น.

#หุ้นกู้#GULF#ทันหุ้น- ThaiBMA ชี้ หากสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ ส่งผลบริษัทเอกชนหันสำรองเงินสดมากขึ้น คาดเร็วสุดเห็นภาพชัดในอีก 1 เดือนข้างหน้า ด้าน บล.ดาโอ เริ่มเห็นสัญญาณบจ.ตุนสภาพคล่อง “ขายหุ้นกู้-ชนะลงทุนใหม่ ” ส่วน “ซีไอเอ็มบี ไทย” แนวโน้มดอกเบี้ยลงยาก หนุนบริษัททยอยออกมากขึ้นจากที่ชะลอก่อนหน้า ด้าน GULF ปิดดีลหุ้นกู้ 3.5 หมื่นล้านบาท ยอดจองซื้อเกิน 1.4 เท่า สะท้อนความเชื่อมั่นนักลงทุน ท่ามกลางตลาดโลกผันผวน-ความตึงเครียดจากสงคราม

นางสาวศิรินาถ อมรธรรม ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิจัยและวิเทศสัมพันธ์ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า หากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางยืดเยื้อ ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานให้อยู่ในระดับสูงนั้น สิ่งที่ตามมาคือเงินปรับตัวขึ้น ฉุดภาพรวมเศรษฐกิจไทยชะลอตัวนั้น จะส่งผลให้บริษัทเอกชนต้องมีการสำรองเงินสดมากขึ้น ผ่านช่องทางได้หลากหลายทั้งการกู้ และการขอวงเงินกู้ทั้งการกู้ หรือขอ Credit Line กับสถาบันการเงิน การออกหุ้นกู้ หรือ การลดการลงทุน และค่าใช้จ่าย เพื่อเก็บเงินสดมากขึ้น

@ขายแล้ว1.60 แสนลบ.

สำหรับยอดการเสนอขายหุ้นกู้ในช่วงไตรมาส 1/2569 มีแนวโน้มใกล้เคียงกับหุ้นกู้ที่ครบกำหนดในไตรมาสนี้ที่จำนวน 185,312 ล้านบาท เพราะตั้งแต่เดือนมกราคมถึงวันที่ 20 มีนาคม 2569 มีมูลค่าการออกเสนอขายแล้ว 160,635 ล้านบาท

“ขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าบริษัทเอกชนมีการแห่ออกหุ้นกู้เพื่อตุนสภาพคล่อง ซึ่งหากเร็วสุดจะเห็นภาพชัดขึ้นในอีก 1 เดือนข้างหน้า เพราะการออกเสนอขายหุ้นกู้มีขั้นตอนและมีระยะเวลาในการยื่นไฟลิ่งต่อก.ล.ต. ”

นายณัฐพงศ์ ณ ระนอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ “ทันหุ้น” ว่า จากสถานการณ์พลังงานช็อกจากสงครามตะวันออกกลางนั้น เพราะเป็นสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิด และไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะจบเมื่อไรนั้น

ทำให้ขณะนี้ส่วนตัวเริ่มเห็นสัญญาณที่บริษัทเอกชนจะต้องตุนสภาพคล่องทางการเงิน ทำให้มีการเร่งการออกหุ้นกู้มากขึ้น หรือ บางบริษัทอาจจะมีมูลค่าการออกเสนอขายมากขึ้นกว่าเดิม ในส่วนของบริษัทที่ไม่สามารถเข้าถึงเงินกู้จากสถาบันการเงินได้ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าหุ้นกู้ Investment Grade จะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน (ยกเว้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่อาจขายยาก) สะท้อนจากหุ้นกู้ปีนี้ที่ออกเสนอขายก็มียอดจองเข้ามาจำนวนมาก

@เริ่มเห็นทยอยออกหุ้นกู้

นายจิรไพบูลย์ รัตนภาณุรักษ์ ผู้อำนวยการ ที่ปรึกษาทางการลงทุน ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ CIMBT กล่าวกับ “ทันหุ้น”ว่า จากสถานการณ์ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นมากในระยะสั้น ย่อมมีโอกาสส่งผลให้เงินเฟ้อปรับตัวเพิ่มขึ้น ทำให้ดอกเบี้ยนโยบายของไทยโอกาสที่จะปรับตัวลงอีกยากแล้ว จึงเชื่อว่าจะเริ่มเห็นบริษัทเอกชนทยอยออกหุ้นกู้มากขึ้น จากก่อนหน้านี้ที่อาจมีชะลอการออกเสนอขาย เพราะคาดหวังว่าดอกเบี้ยจะลงต่อเพื่อให้ได้ต้นทุนการเงินการออกเสนอขายหุ้นกู้ต่ำที่สุด

สำหรับความน่าสนใจในการลงทุนหุ้นกู้ขณะนี้ ถือว่าน่าสนใจลงทุนมากขึ้น เพราะแม้แนวโน้มดอกเบี้ยโอกาสที่จะลดลงอีกยากในระยะสั้น แต่ยังไม่ถึงขั้นที่จะปรับตัวขึ้น ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย อายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้นมาอยู่ในโซนประมาณ 2% ซึ่งเป็นระดับที่ ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยในรอบ 10 ปี พันธบัตรรัฐบาลไทยจึงดูมีความน่าสนใจมากขึ้น

แหล่งข่าวในวงการการเงิน ระบุว่า จากความกังวลผลกระทบวิกฤติสงคราม ทำให้นักลงทุนในกองทุนรวม (Mutual Fund) โดยเฉพาะกลุ่มตราสารหนี้ (Fixed Income) เริ่มเทขายกองทุนออกมา เนื่องจากพฤติกรรมนักลงทุนเปลี่ยนไปเป็นการ “ขายกองยาว ซื้อกองสั้น” เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวน ส่งผลให้ Yield Curve ระยะ 10 ปี ขยับพุ่งขึ้นมาแล้วถึง 0.40% เมื่อเทียบกับช่วงต้นปี

@เตรียมตัว

ทั้งนี้ในส่วนของบริษัทต่างๆ ก็มีการเตรียมตัวเพื่อที่จะรักษาสภาพคล่อง ด้วยการออกหุ้นกู้ และ การเจรจากู้ธนาคารพาณิชย์ โดยมองว่า บริษัทขนาดใหญ่ที่มีเรตติ้งดี ก็ยังสามารถที่จะระดมทุนผ่านหุ้นกู้ได้ อย่างต่อเนื่อง แต่ในส่วนของบริษัทที่เรตติ้งน้อย หรือไม่มีเรตติ้งก็ยังอาจจะระดมทุนจากหุ้นได้ลำบาก

อย่างไรก็ตามในเชิงต้นทุนในการกู้เงินนั้นยอมรับว่าปัจจุบันหุ้นกู้และธนาคารพาณิชย์มีดอกเบี้ยที่ใกล้เคียงกัน ดังนั้นหลายบริษัทสามารถที่จะเลือกที่จะกู้แบงก์แทนได้ ขณะเดียวกันวิกฤติสงครามที่เกิดขึ้นนั้นจะมีความแตกต่างจากโควิดในแง่ที่ธนาคารพาณิชย์สามารถประเมินได้ว่าใครได้ผลประโยชน์ใครเสียผลประโยชน์จึงจะไม่กระทบต่อบริษัทที่มีพื้นฐานดี

@ขายหุ้นกู้ล้น 1.4 เท่า

นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เปิดเผยว่า การเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งดีลที่มีความท้าทาย เนื่องจากสภาวะตลาดโลกในปัจจุบันมีความผันผวนจากสถานการณ์สงคราม ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Government Bond Yield) ในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย มีความผันผวนอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม หุ้นกู้ของบริษัท ยังได้รับการตอบรับอย่างดีจากนักลงทุน ด้วยยอดจองซื้อรวมสูงกว่า 1.4 เท่า หรือ 49,507 ล้านบาท ของมูลค่าที่เสนอขาย 35,000 ล้านบาท สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อบริษัท

สำหรับหุ้นกู้ที่เสนอขายในครั้งนี้เป็นหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ รวม 4 ชุด มูลค่ารวม 35,000 ล้านบาท มีอัตราดอกเบี้ยคงที่เฉลี่ย 2.36% ต่อปี และมีอายุเฉลี่ย 6.4 ปี โดยเงินที่ได้จากการระดมทุนดังกล่าวส่วนหนึ่งจะนำไปใช้ชำระคืนตราสารหนี้ที่ครบกำหนด รวมถึงชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน ซึ่งการออกหุ้นกู้ในครั้งนี้จะช่วยให้บริษัทสามารถบริหารต้นทุนทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และคาดว่าจะช่วยลดภาระดอกเบี้ยได้ประมาณ 200–250 ล้านบาทต่อปี

สำหรับเงินส่วนที่เหลือ บริษัทจะนำไปใช้รองรับการขยายการลงทุนในอนาคต โดย GULF ยังคงมุ่งเน้นการขยายธุรกิจพลังงานหมุนเวียนทั้งในและต่างประเทศ ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงโซลูชันด้าน AI เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของกลุ่มบริษัท สู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่างเต็มรูปแบบ ควบคู่กับการสร้างการเติบโตในธุรกิจดิจิทัล ซึ่งขับเคลื่อนโดยธุรกิจ Data Center และ Cloud เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...