บจ.ส่อตุนสภาพคล่องเพิ่ม GULFหุ้นกู้จองล้น1.4เท่า
#หุ้นกู้#GULF#ทันหุ้น- ThaiBMA ชี้ หากสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ ส่งผลบริษัทเอกชนหันสำรองเงินสดมากขึ้น คาดเร็วสุดเห็นภาพชัดในอีก 1 เดือนข้างหน้า ด้าน บล.ดาโอ เริ่มเห็นสัญญาณบจ.ตุนสภาพคล่อง “ขายหุ้นกู้-ชนะลงทุนใหม่ ” ส่วน “ซีไอเอ็มบี ไทย” แนวโน้มดอกเบี้ยลงยาก หนุนบริษัททยอยออกมากขึ้นจากที่ชะลอก่อนหน้า ด้าน GULF ปิดดีลหุ้นกู้ 3.5 หมื่นล้านบาท ยอดจองซื้อเกิน 1.4 เท่า สะท้อนความเชื่อมั่นนักลงทุน ท่ามกลางตลาดโลกผันผวน-ความตึงเครียดจากสงคราม
นางสาวศิรินาถ อมรธรรม ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิจัยและวิเทศสัมพันธ์ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า หากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางยืดเยื้อ ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานให้อยู่ในระดับสูงนั้น สิ่งที่ตามมาคือเงินปรับตัวขึ้น ฉุดภาพรวมเศรษฐกิจไทยชะลอตัวนั้น จะส่งผลให้บริษัทเอกชนต้องมีการสำรองเงินสดมากขึ้น ผ่านช่องทางได้หลากหลายทั้งการกู้ และการขอวงเงินกู้ทั้งการกู้ หรือขอ Credit Line กับสถาบันการเงิน การออกหุ้นกู้ หรือ การลดการลงทุน และค่าใช้จ่าย เพื่อเก็บเงินสดมากขึ้น
@ขายแล้ว1.60 แสนลบ.
สำหรับยอดการเสนอขายหุ้นกู้ในช่วงไตรมาส 1/2569 มีแนวโน้มใกล้เคียงกับหุ้นกู้ที่ครบกำหนดในไตรมาสนี้ที่จำนวน 185,312 ล้านบาท เพราะตั้งแต่เดือนมกราคมถึงวันที่ 20 มีนาคม 2569 มีมูลค่าการออกเสนอขายแล้ว 160,635 ล้านบาท
“ขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าบริษัทเอกชนมีการแห่ออกหุ้นกู้เพื่อตุนสภาพคล่อง ซึ่งหากเร็วสุดจะเห็นภาพชัดขึ้นในอีก 1 เดือนข้างหน้า เพราะการออกเสนอขายหุ้นกู้มีขั้นตอนและมีระยะเวลาในการยื่นไฟลิ่งต่อก.ล.ต. ”
นายณัฐพงศ์ ณ ระนอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ “ทันหุ้น” ว่า จากสถานการณ์พลังงานช็อกจากสงครามตะวันออกกลางนั้น เพราะเป็นสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิด และไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะจบเมื่อไรนั้น
ทำให้ขณะนี้ส่วนตัวเริ่มเห็นสัญญาณที่บริษัทเอกชนจะต้องตุนสภาพคล่องทางการเงิน ทำให้มีการเร่งการออกหุ้นกู้มากขึ้น หรือ บางบริษัทอาจจะมีมูลค่าการออกเสนอขายมากขึ้นกว่าเดิม ในส่วนของบริษัทที่ไม่สามารถเข้าถึงเงินกู้จากสถาบันการเงินได้ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าหุ้นกู้ Investment Grade จะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน (ยกเว้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่อาจขายยาก) สะท้อนจากหุ้นกู้ปีนี้ที่ออกเสนอขายก็มียอดจองเข้ามาจำนวนมาก
@เริ่มเห็นทยอยออกหุ้นกู้
นายจิรไพบูลย์ รัตนภาณุรักษ์ ผู้อำนวยการ ที่ปรึกษาทางการลงทุน ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ CIMBT กล่าวกับ “ทันหุ้น”ว่า จากสถานการณ์ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นมากในระยะสั้น ย่อมมีโอกาสส่งผลให้เงินเฟ้อปรับตัวเพิ่มขึ้น ทำให้ดอกเบี้ยนโยบายของไทยโอกาสที่จะปรับตัวลงอีกยากแล้ว จึงเชื่อว่าจะเริ่มเห็นบริษัทเอกชนทยอยออกหุ้นกู้มากขึ้น จากก่อนหน้านี้ที่อาจมีชะลอการออกเสนอขาย เพราะคาดหวังว่าดอกเบี้ยจะลงต่อเพื่อให้ได้ต้นทุนการเงินการออกเสนอขายหุ้นกู้ต่ำที่สุด
สำหรับความน่าสนใจในการลงทุนหุ้นกู้ขณะนี้ ถือว่าน่าสนใจลงทุนมากขึ้น เพราะแม้แนวโน้มดอกเบี้ยโอกาสที่จะลดลงอีกยากในระยะสั้น แต่ยังไม่ถึงขั้นที่จะปรับตัวขึ้น ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย อายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้นมาอยู่ในโซนประมาณ 2% ซึ่งเป็นระดับที่ ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยในรอบ 10 ปี พันธบัตรรัฐบาลไทยจึงดูมีความน่าสนใจมากขึ้น
แหล่งข่าวในวงการการเงิน ระบุว่า จากความกังวลผลกระทบวิกฤติสงคราม ทำให้นักลงทุนในกองทุนรวม (Mutual Fund) โดยเฉพาะกลุ่มตราสารหนี้ (Fixed Income) เริ่มเทขายกองทุนออกมา เนื่องจากพฤติกรรมนักลงทุนเปลี่ยนไปเป็นการ “ขายกองยาว ซื้อกองสั้น” เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวน ส่งผลให้ Yield Curve ระยะ 10 ปี ขยับพุ่งขึ้นมาแล้วถึง 0.40% เมื่อเทียบกับช่วงต้นปี
@เตรียมตัว
ทั้งนี้ในส่วนของบริษัทต่างๆ ก็มีการเตรียมตัวเพื่อที่จะรักษาสภาพคล่อง ด้วยการออกหุ้นกู้ และ การเจรจากู้ธนาคารพาณิชย์ โดยมองว่า บริษัทขนาดใหญ่ที่มีเรตติ้งดี ก็ยังสามารถที่จะระดมทุนผ่านหุ้นกู้ได้ อย่างต่อเนื่อง แต่ในส่วนของบริษัทที่เรตติ้งน้อย หรือไม่มีเรตติ้งก็ยังอาจจะระดมทุนจากหุ้นได้ลำบาก
อย่างไรก็ตามในเชิงต้นทุนในการกู้เงินนั้นยอมรับว่าปัจจุบันหุ้นกู้และธนาคารพาณิชย์มีดอกเบี้ยที่ใกล้เคียงกัน ดังนั้นหลายบริษัทสามารถที่จะเลือกที่จะกู้แบงก์แทนได้ ขณะเดียวกันวิกฤติสงครามที่เกิดขึ้นนั้นจะมีความแตกต่างจากโควิดในแง่ที่ธนาคารพาณิชย์สามารถประเมินได้ว่าใครได้ผลประโยชน์ใครเสียผลประโยชน์จึงจะไม่กระทบต่อบริษัทที่มีพื้นฐานดี
@ขายหุ้นกู้ล้น 1.4 เท่า
นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เปิดเผยว่า การเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งดีลที่มีความท้าทาย เนื่องจากสภาวะตลาดโลกในปัจจุบันมีความผันผวนจากสถานการณ์สงคราม ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Government Bond Yield) ในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย มีความผันผวนอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม หุ้นกู้ของบริษัท ยังได้รับการตอบรับอย่างดีจากนักลงทุน ด้วยยอดจองซื้อรวมสูงกว่า 1.4 เท่า หรือ 49,507 ล้านบาท ของมูลค่าที่เสนอขาย 35,000 ล้านบาท สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อบริษัท
สำหรับหุ้นกู้ที่เสนอขายในครั้งนี้เป็นหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ รวม 4 ชุด มูลค่ารวม 35,000 ล้านบาท มีอัตราดอกเบี้ยคงที่เฉลี่ย 2.36% ต่อปี และมีอายุเฉลี่ย 6.4 ปี โดยเงินที่ได้จากการระดมทุนดังกล่าวส่วนหนึ่งจะนำไปใช้ชำระคืนตราสารหนี้ที่ครบกำหนด รวมถึงชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน ซึ่งการออกหุ้นกู้ในครั้งนี้จะช่วยให้บริษัทสามารถบริหารต้นทุนทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และคาดว่าจะช่วยลดภาระดอกเบี้ยได้ประมาณ 200–250 ล้านบาทต่อปี
สำหรับเงินส่วนที่เหลือ บริษัทจะนำไปใช้รองรับการขยายการลงทุนในอนาคต โดย GULF ยังคงมุ่งเน้นการขยายธุรกิจพลังงานหมุนเวียนทั้งในและต่างประเทศ ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงโซลูชันด้าน AI เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของกลุ่มบริษัท สู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่างเต็มรูปแบบ ควบคู่กับการสร้างการเติบโตในธุรกิจดิจิทัล ซึ่งขับเคลื่อนโดยธุรกิจ Data Center และ Cloud เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว