ไขปม 'บวรศักดิ์' ถอยฉาก ครม.อนุทิน 2 จุดยืนการเมือง เสี่ยงจริยธรรม
เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า โผคณะรัฐมนตรี ที่นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี สมัยที่ 2 ไม่ปรากฎชื่อนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นว่าที่รองนายกรัฐมนตรี ด้านกฎหมาย ในรัฐบาล แม้เจ้าตัวจะถูกทาบทามให้ช่วยรัฐบาลต่อ
โดยมีรายงานว่า นายบวรศักดิ์ ได้แจ้งต่อนายอนุทิน ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ถึงการตัดสินใจ ไม่ขอรับตำแหน่ง ครม.ครั้งนี้ นายอนุทิน ได้ขอบคุณนายบวรศักดิ์ ที่ได้ทำงานร่วมกันในครม.อนุทิน 1
มีรายงานว่า มีหลายสาเหตุที่นายบวรศักดิ์ ปฏิเสธร่วมงานกับรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย เนื่องจากความอึดอัด ลำบากใจ เกี่ยวกับ ข้อครหาเรื่องการแทรกแซงองค์กรอิสระ คดีที่เกี่ยวโยงทางการเมือง ทั้งเรื่องฮั้ว สว. และคดีเขากระโดง ซึ่งสุ่มเสี่ยงเป็นปัญหาจริยธรรมทางการเมือง และมีบางกรณีที่รัฐบาลต้องการให้นายบวรศักดิ์ ช่วยให้ความเห็นทางกฎหมายเพื่อลดกระแสเรื่องเหล่านี้ แต่นายบวรศักดิ์ ปฏิเสธ
ทั้งนี้ นายบวรศักดิ์ เคยพูดคุยกับนายอนุทินถึงเรื่องเหล่านี้ก่อนตัดสินใจเข้าร่วม ครม.อนุทิน 1 และเปิดเผยกับสื่อมวลชน เมื่อ 5 เดือนที่แล้ว เมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล ว่า นายกฯให้เวลาตนคิด 1 วัน ตนได้ปรึกษาลูก บุคคลใกล้ชิด และผู้ใหญ่ รวม 3 คน ด้วยเหตุผล
ข้อที่ 1 คือมีบุคคลภายนอกที่ไม่ใช่สมาชิกพรรค มาร่วมรัฐบาล เช่น นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง ซึ่งรู้จักกัน ส่วนสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ ก็ทำงานร่วมกันมาตั้งแต่สมัยรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ จึงคิดว่านายกฯ มีความตั้งใจจริง ที่จะทำอะไรบางอย่าง
เหตุผลข้อที่ 2 ตนได้ขอ 3 ข้อจากนายกฯ คือ ไม่ขอเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ไม่ขอเข้าไปยุ่ง หรือแทรกแซงองค์กรอิสระ เรื่องคดีเขากระโดง และคดีฮั้ว สว. และตนได้บอกว่าเป็นคนคิดอย่างไรก็พูดอย่างนั้น จะมีความเห็นอย่างไรต้องให้ตนพูด และจะทำหรือไม่ ก็เป็นอำนาจของนายกฯ คิดว่ารัฐบาล 4 เดือน+ 4 เดือนรักษาการ ก็ไม่ได้เยอะอะไร
นอกจากนี้ ตนอยากทำอะไรบางอย่างเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา และอยากทำเรื่องการยกเลิกกฎหมายกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อประชาชนและเอกชน หรือที่เรียกว่ากิโยติน ตนทำมาตั้งแต่คณะกรรมการดำเนินการปฏิรูปกฎหมายในระยะเร่งด่วน ในสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ขณะนี้ยังไม่ถึงไหน จึงจะพยายามทำสุดฤทธิ์
สำหรับนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ปัจจุบันอายุ 71 ปี เป็นบุคคลสำคัญในแวดวงกฎหมายมหาชน และการเมืองไทย โดยมีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญ และกฎหมายสำคัญหลายฉบับของประเทศไทย
ประวัติการศึกษา จบปริญญาตรี นิติศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง) จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เนติบัณฑิตไทย (อันดับที่ 1 ของรุ่นที่ 29) ปริญญาโททางกฎหมายมหาชน (Diplôme d'études approfondies de droit public) และปริญญาเอกทางกฎหมายมหาชน (Doctorat d'État en droit) จากมหาวิทยาลัยปารีส 2 (Université de Paris II) ประเทศฝรั่งเศส
อย่างไรก็ตาม สำหรับงานด้านกฎหมายของรัฐบาล แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล ระบุว่า หากมีกรณีข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับการตัดสินใจของ ครม.สามารถใช้กลไกของคณะกรรมการกฤษฎีกา และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งเป็นที่ปรึกษากฎหมายของรัฐ มีหน้าที่พิจารณาและจัดทำร่างกฎหมายตามที่ ครม. หรือนายกฯ มอบหมาย และเสนอความเห็นเกี่ยวกับการให้มีหรือแก้ไข ปรับปรุงหรือยกเลิกกฎหมาย ช่วยเหลือและให้คำแนะนำเกี่ยวกับการร่างกฎหมายแก่หน่วยงานของรัฐ ให้ความเห็นหรือปฏิบัติงานอื่นอันเกี่ยวกับกฎหมายให้แก่หน่วยงานของรัฐ หรือตามที่รัฐบาลต่างประเทศหรือสถาบันระหว่างประเทศร้องขอ เป็นต้น
ขณะที่แหล่งข่าวจากพรรคภูมิใจไทย ระบุว่า รัฐบาลสามารถใช้คณะกรรมการกฤษฎีกา ที่มีถึง 14 คณะได้ ซึ่งแต่ละคณะมีบุคคลที่มีความรู้ในด้านต่างๆ เป็นอย่างดี
"พรรคมีการหารือกันว่า ครม.อนุทิน 2 จะไม่มีรองนายกฯ ที่กำกับดูแลด้านกฎหมาย แต่จะใช้กลไกของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแทน เพราะแต่ละคณะมีความรู้ด้านกฎหมายเยอะ และจะมีการแต่งตั้งที่ปรึกษาของนายกฯ อีกทั้งจะขยับนายทรงศักดิ์ ทองศรี มาเป็นรองนายกฯ ดูแลงานด้านสังคม แทนนายโสภณ ซารัมย์ ที่ไปเป็นประธานสภาฯ" แหล่งข่าวจากพรรคภูมิใจไทย กล่าว