โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ESTAR ทุ่ม750ล.ลุยซื้อที่ดินปั้นโครงการใหม่3พันล้าน

ทันหุ้น

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

#ESTAR #ทันหุ้น – ESTAR ควักงบ 750 ล้านบาท ช็อปที่แปลงสวย ปูทางต่อยอดเพิ่ม เตรียมเปิดโครงการใหม่ 3 พันล้านบาท เสริมแบ็กล็อกเพิ่ม จากเดิมกว่า 600 ล้านบาท กินยาวถึงไตรมาส 4 นี้ ส่วนปี 2569 ปักเป้ารายได้ทะยาน 10% จากปีก่อน แย้มมีโครงการเรียงคิวบุ๊กเพียบ

นายไพโรจน์ วัฒนวโรดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีสเทอร์น สตาร เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ ESTAR เปิดเผยว่า ในช่วงที่เหลือปี 2569 บริษัทได้วางเงินลงทุนไว้ราว 750 ล้านบาท ในการจัดซื้อที่ดินแปลงใหม่ในส่วนของพื้นที่โซนกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงในจังหวัดระยอง หลังปัจจุบันเริ่มเห็นสัญญาณที่ดินในทำเลต่างๆ ที่มีศักยภาพเริ่มทยอยประกาศขายเพิ่มมากขึ้น เพื่อเป็นการต่อยอดธุรกิจและรองรับการพัฒนาโครงการใหม่ในอนาคตเพิ่ม

@ ผุดโครงการ 3 พันล.

ทั้งนี้ จากข้อมูลยอดขายที่รอโอน (Backlog หรือ “แบ็กล็อก”) ล่าสุดอยู่ที่กว่า 600 ล้านบาท ซึ่งน่าจะสามารถทยอยโอนและรับรู้รายได้ต่อเนื่องจนช่วงไตรมาส 4/2569 หรือภายในปีนี้ รวมทั้งยังมุ่งพัฒนาโครงการใหม่ต่อเนื่อง เพื่อเสริมรายรับในอนาคต

โดยปีนี้ทาง ESTAR มีแนวทางพัฒนาโครงการใหม่ จำนวน 2 โครงการ คิดเป็นมูลค่ารวมราว 3 พันล้านบาท โดยเป็นในส่วนของโครงการแนวราบ ในพื้นที่บ้านฉาง จังหวัดระยอง มูลค่าอยู่ที่ 700 ล้านบาท, คอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์ “STAR VIEW” (โซนนนทบุรี) อีกประมาณ 2.3 พันล้านบาท เพื่อสร้างยอดขายและรายได้กับธุรกิจเพิ่มเติม ตลอดจนยังกลายเป็นปัจจัยช่วยสนับสนุนภาพรวมธุรกิจปีนี้ให้เป็นไปตามที่วางไว้

ด้านทิศทางผลการดำเนินงานปี 2569 บริษัทยังคงเป้าหมายรายได้เติบโตประมาณ 10% จากปี 25ก68 หรืออยู่ราว 2.23 พันล้านบาท เพราะธุรกิจมีแบ็กล็อกที่รอรับรู้ค่อนข้างมาก ประกอบกับมีการพัฒนาโครงการใหม่ปีนี้อย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากโครงการที่อยู่อาศัยพร้อมโอนในมือ (สต๊อก) ที่จะสร้างรายได้ในช่วงที่เหลือปีนี้เพิ่มเติม

@ กลยุทธ์การบริหารงาน

สำหรับกลยุทธ์การบริหารงานปีนี้ทาง ESTAR ได้มีการปรับกระบวนแนวทางสู่ “Stable First – Read the Game – Prove Performance” เพื่อประคององค์กรให้มั่นคงท่ามกลางความผันผวน โดยประเมินว่าภาคอสังหาริมทรัพย์จะได้รับผลกระทบจากต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่สูงขึ้น และกำลังซื้อที่อาจอ่อนตัวลงจากภาวะเงินเฟ้อ ฯลฯ เพราะฉะนั้นการดำเนินกลยุทธ์อย่างเหมาะสมจึงเป็นสิ่งที่สำคัญกับบริษัทในการบริหารจัดการท่ามกลางความเสี่ยงต่างๆ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงในอนาคตเพิ่มเติม ซึ่งควบคู่ไปกับการปรับ “วิธีเดินเกม” ให้ยืดหยุ่นมากขึ้น โดยจะตัดสินใจลงทุนตามสัญญาณตลาดจริง, การเน้น “เงินสด” คือหัวใจ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายท่ามกลางความท้าทาย

นอกจากนี้ยังมีแนวทางรับมือด้านสำคัญต่างๆ ได้แก่ การคุมสภาพคล่อง คือ การเร่งโอนยูนิตพร้อมอยู่และระบายสต๊อก, การเน้นเงินสดจริงมากกว่ายอดขายบนกระดาษ, การรักษามาร์จิ้น โดยการติดตามต้นทุนวัสดุก่อสร้างรายไตรมาสอย่างใกล้ชิด, ปรับพอร์ตสินค้า เพื่อเป็นการเน้นกลุ่มดีมานด์จริง (Real Demand) ทั้งในกรุงเทพฯ และบ้านฉาง ระยอง , การควบคุมเรื่องการชะลอการขยายตัวที่เร็วเกินไป อิงตามคุณภาพดีมานด์และสินเชื่อ, การเพิ่มรายได้ประจำ

** ซื้อที่ดินต่อเนื่อง

“ในปี 2569 ไม่ใช่ปีของการเร่งเครื่องโดยไม่ระวัง แต่เป็นปีของการอ่านเกมให้ขาด ความได้เปรียบในปีนี้ไม่ได้อยู่ที่ใครเร่งได้มากที่สุด แต่อยู่ที่ใครนิ่งได้ดีที่สุด ใครคุมเงินสดได้ดี และตัดสินใจได้แม่นยำกว่ากัน ตลอดจนยังเดินหน้าซื้อที่ดินต่อเนื่อง เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในอนาคต” นายไพโรจน์ กล่าว

ส่วนแนวโน้มราคาก่อสร้างที่ขยับสูงขึ้นนั้นทาง ESTAR มองไม่น่ามีผลกระทบต่อการดำเนินงาน เพราะบริษัทได้มีการเจรจากับทางซัพพลายเออร์เพื่อขอล็อกราคาไว้ล่วงหน้าแล้ว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...