โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ซูเปอร์เอลนีโญคืออะไร ทำไมถึงน่ากังวล

THE STANDARD

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • thestandard.co
ซูเปอร์เอลนีโญคืออะไร ทำไมถึงน่ากังวล

‘เอลนีโญ’ (El Niño) เป็นปรากฏการณ์สภาพภูมิอากาศตามธรรมชาติที่อยู่ในระบบความผันแปรของระบบอากาศในซีกโลกใต้ (El Niño Southern Oscillation หรือ ENSO) โดยปกติแล้วกระแสลมสินค้า (Trade Winds) จะพัดจากตะวันออกไปตะวันตก แต่ในช่วงที่เกิดเอลนีโญ กระแสลมนี้จะ ‘อ่อนกำลังลงหรือเปลี่ยนทิศทาง’ ทำให้กระแสน้ำอุ่นบริเวณผิวน้ำถูกพัดไปทางตะวันออกแทน ส่งผลให้อุณหภูมิผิวน้ำทะเลในบริเวณตอนกลางและตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อน ‘อุ่นขึ้นกว่าปกติ’

สำหรับคำว่า ‘ซูเปอร์เอลนีโญ’ (Super El Niño) นั้นถูกนำมาใช้เพื่อเรียก เหตุการณ์ ‘เอลนีโญที่มีความรุนแรงมากเป็นพิเศษ’ โดยอุณหภูมิผิวน้ำทะเลจะพุ่งสูงขึ้นกว่าระดับปกติมากกว่า 2 องศาเซลเซียส ซึ่งเหตุการณ์ระดับนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ครั้งนับตั้งแต่ปี 1950 และมีเพียงครั้งเดียวเท่านั้นที่อุณหภูมิสูงเกิน 2.5 องศาเซลเซียส ในช่วงปลายปี 1997 ถึงต้นปี 1998

ปรากฏการณ์เอลนีโญคาดว่าจะก่อตัวขึ้นในช่วงปลายปี 2026 โดยการพยากรณ์ชี้ว่า มีโอกาสถึง 70% ที่เอลนีโญจะเริ่มก่อตัวภายในเดือนมิถุนายนปีนี้ และมีโอกาสสูงถึง 94% ที่สภาวะนี้จะลากยาวไปจนถึงสิ้นปี โดยปกติแล้วปรากฏการณ์จะทวีความรุนแรงจนถึงขีดสุดในช่วงระหว่างเดือนตุลาคมไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ของปีถัดไป ทั้งนี้ศูนย์พยากรณ์ภูมิอากาศของสหรัฐฯ (US Climate Prediction Center) ได้ประเมินว่า มีโอกาส 50% ที่เอลนีโญในรอบนี้จะพัฒนาความรุนแรงไปถึงระดับ ‘ซูเปอร์เอลนีโญ’ ในช่วงระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงมกราคม 2027

ทำไมปรากฏการณ์นี้จึงน่ากังวล

ดันอุณหภูมิโลกให้ทะลุขีดจำกัดวิกฤต

การเกิดซูเปอร์เอลนีโญร่วมกับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากมนุษย์ อาจทำให้อุณหภูมิโลกพุ่งทำลายสถิติ และผลักดันให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มขึ้นทะลุขีดจำกัด 1.5 องศาเซลเซียสเมื่อเทียบกับยุคก่อนอุตสาหกรรมได้ชั่วคราว ยิ่งไปกว่านั้นแบบจำลองบางชิ้นยังแสดงให้เห็นว่า อุณหภูมิเฉลี่ยอาจพุ่งทะลุ 2 องศาเซลเซียสได้ ซึ่งแม้จะมีโอกาสเกิดขึ้นไม่มากแต่นั่นก็เพียงพอที่จะผลักดันให้โลกเข้าใกล้ ‘จุดวิกฤต’ (Tipping Points) ที่เป็นอันตรายอย่างยิ่ง

กระตุ้นสภาพอากาศสุดขั้วทั่วโลก

ยิ่งเอลนีโญมีความรุนแรงมากเท่าใด ก็จะยิ่งเข้าไปกระตุ้นให้เกิดเหตุการณ์สภาพอากาศที่รุนแรงทั่วโลกมากขึ้นเท่านั้น ปรากฏการณ์นี้มักทำให้เกิดภัยแล้งและคลื่นความร้อนในประเทศออสเตรเลีย พื้นที่ทางตอนใต้และตอนกลางของทวีปแอฟริกา ประเทศอินเดีย และบางส่วนของอเมริกาใต้ซึ่งรวมถึงป่าแอมะซอน

ในขณะเดียวกันก็ก่อให้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ตอนใต้ของสหรัฐอเมริกา ตะวันออกกลาง รวมถึงเอเชียกลางและเอเชียใต้ นอกจากนี้ยังทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมพายุ โดยจะลดโอกาสการเกิดพายุเฮอร์ริเคนในมหาสมุทรแอตแลนติก แต่ไป ‘เพิ่มความเสี่ยง’ ที่จะเกิดพายุหมุนเขตร้อนที่ทรงพลังในมหาสมุทรแปซิฟิกแทน ดังเช่น ซูเปอร์เอลนีโญในปี 2015 ที่เคยทำให้เกิดภัยแล้งรุนแรงในเอธิโอเปียและภาวะขาดแคลนน้ำในเปอร์โตริโก รวมถึงเกิดพายุเฮอร์ริเคนรุนแรงในแปซิฟิกมาแล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...