โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘พระพยอม’ ซัดข่าวปลอม พระวัดสวนแก้วทำร้ายเณร ลั่นทำ ‘พาสปอร์ตไปนรก’

เดลินิวส์

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว แจงวุ่น หลังโซเชียลแชร์ภาพอ้างพระพี่เลี้ยงทำร้ายเณรเจ็บเข้าโรงพยาบาล ยันเป็นข่าวบิดเบือน ใช้ภาพวัดประกอบสร้างเรื่อง ลั่น เหมือนกำลังทำ “พาสปอร์ตไปนรก”

เมื่อวันที่ 25 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ใช้ Facebook รายหนึ่งโพสต์ภาพและข้อความกล่าวอ้างว่า มีพระภายในวัดสวนแก้ว ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ทำร้ายเณรจนได้รับบาดเจ็บ โดยระบุข้อความในลักษณะว่าเป็นเหตุการณ์รุนแรง พระพี่เลี้ยงใช้กำลังทำร้ายเณรจนบวมช้ำ พร้อมทั้งมีการเผยแพร่ภาพหน้าวัดสวนแก้วประกอบโพสต์ และมีการบรรยายเหตุการณ์ในคลิปว่า พระรูปดังกล่าวลงมือฟาดเณรด้วยความโกรธอย่างหนัก โดยไม่ทราบสาเหตุ อีกทั้งยังมีเณรหลายรูปอยู่ในเหตุการณ์แต่ไม่มีใครกล้าเข้าห้าม ขณะเดียวกันยังระบุว่าเณรรูปดังกล่าวกำลังเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล พร้อมขอให้หายโดยเร็ว

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ วัดสวนแก้ว อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงจาก พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ซึ่งได้ชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวว่า จากการตรวจสอบข่าวที่เผยแพร่ พบว่าเป็นข่าวที่ไม่มีการระบุวัดต้นทางของเหตุการณ์อย่างชัดเจน ก่อนจะมีการนำไปบิดเบือนและสร้างเป็นข่าวปลอม โดยโยงว่าเป็นเหตุที่เกิดขึ้นภายในวัดสวนแก้ว ทั้งที่ในความเป็นจริง วัดสวนแก้วไม่เคยมีเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นเลย อีกทั้งพระที่ปรากฏในภาพก็ไม่ใช่พระในวัด และภายในวัดก็ไม่มีสามเณรอยู่แม้แต่รูปเดียว

พระพยอม กล่าวอีกว่า แนวทางการลงโทษเณรตามหลักที่เหมาะสม หากมีการกระทำผิด ก็เพียงให้ไปทำความสะอาด เช่น ล้างห้องน้ำ หรืออาจให้งดอาหารเพียงหนึ่งมื้อเท่านั้น ไม่ใช่การใช้ความรุนแรงถึงขั้นทำร้ายร่างกาย การตบตีหรือทำร้ายเช่นในคลิปถือว่าไม่ใช่วิสัยของสมณสงฆ์ แม้แต่คนทั่วไปก็ไม่ควรกระทำ พร้อมระบุว่าพฤติกรรมเช่นนั้นเปรียบเสมือน “นรกส่งมาเกิด”

ในส่วนของผู้ที่สร้างหรือเผยแพร่ข่าวดังกล่าว พระพยอมมองว่าเป็นการกระทำที่มีเจตนาใส่ร้ายป้ายสีวัดอย่างชัดเจน และเปรียบเปรยว่าเหมือนกำลังทำ “พาสปอร์ตไปนรก” พร้อมฝากถึงประชาชนให้ใช้วิจารณญาณในการเสพข่าว ตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนเชื่อหรือแชร์ ว่าข่าวนั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร และมีเจตนาใดแอบแฝง

พระพยอม กล่าวต่อว่า ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี ตั้งแต่วัดสวนแก้วก่อตั้งมา เพิ่งเคยเผชิญกับเหตุการณ์ถูกใส่ร้ายในลักษณะนี้เป็นครั้งแรก หากผู้เผยแพร่มีเจตนาดี ควรติดต่อสอบถามข้อเท็จจริงจากทางวัดก่อน ไม่ใช่สร้างเรื่องขึ้นมาเองแล้วนำภาพวัดไปประกอบข่าว ซึ่งส่งผลให้วัดได้รับความเสียหายอย่างมาก หลังข่าวเผยแพร่ออกไป มีทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนจำนวนมากติดต่อเข้ามาสอบถาม เนื่องจากวัดเป็นสถานที่ที่มีผู้คนมาทำบุญจำนวนมาก

พระพยอม ฝากเตือนว่า สังคมปัจจุบันเป็นยุคที่ข่าวสารแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว หากขาดสติในการรับข้อมูล อาจนำไปสู่ความเสื่อมทางศีลธรรมได้ หลังมีข่าวออกไป มีประชาชนจำนวนไม่น้อยเข้าใจผิดและเข้ามาตำหนิวัดสวนแก้วอย่างหนัก ทั้งที่ข้อเท็จจริงไม่ได้เป็นไปตามที่ถูกกล่าวหา จึงขอให้สังคมช่วยกันใช้วิจารณญาณ และอย่านำศาสนสถานที่ดีงามไปเกี่ยวโยงกับข่าวเท็จหรือการใส่ร้ายโดยปราศจากข้อเท็จจริง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...