โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

จีนหักดิบสหรัฐฯ! สั่งบริษัทในประเทศเพิกเฉยมาตรการคว่ำบาตร ก่อนซัมมิต ทรัมป์-สี

efinanceThai

เผยแพร่ 04 พ.ค. เวลา 07.01 น.

จีนหักดิบสหรัฐฯ! สั่งบริษัทในประเทศเพิกเฉยมาตรการคว่ำบาตร ก่อนซัมมิต ทรัมป์-สี

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -4 พ.ค. 69 14:01 น.

การที่จีนสั่งให้บริษัทในประเทศเพิกเฉยต่อมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ถือเป็นการแสดงท่าทีแข็งกร้าวอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ปฏิเสธไม่ได้ว่า เคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้ภาคธนาคารขนาดใหญ่ตกอยู่ท่ามกลางความขัดแย้ง ในขณะที่ความตึงเครียดระหว่างสองชาติมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลกกลับมาปะทุขึ้น

แม้รัฐบาลจีนจะวิพากษ์วิจารณ์การคว่ำบาตรฝ่ายเดียวและประกาศว่าเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย แต่ที่ผ่านมาจีนยอมให้บริษัทขนาดใหญ่ของประเทศโอนอ่อนผ่อนตามอย่างเงียบ ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบทางเศรษฐกิจและเพื่อรักษาช่องทางการเข้าถึงระบบการเงินของสหรัฐฯ

แต่การประกาศเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (2 พ.ค.) ซึ่งมีขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่ผู้นำทั้งสองประเทศ คือประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง มีกำหนดพบกันในช่วงเดือนนี้ เป็นการส่งสัญญาณถึงจุดยืนที่แข็งกร้าวมากขึ้น โดยรัฐบาลจีนได้สั่งการให้บริษัทต่าง ๆ ไม่ต้องปฏิบัติตามมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ที่บังคับใช้กับโรงกลั่นน้ำมันเอกชนที่มีความเชื่อมโยงกับการค้าน้ำมันของอิหร่าน ซึ่งรวมถึงบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Hengli Petrochemical (Dalian) Refinery ที่ถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตรไปเมื่อเดือนที่แล้ว

บทวิเคราะห์ในหนังสือพิมพ์ Peoples Daily ซึ่งเป็นกระบอกเสียงของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ระบุว่าการประกาศครั้งนี้คือ ก้าวย่างสำคัญ

ความเคลื่อนไหวของรัฐบาลจีนจะเป็นบททดสอบระบบการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ในช่วงเวลาที่กำลังเผชิญแรงกดดัน เพราะสหรัฐฯ เองก็ยังคงมีความไม่แน่นอนในการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย เวเนซุเอลา และอิหร่าน ในขณะที่การทำสงครามเศรษฐกิจกับอิหร่านกำลังสร้างความตึงเครียดต่อพันธมิตรทั่วโลก จีนได้อาศัยโอกาสนี้ในการปกป้องฟันเฟืองสำคัญในระบบเศรษฐกิจของตน พร้อมกับขยายคลังแสงของอาวุธทางเศรษฐกิจไปในตัว

ทั้งนี้ จีนเป็นผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่ของอิหร่านมาเป็นเวลานาน โดยส่วนใหญ่นำเข้าทางอ้อมและผ่านโรงกลั่นเอกชน ก่อนจะนำไปกลั่นเป็นเบนซิน ดีเซล และผลิตภัณฑ์น้ำมันอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลศุลกากรของจีนไม่ได้สะท้อนถึงตัวเลขการค้าในส่วนนี้ โดยมีการบันทึกการจัดส่งอย่างเป็นทางการครั้งล่าสุดเมื่อหลายปีก่อน

เมื่อเร็ว ๆ นี้ รัฐบาลจีนภายใต้ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้ยกระดับการใช้เครื่องมือทางเลือกอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่แร่แรร์เอิร์ธไปจนถึงเทคโนโลยี โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้ขัดขวางการเข้าซื้อกิจการ Manus สตาร์ทอัพ AI มูลค่า 2,000 ล้านดอลลาร์ ของ Meta Platforms โดยสั่งระงับข้อตกลงแม้ว่าจะมีการลงนามไปเรียบร้อยแล้วก็ตาม

จา เอียน ชง รองศาสตราจารย์ด้านรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ กล่าวถึงความเคลื่อนไหวล่าสุดที่จีนสั่งให้บริษัทเพิกเฉยคำสั่งที่เป็นมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ว่า พวกเขาต้องการมีเครื่องมือในการต่อรองให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งมองได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มมาตรการควบคุม ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งเดียวจบ

จีนกำลังนำมาตรการสกัดกั้นที่ประกาศใช้ในปี 2021 มาบังคับใช้ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อปกป้องบริษัทในประเทศจากกฎหมายต่างชาติที่จีนเห็นว่าไม่เป็นธรรม โดยบรรดาโรงกลั่นน้ำมัน ซึ่งรวมถึง Hengli และผู้ประกอบการเอกชนรายอื่น ๆ กำลังเผชิญกับการอายัดทรัพย์สินและคำสั่งห้ามทำธุรกรรม

ด้านสถาบันการเงินที่ทำงานร่วมกับ Hengli และบริษัทที่เกี่ยวข้อง ต่างเร่งทำความเข้าใจต่อการตัดสินใจครั้งนี้และกำลังขอความชัดเจนจากหน่วยงานกำกับดูแลการธนาคาร

Hengli Petrochemical Co. ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของโรงกลั่นในต้าเหลียนที่ถูกคว่ำบาตร ระบุเมื่อเดือนเม.ย. ว่า บริษัทคาดว่าจะสามารถจัดหาวงเงินสินเชื่อจากธนาคารรวม 235,000 ล้านหยวน (34,400 ล้านดอลลาร์) สำหรับตัวบริษัทเองและหน่วยธุรกิจทั้งหมดในปีนี้ โดยส่วนหนึ่งเป็นวงเงินสินเชื่อหมุนเวียน

ทางด้านผู้ประกอบการโรงกลั่นเอกชนของจีนแสดงความพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ เพื่อแสวงหาประโยชน์จากน้ำมันจากอิหร่าน รัสเซีย และเวเนซุเอลาที่ขายถูกกว่าตลาด แม้ว่ากลุ่มธุรกิจนี้จะมีบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Hengli รวมอยู่ด้วย แต่โดยทั่วไปแล้วภาคส่วนนี้พึ่งพาระบบการเงินของสหรัฐฯ น้อยกว่าโรงกลั่นของรัฐขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม ผู้เล่นรายใหญ่ที่สุดเหล่านี้ยังคงมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับธนาคารของรัฐรายใหญ่ในจีน

ส่วนแนวทางการแก้ปัญหาสำหรับธนาคารอาจรวมถึงการทำธุรกรรมในสกุลเงินหยวน ซึ่งจะช่วยลดการตรวจสอบจากทางการสหรัฐฯ ได้

จี เหวินฮวา ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายและที่ปรึกษากระทรวงพาณิชย์ มองว่า เมื่อพิจารณาจากข้อกำหนดเฉพาะ คำสั่งห้ามนี้มีเป้าหมายหลักไปที่มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ที่บังคับใช้กับบริษัทจีนบางแห่งโดยเฉพาะ โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือทำให้มาตรการเหล่านั้นไม่มีผลทางกฎหมายภายในดินแดนจีน มากกว่าที่จะเป็นการตอบโต้ด้วยมาตรการที่ก้าวร้าวรุนแรงในทันที

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์จีนระบุในแถลงการณ์เมื่อวันเสาร์ว่า มาตรการของสหรัฐฯ จำกัดการค้ากับประเทศที่สามอย่างผิดกฎหมายและละเมิดบรรทัดฐานสากล พร้อมทั้งสั่งห้ามการรับรอง การบังคับใช้ และการปฏิบัติตามมาตรการคว่ำบาตรที่พุ่งเป้าไปที่บริษัททั้ง 5 แห่ง

ขณะที่นักวิเคราะห์จาก Eurasia Group ระบุว่า แม้มาตรการสกัดกั้นนี้ไม่น่าจะส่งผลให้การประชุมสุดยอดระหว่างสี จิ้นผิง และทรัมป์ต้องล้มเหลว แต่ปฏิกิริยาจากวอชิงตันจะเป็นตัวบ่งชี้ว่าสถานการณ์จะบานปลายหรือไม่

โดมินิก ชิว หนึ่งในทีมนักวิเคราะห์จาก Eurasia Group ระบุว่า โรงกลั่นเหล่านี้ทำงานร่วมกับธนาคารจีนที่ยังไม่ถูกคว่ำบาตรโดยตรงเป็นหลัก หากสหรัฐฯ ขยายการคว่ำบาตรขั้นทุติยภูมิไปยังสถาบันการเงินเหล่านั้น หรือรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ รัฐบาลปักกิ่งก็มีแนวโน้มที่จะตอบโต้ด้วยมาตรการที่รุนแรงยิ่งขึ้น

ที่มา Bloomberg

รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...