โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เมย์แบงก์ ให้เป้า SET ปีนี้ไป 1,500 จุด แม้น้ำมันพุ่งกดดันแต่ Q2 คาดฟื้นรับมาตรการรัฐ-Flow ยังไหลเข้า

Manager Online

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

นายธีรเศรษฐ์ พรหมพงษ์ นักกลยุทธ์เศรษฐศาสตร์มหภาค บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า เมย์แบงก์ประเมินเป้าหมาย SET Index ปี 69 อยู่ที่ 1,500 จุด บนสมมติฐาน EPS 94.6 บาท และ PE 16 เท่า โดยคาดหุ้นไทยฟื้นตัวหลังจากไตรมาส 2/69 เป็นต้นไปหลังจากรับรู้ผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง นอกจากนี้ยังมี Upside เพิ่มเติมจากความคาดหวังมาตรการของรัฐบาล รวมทั้งเม็ดเงินจากนักลงทุนต่างชาติที่ไหลเข้าตลาดหุ้นไทย

สำหรับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง มองว่าสงครามมีแนวโน้มจะไม่ยืดเยื้อ เนื่องจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีแรงจูงใจที่จะยุติความขัดแย้ง เนื่องจากหากจะดำเนินสถานการณ์ต่อ ต้องขออนุมัติจากสภาคองเกรสภายใต้กฎหมาย War Powers Resolution ประกอบกับกระแสการต่อต้านจากประชาชนในประเทศเอง จึงมองว่าสถานการณ์สงครามเข้าใกล้สู่การคลี่คลาย

ทั้งนี้ เมย์แบงก์ ได้ปรับลดประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยปีนี้ลงมาอยู่ที่ 1.5% โดยมองว่าเป็นจุดต่ำสุดแล้วและไม่มี Downside ที่จะทำให้มีการปรับประมาณการณ์ลง โดยการปรับคาดการณ์ลงภายหลังจากที่ภาครัฐปรับราคาน้ำมันขึ้น 6 บาทต่อลิตร ซึ่งการคาดการณ์ดังกล่าวครอบคลุมถึงผลกระทบจากราคาพลังงานที่ปรับตัวขึ้นอยู่ในระดับสูงแล้ว โดยระยะถัดไปคาดเศรษฐกิจจะค่อย ๆ ฟื้นตัวลักษณะ V shape

ขณะที่คาดการณ์ EPS ปี 69 เติบโต 8% แม้ว่าจะมีผลกระทบจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูง ซึ่งสมมติฐานราคาน้ำมันดิบ Brent คาดว่าจะปรับลดลงมาเฉลี่ย 75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรือมองว่าราคาไม่ได้อยู่ในระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลทั้งปี ซึ่งในแง่ของผลกระทบกำไรบริษัทจดทะเบียน ได้รับผลกระทบเชิงลบเป็นส่วนใหญ่ในหลายอุตสาหกรรมที่มีต้นทุนน้ำมันเป็นหลัก อย่างไรก็ตามหุ้นกลุ่มพลังงานได้ประโยชน์จากประเด็นดังกล่าว ชดเชยกลุ่มที่ได้รับผลกระทบส่งผลให้ EPS ไม่ได้ปรับลดลง

สำหรับปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยหลังจากนี้ คือนโยบายของภาครัฐ ซึ่งจะมีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในสัปดาห์หน้า โดยคาดว่ารัฐบาลนายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล น่าจะขับเคลื่อนมาตรการเยียวยารายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากภาวะสงครามก่อน อาทิ โครงการไทยช่วยไทย โครงการคนละครึ่งพลัส รวมทั้งบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นปัจจัยกระตุ้นฐานราก รวมทั้งการกระตุ้นการลงทุนของภาคเอกชน มาตรการเร่งรัดโครงการลงทุน เช่น BOI Fast Pass ซึ่งหากทำได้จะเป็นจุดเร่งเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวกลับมาได้

โดยหุ้นเด่นตามธีมการลงทุน ได้แก่

- กลุ่มรับนโยบายรัฐ: หุ้นที่ได้ประโยชน์จากนโยบาย "Thailand Fast Track" ของรัฐบาลที่จะเร่งรัดการลงทุน BOI ภายใน 6 เดือน ได้แก่ WHA AMATA CK

- กลุ่มฟื้นตัวหลังสงคราม (Rebound Picks) GPSC AOT MINT

- กลุ่มปันผลสูงและความแข็งแกร่งเฉพาะตัว TRUE SPALI

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...