เดือด! สหรัฐฯ ประกาศขู่อิหร่านขั้นสุด ปมช่องแคบฮอร์มุซ
วันที่ 6 เมษายน 2569 สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้น หลังประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาขู่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของอิหร่าน ขณะฝั่งเตหะรานประกาศพร้อมตอบโต้ทันที หากเกิดการโจมตีจริง ท่ามกลางสถานการณ์สู้รบที่ลุกลามทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความบน Truth Social เมื่อช่วงค่ำวันที่ 5 เมษายน ระบุว่า วันอังคารจะเป็นวันแห่งโรงไฟฟ้าและวันแห่งสะพานในอิหร่าน รวมกันในวันเดียว มันจะเป็นอะไรที่ไม่เคยมีมาก่อน!!! เปิดช่องแคบนั่นซะ ไอ้พวกบ้า ไม่เช่นนั้นพวกแกได้ในอยู่ในนรกแน่ คอยดูสิ ก่อนจะโพสต์เพิ่มเติมว่า วันอังคาร เวลา 20.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออก ซึ่งถูกมองว่าเป็นการขยายเส้นตายจากเดิมที่กำหนดไว้สิ้นสุดในวันจันทร์ที่ 6 เมษายน
อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับสื่อสหรัฐฯ หลายแห่ง โดยเปิดเผยกับฟ็อกซ์นิวส์ว่า มีโอกาสดีที่จะบรรลุข้อตกลงกับรัฐบาลเตหะรานได้ในวันจันทร์ แต่ในขณะเดียวกันก็ยอมรับว่ากำลังพิจารณาทางเลือกในการระเบิดทุกอย่างให้สิ้นซากและยึดแหล่งน้ำมัน หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงยุติสงครามได้โดยเร็ว
คำขู่ครั้งใหม่เกิดขึ้นหลังทรัมป์ประกาศว่านักบินอีกคนของเครื่องบินขับไล่ F-15E ที่ถูกยิงตกเหนือน่านฟ้าอิหร่าน ได้รับการช่วยเหลือออกมาอย่างปลอดภัยแล้ว ปิดฉากภารกิจชิงตัวความเสี่ยงสูง หลังอิหร่านตั้งค่าหัวราว 2 ล้านบาทเพื่อจับตัวเป็น
ด้านปฏิกิริยาจากอิหร่าน นายเอสมาอิล บาฆาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า อิหร่านพร้อมตอบโต้อย่างสมน้ำสมเนื้อหากสหรัฐฯ โจมตีโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ พร้อมเตือนว่ากองทัพอิหร่านจะโจมตีทรัพย์สินที่เชื่อมโยงกับสหรัฐฯ เพื่อตอบโต้ทุกการกระทำที่ก้าวร้าว
ขณะที่ นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ระบุว่า การตัดสินใจที่หุนหันพลันแล่นของทรัมป์กำลังลากสหรัฐฯ ลงสู่นรก และเสี่ยงทำให้ทั้งภูมิภาคลุกเป็นไฟ พร้อมย้ำว่าทางออกที่แท้จริงคือการเคารพสิทธิของประชาชนอิหร่านและยุติความขัดแย้งที่อันตรายนี้
ในเวลาเดียวกัน กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) โพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะไม่มีวันกลับไปเป็นเหมือนเดิมอีกต่อไป พร้อมเตือนสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลถึงระเบียบความมั่นคงใหม่ที่กำลังก่อตัวขึ้นในอ่าวเปอร์เซีย
สถานการณ์ภาคสนามยังคงตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง โดยอิหร่านยิงโดรนและขีปนาวุธโจมตีอิสราเอลและพันธมิตรของสหรัฐฯ ในอ่าวเปอร์เซียหลายจุด ขีปนาวุธลูกหนึ่งตกใส่อาคารที่พักอาศัย 7 ชั้นในเมืองไฮฟาของอิสราเอล ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 9 ราย
ขณะที่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทางการอาบูดาบีระบุว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในโรงงานปิโตรเคมีโบรูจ หลังเศษซากขีปนาวุธของอิหร่านตกใส่ ส่งผลให้เกิดความเสียหายแต่ไม่มีผู้บาดเจ็บ ส่วนทางการคูเวตเปิดเผยว่า การโจมตีด้วยโดรนของอิหร่านได้สร้างความเสียหายอย่างหนักต่อโรงงานน้ำมันและปิโตรเคมีหลายแห่ง
เหตุการณ์ทั้งหมดสะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงที่ความขัดแย้งอาจขยายวงกว้างในตะวันออกกลาง และส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานและเศรษฐกิจโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้