โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สรุปเทคนิคจัดการหนี้ “บัตรเครดิต-สินเชื่อ" วางแผนให้ดีก่อนสงกรานต์ปี 2569

Thairath Money

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว
ภาพไฮไลต์

ก่อนจะไปถึงเทศกาลใหญ่ประจำปีอย่างสงกรานต์ กระเป๋าสตางค์ของหลายคนอาจ "แฟ่บ" กว่าที่คิด เพราะเจอพิษจากราคาน้ำมันพุ่ง ข้าวของแพง ไหนจะเศรษฐกิจที่ภาพรวมดูแย่ลงทำให้คนรัดเข็มขัดมากขึ้น เรื่องเหล่านี้ทำให้พฤติกรรมของคนไทยเปลี่ยนไป

Insight คนไทยปี 2569 ประหยัดขึ้นแต่ไม่หยุดใช้!

ล่าสุดมีข้อมูลเชิงลึกจากกรุงศรี คอนซูมเมอร์ พบว่า คนไทยหันมาเน้นความคุ้มค่ามากขึ้น ลดการใช้จ่ายในหมวดสินค้าฟุ่มเฟือย สะท้อนได้จากปี 2568 ที่ผ่านมา ยอดใช้จ่ายสินค้าแบรนด์หรู (Luxury Fashion) และหมวดร้านอาหาร Fine Dining ลดลง ซึ่งยอดใช้จ่ายไปโผล่ที่ร้านอาหาร Fast Food ซึ่งเติบโต 9%

ไม่ใช่แค่นั้นในหมวดสุขภาพ ยอดใช้จ่ายในโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ยังลดลง แต่โรงพยาบาลรัฐบาลยอดใช้จ่ายเติบโตขึ้น 7% ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนความระมัดระวังในการใช้จ่าย และลูกค้าความต้องการทางเลือกชำระเงินที่คุ้มค่ายิ่งขึ้น นอกจากนี้ "เทรนด์การผ่อนชำระ" เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้บริโภคไม่ได้หยุดซื้อ แต่เปลี่ยนจาก "จ่ายเต็ม" มาเป็น "แบ่งจ่าย" เพื่อบริหารสภาพคล่องมากขึ้น

รับมือเทศกาลเปย์ฉ่ำ "ใช้บัตรยังไงให้คุ้ม"

การใช้บัตรเครดิตในช่วงสงกรานต์ให้คุ้มค่าที่สุด ไม่ใช่แค่การรูดแลกพอยต์ แต่คือการ "คุมเกม" ไม่ให้หนี้พอกพูนหลังจบเทศกาล นี่คือ 4 เทคนิคจัดการหนี้ที่ใช้งานได้จริง:

1. วางแผน "งบประมาณสงกรานต์" และตั้งค่าวงเงินจำกัด

ก่อนเริ่มทริป ให้กำหนด "เพดานการใช้จ่าย" ว่าสงกรานต์นี้จะจ่ายไม่เกินเท่าไร เช่น ไม่เกิน 15,000 บาท อาจแบ่งเงินใส่บัญชีออมทรัพย์แยกไว้ให้รู้ว่าใช้เงินได้เท่านี้

สำหรับบัตรเครดิต เราสามารถเข้าไปในแอปพลิเคชัน ตั้งค่าวงเงินชั่วคราว (Daily Limit) ให้ต่ำลง วิธีนี้อาจจะช่วยป้องกันการ "รูดเพลิน" หรือการตัดสินใจซื้อของชิ้นใหญ่โดยไม่ยั้งคิดในช่วงบรรยากาศพาไป

2. ใช้เทคนิค "กันเงินสดรอจ่าย"

ทุกครั้งที่รูดบัตรเครดิต ให้กดโอนเงินสดจำนวนเท่ากับที่รูดไป เข้าไปเก็บไว้ในบัญชีออมทรัพย์แยกต่างหาก (เช่น บัญชีเงินฝากดิจิทัลที่ให้ดอกเบี้ยสูง) วิธีนี้จะทำให้เราเห็นยอดเงินคงเหลือที่แท้จริงในมือ และเมื่อถึงกำหนดชำระบิล เราจะมีเงินก้อนนี้พร้อมจ่ายเต็มจำนวนทันทีโดยไม่ต้องไปหยิบยืมจากที่อื่น

3. ระวังกับดัก "ดอกเบี้ย" และการจ่ายขั้นต่ำ

เงินฟรีไม่มีในโลก… ยิ่งสำหรับบัตรเครดิตแล้ว ถ้าจ่ายช้ากว่ากำหนด หรือจ่ายขั้นต่ำเจออัตราดอกเบี้ย 16% ต่อปี หากมียอดค้างชำระ 30,000 บาท แล้วจ่ายเพียงขั้นต่ำ ดอกเบี้ยจะถูกคำนวณตั้งแต่วันแรกที่เรารูดซื้อสินค้า ไม่ใช่เริ่มคำนวณหลังวันครบกำหนดชำระ

นอกจากนี้ ถ้าจ่ายช้า ยังต้องเจอค่าธรรมเนียมทวงถามหนี้: หากจ่ายช้ากว่ากำหนดเพียง 1 วัน เราอาจต้องเสียค่าธรรมเนียมทวงถามหนี้ (ประมาณ 50-100 บาทต่อรอบบิล) รวมถึง VAT 7% เพิ่มไปอีก

4. เลือก "ผ่อน 0%" อย่างมีกลยุทธ์

หากต้องซื้อสินค้าชิ้นใหญ่ เช่น ยางรถยนต์ใหม่ก่อนเดินทาง หรือของขวัญให้ผู้ใหญ่ ให้เลือกใช้โปรแกรม ผ่อน 0% แทนการจ่ายเต็ม เพื่อกระจายภาระค่าใช้จ่ายออกไป 3-10 เดือน แต่มีข้อแม้ว่า "ยอดผ่อนรวมทุกบัตรต่อเดือน ต้องไม่เกิน 10-20% ของรายได้สุทธิ" เพื่อไม่ให้กระทบกับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

ทั้งนี้ ถึงจะรูดบัตรเหมือนกัน แต่สินเชื่อแต่ละประเภทมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่างกัน เช่น บัตรเครดิตจะมีเพดานดอกเบี้ยที่ 16% ต่อปี, ถ้าใช้บัตรกดเงินสดรูดผ่อนซื้อของ อาจเป็นสินเชื่อส่วนบุคคลที่ดอกเบี้ยสูงกว่า 20% ต่อปี เป็นต้น

สุดท้าย ไม่ว่าจะใช้สินเชื่อรูปแบบไหน เราควรอ่านรายละเอียด เงื่อนไขในการจ่ายคืน อย่างชัดเจน เพื่อจะเตรียมเงินให้พอจ่ายตอนสิ้นเดือน และพอจ่ายเงินกู้ทุกบาทที่เรารูดใช้ไป

อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สรุปเทคนิคจัดการหนี้ “บัตรเครดิต-สินเชื่อ" วางแผนให้ดีก่อนสงกรานต์ปี 2569

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...