โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เอกนิติ แจงยิบ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ใช้ทำอะไรบ้าง ชงสภาเห็นชอบ 14 พ.ค.

Khaosod

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว
เอกนิติ แจงยิบ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ใช้ทำอะไรบ้าง ชงสภาเห็นชอบ 14 พ.ค.

เอกนิติ แจงออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ช่วยกลุ่มเปราะบาง 2 แสนล้าน ชงเข้าสภาฯเห็นชอบ 14 พ.ค.นี้ ย้ำทุกโครงการต้องเข้า กก.กลั่นกรอง ก่อน 30 ก.ย.นี้ และใช้เงินกู้ได้ถึง 30 ก.ย.70

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 5 พ.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง แถลงว่า ที่ประชุมครม.อนุมัติการออกพระราชกําหนด (พ.ร.ก.) ให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 400,000 ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ…. ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ

เราต้องการแก้วิกฤตปากท้องประชาชน เรื่องนี้มีความจำเป็นเร่งด่วน เพราะเป็นวิกฤตที่เกี่ยวกับตะวันออกกลาง กระทบคนทั้งโลก จึงเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจําเป็นรีบด่วน มิอาจหลีกเลี่ยงได้เพื่อประโยชน์ที่จะรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ

โดยตรา พ.ร.ก.ตามมาตรา 172 ของรัฐธรรมนูญ และสอดคล้องกับมาตรา 53 แห่งพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 พร้อมทั้งให้ส่งสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาเป็นเรื่องด่วน

สาระสําคัญของร่างพ.ร.ก.กู้เงิน เพื่อบรรเทาผลกระทบอย่างตรงจุด ช่วยเหลือประชาชน
เกษตรกร และผู้ประกอบการ และปรับโครงสร้างพลังงาน ซึ่งเป็นประเด็นที่มีผลต่อวิกฤตโดยตรง โดยให้นําไปใช้จ่ายได้ตามที่กําหนดไว้ประกอบด้วย 2 แผนหลัก ดังนี้

แผนงานที่ 1 ช่วยเหลือภาคประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน ภายใต้โครงการไทยช่วยไทยพลัส วงเงิน 200,000 ล้านบาท เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนและประคองกิจกรรมทางเศรษฐกิจไม่ให้หยุดชะงัก มุ่งตรงกลุ่มเป้าหมายสําคัญคือประชาชนผู้มีรายได้น้อย และปานกลาง เกษตรกร ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี

นอกจากนี้ ยังลดต้นทุนให้กับภาคการเกษตรเพื่อให้เกษตรกร ประกอบอาชีพต่อไปได้โดยไม่ถูกผลกระทบซํ้าจากต้นทุนที่สูงขึ้น และช่วยเหลือผู้ประกอบการให้สามารถประกอบอาชีพหรือดําเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง

แผนงานที่ 2 เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพ รองรับการเปลี่ยนผ่านการพึ่งพิงการใช้พลังงานฟอสซิลไปสู่การใช้เทคโนโลยีพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก และพัฒนาทักษะของประชาชนและนวัตกรรม วงเงิน 200,000 ล้านบาท

อาทิ ลดการใช้พลังงานฟอสซิล ส่งเสริมการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสร้างรายได้จากคาร์บอนเครดิต การใช้ยานพาหนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สนับสนุนการติดตั้งสถานีบรรจุไฟฟ้า

สำหรับวัตถุประสงค์คือ 1.แก้วิกฤตปากท้องประชาชน ช่วยบรรเทาผลกระทบและผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มที่อ่อนไหวที่ได้รับผลกระทบมาก 2.แปลงวิกฤตเป็นโอกาสคือ เปลี่ยนจากการลดการพึ่งพาน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ มาใช้พลังงานทดแทน ใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น ไปสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ เตรียมพร้อมโลกยุคใหม่ที่น้ำมันแพง ถ้าไม่ปรับตัววิกฤตนี้จะเกิดซ้ำแล้วซ้ำอีก และแก้ยาก

เมื่อถามว่ามีบางฝ่ายมองว่าไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนที่ต้องออก พ.ร.ก. นายเอกนิติ กล่าวว่า วิกฤตครั้งนี้รุนแรงชัดเจน เราจะรอหรือ เพราะดูงบประมาณปี 69 มีเหลืออยู่เท่าไหร่ ข้อมูลปัจจุบันมีไม่ถึง 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งไม่เพียงพอ เราไม่สามารถใช้งบประมาณ ปี 69 ได้ งบกลางก็เหลือ 2 หมื่นล้านบาท ส่วนงบประมาณ ปี 70 ต้องรอไปถึงเดือนต.ค. ซึ่งไม่ทัน

ดังนั้น ตนคิดว่าการออกพ.ร.ก. น่าจะเพียงพอ โดยเฉพาะ 2 แสนล้านที่มาช่วยกลุ่มเปราะบาง และการเปลี่ยนผ่านพลังงานยังช่วยลดค่าใช้จ่ายด้วย และ ลดการพึ่งพาพลังงานของประเทศ เพราะปัจจุบันประเทศไทยพึ่งพาการนำเข้านำมัน ก๊าซธรรมชาติ 8 % ของจีดีพี มากเป็นอันดับต้นๆของเอเชีย

นายเอกนิติ กล่าวว่า ขั้นตอนหลังจากนี้ วันนี้ครม.อนุมัติ พ.ร.ก. 4 แสนล้านบาท และรอลงราชกิจจานุเบกษา และจะเข้าสภาฯ ในวันที่ 14 พ.ค. โดยกฎหมายดังกล่าวจะมีคณะกรรมการกลั่นกรอง รายจ่ายเงินกู้ ที่มีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน

หน่วยงานต่างๆ ต้องเสนอโครงการเป็นไปตามวัตถุประสงค์ และพ.ร.ก.ฉบับนี้จะไม่กว้างเหมือน พ.ร.ก.ฉบับอื่น โดยมี 11 มาตรา แต่จะระบุวัตถุประสงค์ชัดเจน และคณะกรรมการกลั่นกรองจะดูแต่เรื่องโครงการก่อนนำเสนอครม.เห็นชอบต่อไป

สําหรับผลกระทบต่อหนี้สาธารณะและความยั่งยืนทางการคลัง แม้จะมีกู้เงินเพิ่มเติมแต่สถานะทางการคลังของไทยยังอยู่ในกรอบที่บริหารจัดการได้ หลังการกู้เงินตามร่างพ.ร.ก.นี้ แม้สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP จะเพิ่มขึ้น แต่ยังตํ่ากว่าเพดานตามกฎหมายที่ 70% ซึ่งยังอยู่ภายใต้กรอบการบริหารหนี้สาธารณะตาม พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ.2561

รวมทั้งอัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ มีแผนการชําระหนี้ที่ชัดเจนและโปร่งใส ที่สําคัญคือดําเนินการทุกประการ ยังอยู่ภายใต้กรอบความรับผิดชอบทางการคลัง

เมื่อถามว่าการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท จะเริ่มเห็นผลเมื่อไหร่ นายเอกนิติ กล่าวว่า ตั้งใจให้ พ.ร.ก.นี้เป็นเรื่องเร่งด่วน ดังนั้น หน่วยงานที่รับเงินกู้ก็เสนอโครงการมาได้ เราตั้งใจพิจารณาให้เสร็จ 30 ก.ย.นี้ และตัวเงินกู้สามารถเบิกจ่ายได้ถึง 30 ก.ย.2570 ส่วนประโยชน์ด้านอื่น เช่นพลังงานทดแทนมีหลายโครงการ ที่จะช่วยลดการนำเข้าพลังงานของประเทศ

นายเอกนิติ กล่าวว่า การกู้เงินครั้งนี้จะกู้ในประเทศทั้งหมด ดังนั้น ไม่มีความเสี่ยงในอัตราแลกเปลี่ยน และวันนี้สภาพคล่องส่วนเกินสูงมาก มีเกิน 1 ล้านล้านบาท ฉะนั้น 4 แสนล้านสบายมาก และดอกเบี้ยในประเทศต่ำมาก ต้นทุนการกู้ในประเทศต่ำมาก

เมื่อถามว่าฝ่ายค้านวิจารณ์การออกพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท นายเอกนิติ กล่าวว่า ขอบคุณทุกความเห็น จะเห็นว่าตอนแรกมีข่าวจะกู้ 5 แสนล้านบาท เราเอามาทบทวน และตัดสินใจนำเสนอ ครม. 4 แสนล้านบาท เพื่อไม่ให้เกินกรอบวินัยการคลังที่เราตั้งไว้ ซึ่งตนได้อธิบายกับบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ซึ่งเขาไม่ได้ติดขัดเรื่องเงินกู้ แต่สนใจว่ากู้ไปทำอะไร

เมื่อถามว่าน.ส. ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ระบุว่าควรจะออกพ.ร.บ. นายเอกนิติ กล่าววว่า เราเอามาช่วยบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน การที่เขาเปลี่ยนเป็นพลังงานสะอาดทำให้ต้นทุนถูกลง และช่วยประเทศ เรารอไม่ได้ว่าวิกฤตนี้จะจบเมื่อไหร่

เมื่อถามถึงความมั่นใจโครงการคนละครึ่งพลัส และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ นายเอกนิติ กล่าวว่า เป็นหนึ่งโครงการที่หน่วยราชการนำเสนอได้ และใช้งบประมาณในส่วนนี้ได้เช่นกัน

ส่วนกระบวนการต้องผ่านคณะกรรมการกลั่นกรอง โดยในวันที่ 14 พ.ค. จะมีการประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองทันที ฉะนั้นในวันอังคารที่ 12 พ.ค. โครงการคนละครึ่งยังไม่เข้าที่ประชุมครม.

เพราะตามกฎหมาย ต้องรอการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองฯ ก่อน และต้องพิจารณาแหล่งเงินต่างๆ รวมถึงงบประมาณที่เราปรับลดมาจากงบปี 69 ยืนยันโครงการมีแน่ แต่จะใช้แหล่งเงินไหนจะพิจารณา ซึ่งตามแผนโครงการคนละครึ่งพลัส จะเริ่ม 1 มิ.ย.

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เอกนิติ แจงยิบ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ใช้ทำอะไรบ้าง ชงสภาเห็นชอบ 14 พ.ค.

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...