โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สินค้าเปิดเทอมสะเทือน!ผู้ปกครองรัดเข็มขัดธุรกิจอัดโปรแรงกระตุ้น

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

การใช้จ่ายเงินในช่วงเปิดเทอมซึ่งมีเม็ดเงินหมุนเวียนกว่า 6 หมื่นล้านบาท ถูกจับตาอีกครั้งเมื่อเศรษฐกิจไทยต้องเผชิญวิกฤตรอบด้าน ส่งผลต่อกำลังซื้อผู้ปกครองที่ต้องระมัดระวังการจับจ่ายมากขึ้น ทำให้หลายธุรกิจต้องปรับแผนพร้อมจัดโปรโมชันเพื่อกระตุ้นการจับจ่าย

นายอานนท์ จิตรมีศิลป์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท น้อมจิตต์ แมนูแฟกเจอร์ริ่ง จำกัด ผู้บริหารแบรนด์ชุดนักเรียน “น้อมจิตต์” เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ภาพรวมตลาดปีนี้คาดว่าจะทรงตัว หรืออาจหดตัวเล็กน้อย จากผลกระทบเศรษฐกิจที่ทำให้ผู้ปกครองระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ประกอบกับโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไป โดยอัตราการเกิดของไทยลดลงจากระดับ 7-8 แสนคนต่อปี เหลือเพียง 4-5 แสนคนต่อปี

อานนท์ จิตรมีศิลป์

“พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนชัด คือซื้อเท่าที่จำเป็น และเผื่อไซซ์ให้ใช้นานขึ้น” โดยระบุว่าปัจจุบันความถี่ในการซื้อชุดนักเรียนเฉลี่ยอยู่ที่ 2–3 ปีต่อครั้ง ส่งผลให้ยอดใช้จ่ายต่อบิลลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 1,000–1,500 บาท จากอดีตที่สูงกว่านี้ในช่วงที่จำนวนเด็กเกิดมาก ในเชิงสินค้า กลุ่มที่ยังเติบโตได้คือ “เสื้อนักเรียน” โดยเฉพาะช่วงเปลี่ยนระดับชั้น เช่น ประถมสู่มัธยมต้น ที่ต้องเปลี่ยนชุดใหม่ทั้งเซ็ต ขณะที่ผู้ปกครองนิยมซื้อเผื่อ 2–3 ไซซ์เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายระยะยาว

ด้านการทำตลาด บริษัทจำหน่ายสินค้าผ่านห้างค้าปลีกและร้านชุดนักเรียนทั่วประเทศกว่า 200 แห่ง รวมถึงช่องทางออนไลน์ โดยช่วงยอดขายสูงสุดยังคงกระจุกตัวในช่วงเปิดเทอม ซึ่งปีนี้ภาพรวมยอดขาย “ทรงตัว” ใกล้เคียงปีก่อน แม้บรรยากาศการใช้จ่ายจะยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ อย่างไรก็ตาม ธุรกิจยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรง และปัจจัยภายนอกอย่างราคาน้ำมันที่ผันผวน ซึ่งอาจส่งผ่านมายังต้นทุนผ้าในระยะถัดไป

“ช่วงโควิด-19 เป็นจุดต่ำสุดของธุรกิจ โดยยอดขายลดลง ถึง 50% แต่ปัจจุบันแม้สถานการณ์ยังตึงตัว ก็อยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ ในระยะนี้ บริษัทจึงเน้นควบคุมต้นทุนภายในอย่างเข้มงวด ทั้มีการบริหารสต็อกเชิงรุก โดยเพิ่มปริมาณการสต็อกในบางช่วง เพื่อลดต้นทุนเฉลี่ยและรองรับความต้องการในฤดูกาลขาย”

สำหรับทิศทางราคา นายอานนท์ระบุว่า บริษัทจะยังคง “ตรึงราคาสินค้า” ตลอดปี 2569 โดยยังไม่มีแผนปรับขึ้นราคาชุดนักเรียนในปีนี้ หลังจากการปรับขึ้นราคาครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อราว 3 ปีก่อน

จากแรงกดดันด้านต้นทุนเช่นเดียวกัน ปัจจุบันราคาสินค้าภายใต้แบรนด์น้อมจิตต์เริ่มต้นที่ 400–600 บาท และแบรนด์ในเครือ “แพนด้า” เริ่มต้นที่ 200 บาท ทั้งนี้ แม้ต้นทุนหลายรายการมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจโลก แต่บริษัทยังใช้สต็อกเดิมช่วยพยุงต้นทุนในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ในปี 2569 จะต้องประเมินสถานการณ์อีกครั้งว่าต้นทุนที่ยังอยู่ในทิศทางขาขึ้นจะส่งผลต่อการตัดสินใจปรับราคาในปี 2570 หรือไม่

“ตลาดอาจไม่เติบโตมาก แต่ยังมีความต้องการต่อเนื่อง สิ่งสำคัญคือการบริหารต้นทุนและเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคให้ทัน”

นายอานนท์ กล่าวอีกว่า บริษัทได้เข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย” ร่วมกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้ผู้ปกครองในช่วงเปิดเทอม โดยนำสินค้าในเครือเข้าร่วมรายการ เน้นกลุ่มราคาประหยัดภายใต้แบรนด์ “แพนด้า” ซึ่งเป็นไลน์สินค้าราคาย่อมเยาในเครือน้อมจิตต์

มีราคาถูกกว่าแบรนด์หลักอย่างน้อมจิตต์ราว 20–30% และมีราคาเริ่มต้นประมาณ 200 บาท โดยในการเข้าร่วมโครงการครั้งนี้ บริษัทได้คัดเลือกสินค้ากว่า 10 ไอเท็มเข้าร่วม และปรับลดราคาจำหน่ายลงสูงสุดถึง 40% ต่อชิ้น เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้าได้ง่ายขึ้นในช่วงที่กำลังซื้อยังเปราะบาง

ด้านนายรัชตะ สุทธาพัฒน์-ธานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริหารสินค้า POWER MALL, SPORTS MALL, BETREND, WATCH GALLERIA และKIDS’ PLANET บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า Kids’Planet เตรียมส่วนลดและสินค้าโปรโมชั่นเพื่อตอบโจทย์ความคุ้มค่า ด้วยราคาที่ลดกว่า 50% ยิ่งซื้อมาก ยิ่งคุ้มมาก กับโปรฯ ซื้อ 2 ลด 15% และยังมอบคูปองส่วนลดแทนเงินสดจาก M Card Application

อีกทั้ง ได้รับสิทธิ์แลกซื้อราคาสุดคุ้มและของสมนาคุณพิเศษ จากแบรนด์ดังมากมาย ให้ไปช้อปสินค้าภายในงาน Kids’Planet Back to School ตั้งแต่วันนี้ ถึง 28 มิ.ย. นี้ ที่เเผนก Kids’Planet เดอะมอลล์ทุกสาขา, เอ็มโพเรียมและพารากอน

ทั้งนี้พบว่า สินค้าที่ผู้ปกครองนิยมเลือกซื้อ 3 อันดับแรก ได้แก่ 1. รองเท้าและถุงเท้านักเรียน ขาว/ดำ เพราะเป็นสิ่งจำเป็น ในหน้าฝน ทำให้ผู้ปกครองซื้อรองเท้ามากกว่า 1 คู่ 2. ชุดนักเรียน เฉลี่ยประมาณ 3-4 ชุด และ 3. underwear(ชุดชั้นใน) โดยในปีนี้คาดว่าจะมียอดขายกว่า 150 ล้านบาท

อีกหนึ่งธุรกิจที่ต้องจับตาในช่วงเปิดเทอมคือ ธุรกิจโรงรับจำนำ ซึ่งพบว่า ปีนี้ยังคงมีผู้ปกครองเข้าไปใช้บริการจำนวนมาก ขณะที่ผู้ให้บริการโรงรับจำนำเองก็มีการทำโปรโมชัน โดยกรุงเทพมหานครได้ออกมาตรการผ่านสถานธนานุบาล (โรงรับจำนำของ กทม.) ลดอัตราดอกเบี้ยเหลือเพียง 0.50% ต่อเดือน

สำหรับวงเงิน 5,001-100,000 บาท ระหว่างวันที่ 1 เม.ย.-30 ม.ย. 69 ผู้ที่เข้าร่วมโครงการจะต้องแสดงเอกสารยืนยันสถานะ เช่น สำเนาบัตรนักเรียน นิสิต นักศึกษา หรือเอกสารแสดงความเป็นผู้ปกครอง เพื่อให้สิทธิ์ตรงกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับผลกระทบจริง

ในอีกด้านหนึ่ง ผู้ให้บริการเอกชนอย่าง Easy Money ก็เร่งทำโปรโมชั่นแข่งขัน โดยชูจุดขาย “ได้เงินเร็ว” โอนเข้าบัญชีทันที ไม่ต้องตรวจเครดิตบูโร พร้อมดอกเบี้ยลูกค้าใหม่ 0.99% ในเดือนแรกและอายุตั๋วนานถึง 5 เดือน เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ต้องการความสะดวกและเข้าถึงเงินได้ทันที

นอกจากนี้ ยังมีบริการเสริม เช่น ประเมินทรัพย์ออนไลน์ฟรี ย้ายตั๋วโดยไม่มีค่าธรรมเนียม รวมถึงการผ่อนชำระทรัพย์หลุดจำนำแบบ 0% นาน 4 เดือน ซึ่งสะท้อนการแข่งขันในตลาดสินเชื่อทางเลือกที่เข้มข้นมากขึ้น

ขณะที่บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ห้างค้าปลีกในกลุ่มบีเจซี เดินหน้าตอบรับช่วงเปิดภาคเรียนปีการศึกษา 2569 ผ่านแคมเปญ “เปิดเทอมนี้ ครบคุ้ม ต้องที่บิ๊กซี” ตั้งแต่วันนี้ -20 พ.ค. 2569 โดยผนึกกำลังพันธมิตรทางธุรกิจ นำสินค้าราคาพิเศษกว่า 5,000 รายการ ครอบคลุมทั้งชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียน และสินค้าไลฟ์สไตล์ที่จำเป็นสำหรับการเรียน อาทิ ชุดนักเรียนอนุบาล ราคาเริ่มต้น 69 บาท

ชุดนักเรียนประถม 89 บาท ชุดนักเรียนมัธยม 129 บาท รองเท้านักเรียนผ้าใบ 99 บาท พร้อมโปรโมชันพิเศษ อาทิ รับส่วนลดเพิ่มทันที 100 บาท เมื่อซื้อเตารีดคู่กับชุดนักเรียนที่ร่วมรายการ เป็นต้น เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ปกครองและนักเรียนทั่วประเทศ

ส่วนท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ขานรับนโยบายภาครัฐเข้าร่วมแคมเปญ “Back To School 2026 (เปิดเทอมใหญ่ สบายกระเป๋า)” ภายใต้โครงการ “ไทยช่วยไทย” ลดค่าครองชีพ พลัส โดยกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เพื่อร่วมบรรเทาภาระค่าครองชีพของผู้ปกครองในช่วงเปิดภาคเรียน

ควบคู่กับการกระตุ้นการใช้จ่าย และขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยรวบรวมสินค้าจำเป็นสำหรับนักเรียน และนักศึกษา ครอบคลุมทั้งสินค้าอุปโภคและบริโภคในชีวิตประจำวัน รวมกว่า 1,400 รายการ พร้อมส่วนลดสูงสุด 50% ตอบโจทย์การเตรียมความพร้อมก่อนเปิดเทอม ตั้งแต่วันนี้-26 พ.ค. 2569

ขณะที่ไปรษณีย์ไทย ยังร่วมกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ สนับสนุนโครงการ “Back to School 2026” เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองในช่วงเปิดภาคเรียน พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการศึกษาและธุรกิจรายย่อย ผ่านบริการส่งด่วน EMS สำหรับพัสดุประเภทสินค้า Back to School

ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเขียน ชุดนักเรียน หนังสือ อุปกรณ์การเรียน และอื่น ๆ โดยมีอัตราค่าบริการพิเศษสำหรับลูกค้าสมาชิก POST Family ราคาเริ่มต้นที่ น้ำหนักไม่เกิน 1 กิโลกรัม ราคา 30 บาท ส่งได้สูงสุดถึง 20 กิโลกรัม ราคาเพียง 220 บาท ครอบคลุมการจัดส่งทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้- 31 พ.ค. 2569

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...