รับเหมา 8 แสนล้านถกทางรอด ต้นทุนพุ่ง 20%-อสังหาเบรกแผน
วิกฤตสงครามตะวันออกกลาง รับเหมาก่อสร้างแบกต้นทุนเพิ่ม 15-20% สะเทือนงานจ้าง 8 แสนล้าน โดยเฉพาะโครงการเอกชน ทั้งโรงงาน อสังหาฯ อพาร์ตเมนต์ เพราะไม่มีการตกลงเรื่องปรับราคาให้เหมาะสมเหมือนภาครัฐ เร่งเจรจาคู่สัญญา 4 สมาคมวิชาชีพถกหาทางรอด นายกฯคอนโดฯเผยพิษต้นทุน ผู้ประกอบการเบรกขึ้นโครงการใหม่ “แสนสิริ” อัด 2 พันล้านช่วยพันธมิตรรับเหมา “เสนาฯ” ตุนสต๊อก ล็อกราคาวัสดุ เร่งโอน
นายกฤษดา จันทร์จำรัสแสง อุปนายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า ผลจากสงครามตะวันออกกลางที่กระทบต่อต้นทุนการก่อสร้างเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 15-20% ทำให้ผู้รับเหมารับภาระอย่างหนัก โดยเฉพาะสัญญาก่อสร้างโครงการเอกชนที่ได้รับกระทบทั้งกระดาน ไม่ว่าผู้รับเหมาโรงงาน, คอนโดมิเนียมและอพาร์ตเมนต์ ขณะนี้ผู้รับเหมาอยู่ระหว่างเจรจากับเจ้าของโครงการ เพื่อหาทางออกร่วมกัน เนื่องจากเป็นเหตุสุดวิสัย และสัญญางานเอกชนไม่มีการชดเชยค่า K เหมือนสัญญาโครงการรัฐ
“ปัจจุบันสงครามยังไม่จบ ทำให้คาดการณ์ต้นทุนได้ลำบาก หากเป็นโครงการที่ยังไม่เริ่มการก่อสร้างก็สามารถบอกเลิกสัญญาได้ง่าย แต่ถ้าก่อสร้างไปแล้วจะทิ้งงานกลางคันก็คงไม่ได้ ต้องร่วมกันหาทางออก ทำข้อตกลงกันใหม่ เพราะไปต่อไม่ไหว ไม่ว่ายังไงก็ต้องเจรจากัน ขณะที่แบงก์เองก็ติดตามปัญหาอย่างใกล้ชิด เพราะกลัวผู้รับเหมาเจ๊ง”
งานใหม่หด 4 วิชาชีพถกทางรอด
นายกฤษดากล่าวว่า ทาง 4 สมาคมวิชาชีพ ประกอบด้วย สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, สมาคมวิศวกรที่ปรึกษาแห่งประเทศไทย (วปท.), สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) และสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ (ASA) ประชุมหารือกันถึงสถานการณ์ในปัจจุบันและผลกระทบที่เกิดขึ้น และทิศทางของอุตสาหกรรมให้เกิดความเป็นธรรมทุกฝ่าย ทั้งการออกแบบ การก่อสร้าง วิศวกรควบคุมงาน และเจ้าของโครงการ
“เป็นเหตุสุดวิสัย ทุกคนต้องมาช่วยกัน เราเองก็ต้องปกป้องเจ้าของโครงการด้วย ไม่ให้ช็อก เป็นการเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข ซึ่งโครงการใหม่ต้องรับแรงกระแทกเรื่องต้นทุนที่สูงขึ้น อาจจะทำให้งานใหม่มีน้อยลง ตอนนี้เริ่มเห็นโครงการอสังหาฯ ทั้งแนวราบและแนวสูงชะลอลงทุนโครงการใหม่แล้ว เพราะราคาที่ประเมินไว้ในตอนแรกเกิดความผันผวนจากต้นทุน ทั้งนี้ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะภาวะตลาดด้วย” นายกฤษดากล่าว
สัญญารัฐ-เอกชน 8 แสนล้านป่วน
น.ส.ลิซ่า งามตระกูลพานิช นายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า ผลกระทบตะวันออกกลางหนักกว่าโควิด ปัจจุบันผู้รับเหมาก่อสร้างงานภาครัฐและภาคเอกชนที่มีสัญญาก่อสร้างอยู่ในมือ คิดเป็นมูลค่า 7-8 แสนล้านบาท ได้รับความเดือดร้อนอย่างมากจากราคาวัสดุก่อสร้างปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ทำให้ผู้ประกอบการก่อสร้างไม่สามารถแบกรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องได้ และเกิดภาวะชะงักงันในการทำงานจากการขาดสภาพคล่องทางการเงิน ขณะที่สัญญาก่อสร้างมีราคาคงที่ และงานก่อสร้างระหว่างเอกชนกับเอกชนมาตรการรัฐที่ออกมาไม่ได้ครอบคลุม เช่น มาตรการการงดหรือลดค่าปรับ เป็นต้น
มีเจ้าของงานเอกชนหลายรายไม่ขยายอายุสัญญาและปรับผู้รับเหมาทั้งที่เป็นเหตุสุดวิสัย และสัญญางานก่อสร้างระหว่างเอกชนกับเอกชนไม่มีค่า K หรือการปรับราคาให้เหมาะสมในสัญญาจ้าง ดังนั้นความผันผวนด้านราคาที่เกิดขึ้นผู้รับเหมาต้องรับความเสี่ยงทั้งหมด
คอนโดฯ เบรกขึ้นโครงการใหม่
นายปิติพัฒน์ ปรีดานนท์ นายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวว่า ด้วยสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทายกระทบต่อภาคอสังหาฯ ต้องแบกรับต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการหลายรายชะลอการเปิดตัวคอนโดฯ ในปีนี้ รวมถึงเบรกการประมูลโครงการในอนาคต เนื่องจากผู้รับเหมาที่ต้องแบกรับความเสี่ยงไม่กล้ายืนยันข้อเสนอราคา
รวมทั้งก่อนหน้านี้ผู้รับเหมาหลายรายมีปัญหากระแสเงินสดติดขัด ขณะที่ผู้บริโภคก็ชะลอการตัดสินใจซื้อ ผู้พัฒนาโครงการก็ไม่สามารถปิดจบโครงการได้ ทำให้ภาพรวมอสังหาฯ ไตรมาสแรกที่ผ่านมายังไม่ฟื้นตัว และหากสงครามยืดเยื้อคงต้องหาทางรับมือ
“ก่อนหน้านี้หลายโครงการอาจจะยังโอนไม่ได้ เพราะสินเชื่อไม่ผ่าน ทำให้แคชโฟลว์สะดุด เราเองเป็นธุรกิจต้นน้ำ เป็นนักพัฒนาโครงการที่ต้องแบกรับความเสี่ยงพอสมควร ทั้งผู้ออกแบบ รับเหมา ร้านค้าวัสดุต่าง ๆ จนโอนได้ กว่าที่จะเป็นสินเชื่อ ธนาคารก็ได้รายได้จากตรงนั้น ถ้าเราสะดุด ทั้งหมดก็สะดุดเช่นกัน” นายปิติพัฒน์กล่าว
ไตรมาสแรกเปิดตัวเพิ่มแค่ 2%
ส่วนนายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกกิตติมศักดิ์สมาคมอาคารชุดไทย กล่าวว่า การเปิดตัวคอนโดฯ ในไตรมาสแรกที่ผ่านมามีการเปิดตัวเพิ่มขึ้นเพียง 2% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันกับปีที่ผ่านมา และลดลง 49% เทียบกับไตรมาสก่อนหน้า จึงคาดว่าไตรมาส 2 นี้จะเปิดตัวลดน้อยลง โดยเฉพาะตลาดกลาง-ล่างที่มีปัญหาอัตราการปฏิเสธสินเชื่อสูง ประกอบกับเงื่อนไขของธนาคารระบุว่าโครงการจะต้องมียอดขายถึง 40-50% จึงจะปล่อยสินเชื่อเพื่อพัฒนาโครงการให้
ยังไม่มีแนวโน้มการยกเลิกสัญญาจากผู้รับเหมา แต่เป็นการชะลอการทำสัญญาสำหรับโครงการในอนาคต เพราะการทำสัญญาที่คาดการณ์ต้นทุนล่วงหน้านั้นจะต้องบวกราคาเผื่อความเสี่ยงไว้สูงมาก จะส่งผลให้ราคาขายสูงจนผู้บริโภคที่กำลังซื้อเปราะบางแบกรับไม่ไหว สำหรับโครงการในปีนี้จะต้องพัฒนาโครงการให้แล้วเสร็จตามกำหนดการ เพราะไม่สามารถหยุดกลางคันได้ ในระหว่างนี้ผู้รับเหมาและผู้ประกอบการต้องหารือเพื่อหาทางออกร่วมกัน อาทิ ช่วยกันจัดหาวัสดุหรือบริหารจัดการต้นทุน
แสนสิริทุ่ม 2 พันล้านอุ้มรับเหมา
นายวิสุทธิ์ จันทร์วัฒรังกูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโสฝ่ายพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แสนสิริวางแผนรับมือช่วยเหลือในฐานะพันธมิตรผ่านการจ่ายเงินล่วงหน้าให้กับผู้รับเหมาหลักประมาณ 10-12 ราย โดยกันเงินสำรองไว้ประมาณ 1,000-2,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนราว 1-2% ของมูลค่างาน เพื่อให้โครงการเดินหน้าก่อสร้างได้
“มาตรการช่วยเหลือดังกล่าวอยู่ภายใต้เงื่อนไข ต้องเห็นความคืบหน้าและวัสดุในไซต์งานจริงก่อนจ่ายเงินก้อนใหญ่ระดับ 10-20 ล้านบาท พร้อมมีเอกสารค้ำประกัน เช่น หนังสือค้ำประกันของธนาคาร เพื่อป้องกันความเสี่ยง”
มั่นใจส่งมอบตามกำหนด
นายวิสุทธิ์กล่าวว่า บริษัทเปิดโอกาสให้ผู้รับเหมาที่เชี่ยวชาญในตลาดวัสดุก่อสร้างดำเนินการด้วยตัวเองจากเงินสนับสนุนเพื่อล็อกราคาวัสดุ ซึ่งผู้รับเหมาที่ได้รับการช่วยเหลือครอบคลุมเฉพาะรายหลักที่ทำงานร่วมกันมาอย่างต่อเนื่องและมีประวัติการส่งมอบงานที่เชื่อถือได้
กลยุทธ์นี้มีเป้าหมายหลัก 2 ด้าน คือ ส่งมอบโครงการที่กำหนดแล้วเสร็จในปีนี้ให้ได้ตามกำหนด และคุมต้นทุนวัสดุก่อสร้างของโครงการในระยะถัดไปให้มีเสถียรภาพ เพื่อให้บริษัทยังสามารถรักษาระดับราคาขายที่แข่งขันได้ในตลาด แม้เผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนที่ยังไม่คลี่คลาย
เสนาฯ เจรจาล็อกสต๊อก-ราคา
น.ส.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า วางแผนการรับมือไว้ 3 แนวทาง ได้แก่ 1.ซื้อสินค้าตุน 2.ซื้อสินค้าด้วยตัวเอง 3.ยื่นเงื่อนไขผู้รับเหมา เพื่อป้องกันความเสี่ยงเรื่องราคาและป้องกันปัญหาการขาดแคลนวัสดุสำหรับโครงการที่จะโอนในปีนี้ทั้งหมด ซึ่งได้ดำเนินการล็อกราคาสำหรับโครงการที่จะโอนในปีนี้ไว้แล้ว
“มองว่าเรื่องซัพพลายเชนสำคัญมาก เราจะโอนคอนโดฯ ขาดบล็อกตัวเดียวก็โอนไม่ได้แล้ว ถ้าจะทำการต่อเนื่องของซัพพลายเชน คือ สต๊อกสินค้าที่ตอบโจทย์ ดูตั้งแต่ตอนโอนว่าโครงการต้องการสินค้าอะไรบ้าง จากนั้นต้องวิเคราะห์ว่ามันต่อเนื่องทั้งหมดไหม ไม่งั้นพัฒนาไปสัก 70% เหลือ 30% ก็ไม่มีประโยชน์อะไร ถ้าไม่ต่อเนื่องกัน ส่วนวิธีการเราทำทั้งซื้อตุนสินค้า ล็อกราคา ต่อรอง และยื่นเงื่อนไขกับผู้รับเหมา เราล็อกไว้ถึงสิ้นปีและทุกโครงการที่จะโอนปีนี้” น.ส.เกษรากล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รับเหมา 8 แสนล้านถกทางรอด ต้นทุนพุ่ง 20%-อสังหาเบรกแผน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net