โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

น้ำมันโลก พุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ฯหลังสหรัฐฯ สั่งปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 13 เม.ย. เวลา 08.48 น. • เผยแพร่ 13 เม.ย. เวลา 01.48 น.

ราคาน้ำมัน พุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ฯหลังการเจรจาสันติภาพล้มเหลว กองทัพเรือสหรัฐฯ เตรียมปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน

13 เม.ย.2569 - CNBC ราคาน้ำมันดิบ พุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรงเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เนื่องจากกองทัพเรือสหรัฐฯ เตรียมบังคับใช้มาตรการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน หลังจากความพยายามในการเจรจาสันติภาพในช่วงสุดสัปดาห์สิ้นสุดลงด้วยความล้มเหลว

อัปเดตสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลก

  • น้ำมันดิบสหรัฐฯ (WTI):สัญญาส่งมอบเดือนพฤษภาคม พุ่งขึ้นเกือบ 8% แตะระดับ 104.20 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เมื่อเวลา 18:13 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ (ET)
  • น้ำมันดิบเบรนท์ (Brent): สัญญาส่งมอบเดือนมิถุนายน ปรับตัวเพิ่มขึ้น 7% มาอยู่ที่ 101.86 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

สหรัฐฯ ประกาศมาตรการปิดล้อม

กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (U.S. Central Command หรือ CENTCOM) แถลงเมื่อวันอาทิตย์ว่า กองทัพจะเริ่มทำการปิดล้อมการสัญจรทางทะเลทั้งหมด ทั้งขาเข้าและขาออกจากท่าเรือของอิหร่าน ในวันจันทร์นี้ เวลา 10:00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออก อย่างไรก็ตาม ทางสหรัฐฯ ยืนยันว่าจะไม่ขัดขวางเรือที่เดินทางไปยังหรือมาจากท่าเรือของประเทศอื่นๆ ที่ไม่ใช่ของอิหร่าน

"การปิดล้อมจะดำเนินการอย่างเท่าเทียมต่อเรือของทุกชาติที่เข้าหรือออกจากท่าเรือและพื้นที่ชายฝั่งของอิหร่าน รวมถึงท่าเรือทั้งหมดในอ่าวอาหรับ (อ่าวเปอร์เซีย) และอ่าวโอมาน" CENTCOM ระบุในแถลงการณ์

ท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้น

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ข่มขู่ในช่วงเช้าวันอาทิตย์ว่าจะปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากสหรัฐฯ และอิหร่านไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงครามระหว่างการเจรจาที่ประเทศปากีสถาน

"กองทัพเรือสหรัฐฯ ซึ่งดีที่สุดในโลก จะเริ่มกระบวนการปิดล้อมเรือลำใดก็ตามที่พยายามจะเข้าหรือออกจากช่องแคบฮอร์มุซ โดยให้มีผลทันที" ทรัมป์ระบุผ่านโพสต์บนโซเชียลมีเดีย

นอกจากนี้ แหล่งข่าวและเจ้าหน้าที่ที่ใกล้ชิดเปิดเผยกับ The Wall Street Journal ว่า ทรัมป์กำลังพิจารณาการโจมตีอิหร่านในวงจำกัดเพื่อทำลายสภาวะชะงักงันของการเจรจาสันติภาพ โดยเขาสั่งให้กองทัพเรือตรวจสอบและสกัดกั้นเรือทุกลำในน่านน้ำสากลที่จ่ายค่าผ่านทางให้กับอิหร่านในการเดินทางผ่านช่องแคบดังกล่าว

ผลกระทบต่อเส้นทางพลังงานโลก

ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญอย่างยิ่งซึ่งเชื่อมต่อผู้ผลิตน้ำมันในตะวันออกกลางเข้ากับตลาดพลังงานโลก ปัจจุบัน ปริมาณการสัญจรของเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบนี้ลดลงอย่างมากเนื่องจากภัยคุกคามจากการโจมตีของอิหร่าน ส่งผลให้เกิดการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

ก่อนความขัดแย้ง ประมาณ 20% ของปริมาณน้ำมันทั่วโลกต้องผ่านเส้นทางนี้ ก่อนที่สหรัฐฯ และอิสราเอลจะโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์

โดยสถานการณ์ปัจจุบันแม้ประธานาธิบดีทรัมป์จะตกลงหยุดยิงเป็นเวลาสองสัปดาห์เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เพื่อแลกกับการที่เตหะรานยอมให้เรือผ่านช่องแคบได้ แต่สถานการณ์กลับพลิกผันอีกครั้งหลังจากความพยายามในการเจรจาล้มเหลว

ปฏิกิริยาจากอิหร่านและการเจรจาที่ล้มเหลว

ทางด้านอิหร่านยืนยันว่าการสัญจรอย่างปลอดภัยในช่วงหยุดยิงต้องได้รับความเห็นชอบจากตนเท่านั้น โดย Ali Akbar Velayati ที่ปรึกษาอาวุโสของผู้นำสูงสุดอิหร่าน Mojtaba Khamenei ระบุผ่านสำนักข่าว Press TVว่า

"กุญแจสำคัญของช่องแคบฮอร์มุซยังคงอยู่ในมือของสาธารณรัฐอิสลาม"

ข้อมูลจาก LSEG ระบุว่า เมื่อวันเสาร์มีเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่พิเศษ (Supertanker) เพียง 3 ลำเท่านั้นที่เดินทางผ่านเส้นทางนี้ ซึ่งแต่ละลำสามารถบรรทุกน้ำมันได้ถึง 2 ล้านบาร์เรล แต่ปริมาณการสัญจรนี้ยังถือว่าต่ำกว่าระดับก่อนสงครามอย่างมาก ซึ่งเคยมีเรือผ่านมากกว่า 100 ลำต่อวัน

รองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ หัวหน้าคณะผู้แทนสหรัฐฯ เปิดเผยที่กรุงอิสลามาบัดว่า การเจรจาล้มเหลวเนื่องจากอิหร่านปฏิเสธที่จะให้"คำมั่นที่ชัดเจน" ว่าจะไม่เดินหน้าพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

"คำถามง่ายๆ คือ เราเห็นความมุ่งมั่นที่เป็นรูปธรรมจากชาวอิหร่านหรือไม่ว่าจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งเรายังไม่เห็นสิ่งนั้น แต่เราหวังว่าเราจะได้เห็น" แวนซ์กล่าว

ขณะที่ Mohammad-Bagher Ghalibaf ประธานสภาผู้แทนราษฎรอิหร่าน กล่าวตอบโต้ว่า “สหรัฐฯ ล้มเหลวในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับคณะผู้แทนอิหร่านในการเจรจารอบนี้"

อ้างอิง : cnbc.com

เกาะติดสถานการณ์ สหรัฐฯ–อิสราเอล เปิดฉากโจมตีอิหร่าน เร่งสถานการณ์ตึงเครียดทั่วตะวันออกกลาง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...