โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ไฟป่าชายแดนไทย-กัมพูชาปะทุ กองทัพ เผยลมผันผวน เฝ้าระวังสะเก็ดเพลิงปลิวมาไหม้ซ้ำ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ไฟป่าชายแดนไทย-กัมพูชาปะทุ ลมพัดหวนข้ามแดน กองทัพ เฝ้าระวังสะเก็ดไฟ อุณหภูมิทะลุ 42 องศา

เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2569 รายงานข่าวแจ้งว่า ได้เกิดสถานการณ์ไฟไหม้และไฟป่าตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาในพื้นที่ภาคอีสาน โดยเฉพาะบริเวณ “ภูมะเขือ” ล่าสุดกองทัพบก เปิดเผยว่า สถานการณ์โดยรวมเริ่มคลี่คลาย ไม่มีเชื้อไฟหลงเหลือมากนัก และยังไม่ส่งผลกระทบต่อฐานปฏิบัติการของฝ่ายไทย

อย่างไรก็ตาม ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสภาพลมมีความผันผวน และอาจพัดสะเก็ดไฟจากฝั่งกัมพูชาเข้ามายังฝั่งไทยได้ แม้พื้นที่ของไทยจะอยู่ในจุดที่มีความชื้นมากกว่า แต่ยังมีความเสี่ยง หากสะเก็ดไฟปลิวไปตกในพื้นที่ป่าไผ่หรือป่าโปร่ง

ทั้งนี้ องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ในพื้นที่นั้นๆ ได้สนับสนุนรถน้ำขนาดใหญ่เข้าประจำการในพื้นที่เสี่ยง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือและป้องกันไฟลุกลาม ซึ่งเป็นมาตรการตามปกติในช่วงฤดูร้อน

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่แสดงความเป็นห่วงกำลังพลที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ เนื่องจากอุณหภูมิสูงกว่า 42 องศาเซลเซียส โดยเฉพาะในพื้นที่หุบเขาที่มีความร้อนสะสม จึงแนะนำให้ดูแลสุขภาพอย่างใกล้ชิด และอาบน้ำวันละ 3-4 ครั้ง เพื่อลดความเสี่ยงจากภาวะร้อนจัด

สำหรับพื้นที่ ตาเมือน และ ตาควาย ขณะนี้ไม่พบปัญหา เนื่องจากไม่มีเชื้อเพลิงให้เกิดไฟไหม้แล้ว โดยธรรมชาติพื้นที่ป่าทึบมักไม่ติดไฟง่าย ขณะที่ไฟป่าส่วนใหญ่มักเกิดในพื้นที่ป่าโปร่ง เช่น บริเวณใกล้เขาพระวิหาร

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไฟป่าชายแดนไทย-กัมพูชาปะทุ กองทัพ เผยลมผันผวน เฝ้าระวังสะเก็ดเพลิงปลิวมาไหม้ซ้ำ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...