HYROX ขึ้นแท่นกีฬาโตเร็วสุดในโลก ดันรายได้แตะ 4.5 พันล้านบาท ชูโมเดลเปลี่ยนคนไปยิมให้เป็น ‘ร็อกสตาร์’ ที่แบรนด์รุมจีบ
เวลานี้ไม่มีใครที่ไม่รู้จัก ‘HYROX’!
หรือถ้าไม่รู้จัก เคยได้ยินผ่านๆแต่ไม่รู้ว่าอะไร บางทีนี่อาจเป็นช่วงจังหวะเวลาเหมาะสมที่สุดที่จะทำความรู้จักและเข้าใจไปกับการแข่งขันกีฬาที่กำลังสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับคนรักกีฬาในประเทศไทย จากความสำเร็จเกินความคาดหมายในอีเวนต์ ‘HYROX THAILAND 2026’ ที่เพิ่งผ่านพ้นไป
เพราะ HYROX ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแข่งขันกีฬาและการรวมตัวของคนบ้าพลังเท่านั้น สิ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังคือ Ecosystem ทางธุรกิจขนาดใหญ่ที่ผ่านแนวคิดและการออกแบบมาอย่างดีในทุกมิติ ที่เชื่อว่าเวลานี้ไม่ใช่แค่เหล่าผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกายเท่านั้นที่อยากจะกระโดดเข้ามาอยู่ในวงการนี้
แต่แบรนด์และธุรกิจต่างๆก็กำลังแอบมองดูอยู่ (นะจ๊ะ) ปรากฏการณ์การรวมตัวกันแบบนัดหมายของมวลกล้ามเนื้อมหาศาลจากนักกีฬานับหมื่นคน
HYROX เกินห้ามใจ
ภาพของเหล่านักกีฬานับหมื่นคนไม่นับกองเชียร์อีกมากมายที่มาร่วมชมและเชียร์แบบเกาะติดขอบสนามที่ BITEC บางนา ในระหว่างวันที่ 20-22 มีนาคมที่ผ่านมากลายเป็นภาพที่สร้างความสนใจและการรับรู้ให้เกิดขึ้นในประเทศไทยได้อย่างมาก
เพราะมันแทบจะทำให้ฟีดโซเชียลมีเดียของทุกคนมีภาพของเหล่านักกีฬากล้ามโตปรากฏขึ้นตลอดช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาชนิดไม่สามารถหลบหรือหลีกเลี่ยงได้ และมันน่าจะทำให้หลายคนนอกจากจะหายสงสัยแล้วยังอาจจะสนใจ HYROX มากขึ้นตามไปด้วย
ความจริงการแข่ง HYROX ในประเทศไทยในปีนี้จัดเป็นปีที่ 2 แล้ว หลังจากที่ประสบความสำเร็จอย่างดีในปี 2025 ซึ่งเป็นปีแรกที่มีการจัดการแข่งขัน ซึ่งในปีนี้ถือว่าความสำเร็จนั้นเกินความคาดหมายไปไกลมาก เพราะมีจำนวนผู้สมัครมากถึง 17,500 คน จากการแข่งขัน 3 ประเภทคือ เดี่ยว, ทีม และผลัด
โดยไฮไลต์ที่ทำให้เป็นที่สนใจคือการที่เหล่าศิลปิน ดารา นักแสดง และบุคคลมีชื่อเสียงในหลากหลายวงการที่เข้าร่วมแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็น ณเดช คูกิมิยะ, หมาก-ปริญ, เจมส์-จิรายุ, ญาญ่า อุรัศยา, คิมเบอร์ลี่, แอน ทองประสม และชมพู่ อารียา ไปจนถึงบุคคลในแวดวงธุรกิจอย่าง เก่ง–สิทธิพงศ์ ศิริมาศเกษม ผู้ก่อตั้งบริษัท RGB72 และ โจ้-ฉวีวรรณ คงโชคสมัย แห่ง Creative Talk เข้าร่วมการแข่งขันด้วย
กระแสที่เกิดขึ้นนั้นทำให้ HYROX กลายเป็นไวรัลในชั่วพริบตา และทำให้เชื่อได้ว่าการแข่งครั้งต่อไปในประเทศไทยจะยิ่งใหญ่มากขึ้นไปกว่านี้อีก เพราะมีคนที่เริ่มสนใจและอยากเข้าร่วมการแข่งขันชนิดนี้ด้วย
เพียงแต่สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้เป็นเพราะคนไทยบ้าตามกระแสอะไร
ในทางตรงกันข้ามกระแสของ HYROX เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั่วโลก
จุดกำเนิดกีฬาคนพันธุ์ ROX
ความจริงแล้ว HYROX ไม่ได้เป็นกีฬาที่เก่าแก่อะไร เพราะกีฬาชนิดนี้เพิ่งถูกคิดค้นและเปิดตัวครั้งแรกในปี 2017 หรือยังไม่ถึง 10 ปีเต็มเลย
จุดเริ่มต้นของทุกสิ่งทุกอยางมาจากแนวคิดของ 2 ผู้ร่วมก่อตั้งอย่างคริสเตียน เทิตซ์เคอ (Christian Toetzke) และมอริตซ์ เฟือร์สเทอ (Moritz Fürste) ที่อยากสร้างกีฬาชนิดใหม่ที่ไม่ยุ่งยาก ไม่ซับซ้อน และทุกคนเข้าแข่งขันได้
จากแนวคิดของเทิตซ์เคอ ซึ่งมีประสบการณ์ในฐานะนักจัดการแข่งขันกีฦาระดับโลกมากมาย ทั้งไตรกีฬา, มาราธอน และการแข่งจักรยานถูกนำมาประกอบร่างให้เป็นความจริงโดยเฟือร์สเทอ ซึ่งเป็นนักกีฬาฮอคกี้ตัวจริงระดับเหรียญทองโอลิมปิก 3 สมัยและแชมป์โลกอีก 1 สมัย
ความตั้งใจแรกคือมันจะเป็นการแข่งฟิตเนสแบบมาราธอน (Marathon of Fitness) แม้ว่าจริงๆแล้วฟิตเนสจะไม่ใช่กีฬาก็ตาม แต่เฟือร์สเทอพบข้อมูลว่าในบ้านเกิดของเขาที่เยอรมนี มีคน 52 เปอร์เซ็นต์ที่มองว่าฟิตเนสเป็นกีฬา
สิ่งที่คนเหล่านี้ขาดไปคือพวกเขาไม่มีสนามกีฬาที่จะใช้แข่งขัน ดังนั้นจึงเป็นงานของพวกเขาที่จะต้องออกแบบการแข่งขันกีฬาให้สำหรับคนที่ไปฟิตเนสเป็นประจำ ฝึกซ้อมเป็นประจำ ให้ได้มีสนามแข่งขันที่จะทดสอบความแข็งแกร่ง ความอึด ความถึกของร่างกาย และที่สำคัญคือพละกำลังของจิตใจ
คำตอบคือการแข่งที่เรียบง่าย
วิ่ง 1 กิโลเมตร แล้วเข้าฐานออกกำลังกาย 8 ฐานสลับกันไป ซึ่งก็การออกกำลังกายพื้นฐานที่มีอยู่จริงในฟิตเนสแทบทุกแห่งไม่ว่าจะเป็น SkiErg 1,000 ม., Sled pull 50 ม., Sled push 50 ม., Burpee broad jumps 80 ม., Rowing 1,000 ม., Farmers carry 200 ม., Sandbag Lunges 100 ม. และ Wall balls 100 ครั้ง
ที่ทำแบบนี้เพราะทั้งสองอยากให้ HYROX เป็นกีฬาสำหรับทุกคน (A Sport for Everybody) ไม่เหมือน CrossFit ที่มีความซับซ้อนและเข้าถึงได้ยากกว่าแม้ว่าอาจจะดูคล้ายกัน และมันเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ HYROX มาแรงกว่า
อีกเหตุผลที่สำคัญคือไม่ว่าคุณจะแข่งที่ไหนก็ตาม จะแข่งที่กรุงเทพฯ, โตเกียว หรือนิวยอร์ค ก็สามารถแข่งกับนักกีฬาจากทั่วโลกได้ด้วย เพราะการแข่งทุกที่อยู่ภายใต้กฎกติกาเดียวกันหมด เราสามารถวัดกับนักกีฬาทุกคนได้ หรือต่อให้ไม่อยากจะแข่งกับคนอื่น แข่งกับตัวเองก็ได้เหมือนกันว่าผลงานเป็นที่น่าพอใจไหม ดีขึ้นหรือแย่ลง
สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่คิดมาอย่างดีแล้ว
เพราะทุกคนต่างมีความเป็น ‘ร็อกสตาร์’ ในตัวเอง
สิ่งที่พวกเขาอาจจะไม่ทันได้คิดคือในเวลาไม่กี่ปีมันกลายเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของโลกกีฬาที่มาแรงอย่างน่าตกใจ
จากตลาดหลักในยุโรปและอเมริกาเหนือ HYROX เดินทางมาถึงเอเชียแปซิฟิก และกลายเป็นกีฬาฮิตเหมือนเพลงฮิตที่ทุกคนอยากร้องตามทันที
ปัจจุบัน HYROX กลายเป็นกีฬาที่เติบโตได้เร็วที่สุดในโลกในปัจจุบัน โดยในปี 2025 มีการจัดการแข่งขันถึง 83 รายการจาก 11 ประเทศทั่วโลก มีนักกีฬาเข้าร่วมแข่งมากถึง 650,000 คน และสร้างรายได้มหาศาลถึงกว่า 140 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (4.5 พันล้านบาท)
และจากการสังเกตปรากฏการณ์ความสำเร็จในการแข่งที่กรุงเทพฯแล้ว ตัวเลขทั้งจำนวนรายการแข่งขันและจำนวนผู้เข้าร่วมแข่งขันน่าจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว
โดยจุดหนึ่งที่ถือเป็น ‘ไม้ตาย’ คือการเป็นไวรัลบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งไม่ใช่เฉพาะแค่เหล่านักกีฬาระดับ Elite หรือคนดังเท่านั้น แต่เป็นเพราะเป็นการแข่งที่เปิดกว้างสำหรับใครก็ได้ (ที่อยู่ใต้กติกา) นั่นคือ UGC (User generated content) ที่ยอดเยี่ยมและเข้าถึงทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย
ภาพของนักกีฬาที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจจนถึงขีดสุด เหงื่อไหลเต็มกาย แต่สีหน้ายังมีรอยยิ้มของความสุข เป็นภาพที่ทำให้รู้สึกว่า HYROX เป็นกีฬาที่เท่ คูล และมันชวนให้อยากจะลองร่วมแข่งขันดูสักครั้ง ไม่นับผลพลอยได้ของการลงแข่งที่หมายถึงการฝึกซ้อมอย่างหนักต่อเนื่อง ที่จะทำให้ร่างกายแข็งแรงและมีรูปร่างที่ดีขึ้นตามธรรมชาติ
ยิ่งเรามีโอกาสจะเห็นเพื่อน คนรู้จัก เข้าร่วมแข่งขัน มากขึ้นเท่าไร ก็หมายถึงความสนใจที่อยากจะเข้าร่วมการแข่งขันด้วยในโอกาสต่อไปมากขึ้นเท่านั้น
เรื่องนี้ตรงกับความหมายของคำว่า HYROX มาจากคำว่า ‘Hybrid + Rockstar’ ที่สื่อให้ชวนคิดต่อได้ว่าเราต่างเป็น ‘ร็อกสตาร์’ ในแบบของตัวเอง
แต่ในวงการแล้วคนที่เล่น HYROX จะเรียกตัวเองว่า Evangelist
ความลับของ HYROX
อย่างไรก็ดีนอกเหนือจากความสำเร็จในเชิงของเกมกีฬา (ที่แม้จะไม่เชิงเป็นกีฬาตามความเข้าใจแบบดั้งเดิมเสียทีเดียว) HYROX ยังเป็นโมเดลธุรกิจที่ยอดเยี่ยมอีกด้วย
เริ่มจากโมเดลของการแแข่งขันที่เหมือนยากแต่เรียบง่าย โดยที่เจ้าของลิขสิทธิ์จัดการแข่งขันคือ HYROX เองที่มีการอุปกรณ์ในการเตรียมสถานที่แข่งเป็นชุดเอาไว้อยู่แล้วในมาตรฐานเดียวกันและสามารถเดินทางไปเซ็ตอัพสถานที่ได้อย่างรวดเร็วภายในระยะเวลา 36-48 ชั่วโมง
การเปิดรับสมัครที่มีจำนวนจำกัด ทำให้ยิ่งกระแสนิยมแรงขึ้นเท่าไร HYROX ก็ยิ่งขายบัตรเข้าร่วมแข่งหมดได้ไวมากขึ้นเท่านั้น ทั้งๆที่ค่าสมัครในการเข้าร่วมแข่งไม่ถูกเลย เช่น ในกรุงเทพฯเองสนนราคาค่าสมัครในประเภทเดี่ยว (หน้างาน) สูงกว่า 4,000 บาท
Demand มีสูงกว่า supply ยิ่งทำให้ HYROX เป็นสินค้าที่เป็นที่ต้องการไปอีกนาน โดยที่ยังมีการจัดแบ่งประเภทการแข่งขันย่อยเพื่อรองรับนักกีฬา (ลูกค้า) หลากหลายกลุ่ม ไม่ได้สงวนเฉพาะนักกีฬาในระดับ Elite เท่านั้นแต่เป็นใครก็ได้ แบบนี้ถือว่าเป็นวิธี Customer Segmentation ที่ยอดเยี่ยม
การจะเข้าร่วม HYROX จะผ่าน Customer Journey ที่ชัดเจนและต่อเนื่อง ทุกคนจะได้ออกเดินทางไปด้วยกันจากจุดเริ่มต้นของคนไม่เอาไหน สู่การเป็นร็อกสตาร์ เป็นนักกีฬาที่แข็งแกร่งในแบบของตัวเอง โดยที่นักกีฬาแต่ละคนจะช่วยกันทำให้เกิด Community ตามขึ้นมาด้วย เพราะจะเป็นการรวมตัวกันของคนที่มีความสนใจใกล้เคียงกัน
ยิ่ง Community เข้มแข็งมากเท่าไร HYROX ก็ยิ่งเติบโตอย่างยั่งยืนมากขึ้นเท่านั้น
นอกเหนือจากนี้ยังมีการนำเรื่องการนำข้อมูลมาใช้ในเชิงกลยุทธ์ (Data-Driven Strategy) ที่เก็บข้อมูลของผู้สมัคร ข้อมูลการแข่งขัน และอื่นๆมาช่วยปรับปรุงให้ HYROX ดีขึ้นตลอดเวลาไม่หยุดนิ่ง เดินหน้าไปเรื่อยๆ
สิ่งเหล่านี้ทำให้ HYROX กลายเป็นปรากฏการณ์ และที่สำคัญที่สุดคือมันกำลังทำให้ทั้งองคาพยพได้รับอานิสงก์ตามไปด้วย
สนามกีฬาใหม่สุดมันของแบรนด์
ตั้งแต่จบการแข่งขัน HYROX THAILAND 2026 บนหน้าฟีดของผู้เขียนเจอกับโฆษณาบนโซเชียลมีเดียหลายชิ้นที่มาในแนวทางคล้ายๆกัน
“อยากลงแข่งไหม? มาฝึก HYROX ที่นี่สิ”
ส่วนใหญ่คือฟิตเนสต่างๆที่หันมาใช้ HYROX เป็นเครื่องมือในการทำการตลาดและมั่นใจได้ว่าได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะสิ่งนี้เป็น ‘เทรนด์’ ที่เกิดขึ้นทั่วโลกมาสักระยะหนึ่งแล้ว เพราะกีฬาชนิดนี้ได้เปลี่ยนแปลง Perception ของโลกฟิตเนสไปอีกด้านหนึ่ง
ขณะเดียวกันมันก็เป็นโอกาสของแบรนด์กีฬาที่จะกระโจนเข้ามาร่วมกันเบ่งพลังในวงการนี้ด้วย
นอกจากแบรนด์ชุดแรกที่เข้าถึง HYROX ในฐานะสปอนเซอร์อย่างเป็นทางการก่อนอย่าง PUMA ซึ่งมีผลิตภัณฑ์ทั้งชุดสำหรับแข่งขันสุดเท่โดยเฉพาะและรองเท้าที่ออกแบบมาเพื่อเล่น HYROX โดยตรงในหลายรุ่นยังมี Red Bull ที่กระโจนเข้ามาสนับสนุนวงการนี้ด้วย
แต่ยังมีที่ว่างอีกมากมายที่แบรนด์ต่างๆสามารถมองเห็นโอกาส ไม่ว่าจะเป็นชุดแข่งขัน รองเท้า ไปจนถึงอุปกรณ์เสริมต่างๆ เช่น ถุงมือหรืออุปกรณ์ซัพพอร์ต สู่เครื่องดื่มให้พลังงาน หรือแม้แต่ Wearable จากค่ายเทคโนโลยีที่สามารถหาช่องเข้าสู่ตลาดนี้ได้ด้วยเช่นกัน
โดยที่อย่าลืมว่าตลาดนี้แม้จะยังไม่ถึงกับใหญ่มาก แต่เป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูงมาก
เพราะต้นทุนของการเข้าแข่ง HYROX นั้นไม่ได้มีเพียงแค่ค่าสมัครที่ค่อนข้างสูง แต่ยังต้องผ่านการฝึกฝนในฟิตเนส ซึ่งก็มีทั้งค่าสมาชิก ค่าเทรนเนอร์ ไปจนถึงกรณีที่ฝึกจริงจังอาจจะมีค่าเข้าชั้นเรียนด้วย นอกจากนี้ยังมีเครื่องแต่งกาย รองเท้า หรือแม้แต่เครื่องสำอางก์ที่ติดทนนานสำหรับสาวๆที่เข้าร่วมแข่งขัน
ยันการถ่ายภาพนักกีฬาที่สามารถทำเงินได้มหาศาลเช่นกัน เช่น ในการแข่งที่กรุงเทพฯ หากใครอยากได้ภาพจากตากล้องอย่างเป็นทางการของการแข่งขันสามารถซื้อภาพของตัวเองได้ในราคา 1,400 บาท ไม่ต่างอะไรจากงานแข่งวิ่งเลย
HYROX ในวันพรุ่งนี้
คำถามที่น่าสนใจคือโอเค HYROX ประสบความสำเร็จอย่างสูงตั้งแต่เมื่อวานจนถึงวันนี้ แต่วันพรุ่งนี้ของกีฬาชนิดนี้จะเป็นอย่างไร?
จากทิศทางแล้วอย่างน้อยในปี 2026 โลกของ HYROX จะขยายตัว โดยมีการประเมินว่าจะทำรายได้จากการจัดแข่งทั่วโลกมากถึง 215-220 ล้านดอลลาร์ และจะมีจำนวนนักกีฬาเพิ่มขึ้นเป็น 1.3 ล้านคน
โดยตัวเลขรายได้จะมาจากค่าสมัคร (Entry fee) และของที่ระลึก (Merchandise) 25 เปอร์เซ็นต์, 30 เปอร์เซ็นต์จากการโค้ช, 20 เปอร์เซ็นต์จากการขายลิขสิทธิ์ให้แก่ยิมต่างๆ, 15 เปอร์เซ็นต์จากค่าสมัครสมาชิกดิจิทัล และอีก 10 เปอร์เซ็นต์จากสปอนเซอร์ โดยที่ยังไม่นับรายได้ส่วนอื่นๆ
ดังนั้นมีความเป็นไปได้สูงที่ HYROX จะยังติดลมบนและเติบโตต่อไปอย่างรวดเร็ว เพราะนอกจากคนที่หันมาเล่นกีฬาฟิตเนสชนิดนี้อยู่เดิมแล้วยังมีคนอีกจำนวนมากที่สนใจอยากจะเข้าร่วมการแข่งขันด้วยในอนาคต
คนเหล่านี้อาจจะเริ่มต้นจาก ‘อยากลองสักครั้ง’ แต่มันมีแนวโน้มจะกลายเป็น ‘อยากทำให้ดีขึ้นในครั้งต่อไป’ ไม่ต่างอะไรจากการแข่งวิ่งทั้งมาราธอน หรือวิ่งเทรลที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมาในทั่วโลก
HYROX ยังได้เปรียบกีฬาชนิดออกกำลังที่คล้ายกันอย่าง CrossFit หรือ Spartan ตรงที่ให้ความรู้สึกว่าเข้าถึงผู้คนวงกว้างได้ง่ายกว่าและไกลกว่า แต่ก็มีโอกาสที่คนเหล่านี้เมื่อผ่านสนาม HYROX แล้วอาจจะอยากไปลองกีฬาชนิดอื่นด้วยเช่นกันเพื่อค้นหาความท้าทายใหม่ๆ
แต่ขั้นต่ำที่สุด HYROX ได้มอบสิ่งที่ดีและมีความหมายอย่างมากให้แก่โลกใบนี้
สิ่งนั้นคือแรงบันดาลใจในการที่ทำให้ใครหลายคนกล้าที่จะลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นคนใหม่
สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถใช้ตัวเลขสถิติใดประเมินค่าได้ มันมีค่าและความหมายมากมายเกินกว่านั้น
ภาพ : ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ / THE STANDARD LIFE
อ้างอิง:
- https://www.gq-magazine.co.uk/article/hyrox-fitness-trend-2025
- https://www.ecosystemizer.com/blog/hyrox-fitness-ecosystem
- https://sbo.financial/blog/financial-teardowns/the-business-of-hyrox-how-fitness-racing-became-a-140m-beast
- https://www.smartcompany.com.au/finance/financial-teardown-hyrox-turned-training-140-million-global-sport/
- https://www.entrepreneur.com/starting-a-business/how-focus-sparked-the-growth-of-this-fitness-racing-brand/477741