โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คลังถกเครียดบ่ายนี้ รับมือสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ

ทันหุ้น

อัพเดต 17 มี.ค. เวลา 07.03 น. • เผยแพร่ 17 มี.ค. เวลา 07.00 น.

#ทันหุ้น คลังถกเครียดบ่ายนี้ รับมือสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ หวั่นราคาน้ำมันพุ่งฉุด GDP ไทย เผยสภาพัฒน์ประเมินน้ำมันขึ้นทุกๆ 10 ดอลลาร์ ฉุดจีดีพี 0.2%

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า ช่วงบ่ายวันนี้ (17 มี.ค.)กระทรวงการคลังเรียกประชุมผู้บริหารระดับสูงด่วน เพื่อประเมินผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางต่อภาพรวมเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ รัฐบาล โดยสภาพัฒน์ได้รายงานการประเมินสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางระบุว่า สถานการณ์ดังกล่าวจะยืดเยื้อออกไปมากกว่า 1 เดือน ซึ่งมากกว่าที่คาดการณ์ไว้

“สภาพัฒน์ได้เจาะลึกฉากทัศน์ผลกระทบเศรษฐกิจ ระบุว่า ในช่วงเริ่มต้นได้มีการประเมินผลกระทบกรณีหากสงครามสิ้นสุดลงได้ภายในระยะเวลา 1 เดือน โดยคาดการณ์ว่าทุกๆ 10 เหรียญสหรัฐฯ ที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น จะส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ประมาณ0.2%”

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในปัจจุบันไม่ได้เป็นไปตามคาดการณ์ขั้นต้น เนื่องจากความขัดแย้งมีแนวโน้มที่จะยืดเยื้อและส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากเกินกว่าระดับที่ประเมินไว้ ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนพลังงานและเศรษฐกิจในภาพรวม

ทั้งนี้ ในช่วงบ่ายวันนี้จะมีการประชุมศูนย์บริหารและติดตามการสู้รบในตะวันออกกลาง(ศบก.) โดยจะมีรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เข้าร่วมหารือเพื่อกำหนดทิศทางและมาตรการรับมือ

ขณะเดียวกัน ทางด้านกระทรวงการคลังได้มีการเรียกประชุมผู้บริหารเป็นการภายในอย่างเร่งด่วน เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์น้ำมันและปัจจัยนำเข้าต่างๆ โดยภายหลังการประชุมเสร็จสิ้น ได้มีการมอบหมายให้ปลัดกระทรวงการคลัง หรือโฆษกกระทรวงการคลัง เป็นผู้แถลงรายละเอียดและข้อสรุปต่อสื่อมวลชนอีกครั้ง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...