โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงน้อยจอมแก่นผู้ถูกอ่านใจ

นิยาย Dek-D

อัพเดต 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 09 ก.พ. เวลา 10.59 น. • BookBox_Official
ข้าเกิดใหม่เป็นทารกที่ถูกตราหน้าว่าไร้ค่า ทว่าทุกความลับโฉดในจวนโหวกลับถูกแฉผ่าน 'เสียงในใจ' จนท่านแม่พลิกมาชนะทั้งแผ่นดิน!

ข้อมูลเบื้องต้น

ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงน้อยจอมแก่นผู้ถูกอ่านใจ

禁区猎人

*** ลิขสิทธิ์ถูกต้องภายใต้บริษัท บุ๊คบ็อค จำกัด***

ได้รับลิขสิทธิ์ออนไลน์ (Digital license) สำหรับแปลขายลงบนเว็บไซต์ได้อย่างถูกลิขสิทธิ์ 100%

สงวนลิขสิทธิ์

ผู้แต่ง : 金旺旺 ผู้แปล : ทีมงาน bookbox

เรื่องย่อ

‘เซี่ยหว่านหว่าน’ ปรมาจารย์ศาสตร์เร้นลับกลับชาติมาเกิดเป็นทารกหญิงในนิยายที่ถูกตราหน้าว่าไร้ค่า ทว่าความพิเศษคือทั้งท่านแม่และเหล่าพี่ชายกลับได้ยินเสียงในใจของนาง!

เมื่อรู้ว่าท่านแม่ถูกวางยาและสามีชั่วเตรียมส่งลูกชู้อายุมากกว่าสามวันมาสวมรอยแทนที่ หว่านหว่านจึงต้องใช้ปัญญาและนิมิตหยั่งรู้ช่วยท่านแม่ตาสว่างพร้อมเปิดโปงสันดานดิบของจวนโหวชั่วให้สิ้นซาก

ยิ่งเหล่าคนโฉดวางแผนชั่วมากเท่าไหร่ หว่านหว่านน้อยก็ยิ่งแผลงฤทธิ์ป่วนจนแผนแตกพ่าย… ชาตินี้ทารกเทพเซียนอย่างข้าจะปกป้องท่านแม่และถล่มตระกูลสถุลให้ราบเอง!

บทที่ 1 ปรมาจารย์เกิดใหม่

บทที่ 1 ปรมาจารย์เกิดใหม่

เซี่ยหว่านหว่านกลับชาติมาเกิดใหม่แล้ว

ในฐานะปรมาจารย์ศาสตร์ลี้ลับแห่งศตวรรษที่ 21 นางจบชีวิตลงท่ามกลางแรงระเบิดของเตาหลอมโอสถที่แตกออกเป็นเสี่ยง ๆ

เมื่อตื่นขึ้นมาอีกครั้ง นางก็รู้สึกถึงพลังบางอย่างที่ผลักร่างนางออกไป ท่ามกลางสติที่พร่าเลือนมีเสียงหญิงชราแว่วมาจากภายนอกดังขึ้น "ฮูหยิน คลอดออกมาแล้วเจ้าค่ะ!"

"ฮูหยิน ท่านเป็นอะไรไป เหตุใดถึงได้สิ้นสติไปเช่นนี้!"

เซี่ยหว่านหว่านรู้สึกเบาสบายไปทั้งร่าง นางเพิ่งจะอ้าปากเตรียมจะถามว่าเกิดอะไรขึ้น ทว่ากลับถูกมือที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายคนชราคู่หนึ่งปิดปากไว้แน่น

นางเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ พยายามดิ้นรนสุดกำลังจนเท้าเล็ก ๆ ถีบไปมา ได้ยินเสียงสตรีเหล่านั้นร้องสั่งว่า "เร็วเข้า อาศัยจังหวะที่ฮูหยินสลบ พาเด็กหญิงคนนี้ออกไปเสีย! อ้อ แล้วบุตรที่แม่นางสวี่คลอดเล่า รีบเอามาสลับตัวเร็วเข้า"

สาวใช้อีกคนกล่าวรับคำ "รออยู่ที่ประตูหลังแล้วเจ้าค่ะ ข้าจะไปอุ้มมาเดี๋ยวนี้"

บนเตียงกว้าง หญิงสาวผู้เป็นมารดามีริมฝีปากซีดขาว สลบไสลไปด้วยความอ่อนเพลียจากการคลอดบุตร

หญิงชราผู้นั้นเอ่ยต่อ "หลิวหว่าน ข้าต้องขออภัยด้วย การสลับตัวเด็กครั้งนี้เป็นความต้องการของซื่อจื่อ เด็กชายผู้นี้ก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของซื่อจื่อเช่นกัน มีเพียงให้เขาอยู่ในนามของท่านเท่านั้น เขาถึงจะได้เป็นบุตรเอกแห่งจวนจิ่งอันโหว และมีสิทธิ์สืบทอดบรรดาศักดิ์ได้อย่างถูกต้องตามครรลอง"

"ส่วนเด็กผู้หญิงคนนี้ ซื่อจื่อประสงค์ให้นำไปถ่วงน้ำในแม่น้ำเสียก็พอ"

เซี่ยหว่านหว่านเบิกตากว้าง มือเล็กอวบพยายามดิ้นรนสุดกำลัง

หลิวหว่าน? จวนจิ่งอันโหว? ซื่อจื่อ?

นี่มันนิยายที่นางเคยอ่านมาก่อนไม่ใช่หรือ!

หลิวหว่าน ฮูหยินเอกแห่งจวนจิ่งอันโหวตระกูลเซี่ย หลังจากคลอดบุตรสาวกลับถูกเซี่ยจิ้นอันผู้เป็นซื่อจื่อวางแผนสลับตัวเด็ก โดยเอาบุตรชายที่เขามีกับอนุภรรยามาสวมรอยแทน

หลิวหว่านเป็นสตรีที่เฉลียวฉลาดและสง่างาม นางทุ่มเทดูแลจวนโหวทั้งวันทั้งคืน อบรมเลี้ยงดูเด็กคนนั้นนานถึงสิบหกปี สุดท้ายกลับต้องล้มป่วยลงด้วยความตรอมใจ

ทว่าบุตรชายอย่างเซี่ยไหวซาน ในวันที่เขาสอบติดราชการ กลับพานางสวี่และคนโฉดมาชูคอโอ้อวดต่อหน้าเตียงผู้ป่วยของนาง หลิวหว่านถึงได้รู้ความจริงว่าทุกสิ่งที่นางทุ่มเทมาตลอดชีวิตกลับกลายเป็นการทำเพื่อคนอื่น

เซี่ยจิ้นอันยกย่องสวี่โหรวโหรวขึ้นเป็นนายหญิง เซี่ยไหวซานก็ยอมรับเพียงสวี่โหรวโหรวเป็นมารดาเท่านั้น ส่วนนางกลายเป็นผู้ขัดขวางความสุขของครอบครัวพวกเขา ทั้งสามคนต่างพากันเคียดแค้นนางเข้ากระดูกดำ! หลิวหว่านโกรธแค้นจนกระอักเลือดสิ้นใจ!

หลังจากนางตาย เพื่อให้ได้รับความไว้วางใจจากราชสำนัก เซี่ยไหวซานถึงขั้นทำลายความบริสุทธิ์ของหลานสาวแท้ ๆ ของตระกูลหลิว และยังใส่ร้ายป้ายสีคนในครอบครัวเดิมของหลิวหว่านว่าเป็นฆาตกรสังหารองค์หญิง จนตระกูลหลิวถูกประหารล้างชั่วโคตร

ตอนนี้เซี่ยหว่านหว่านกลายเป็นบุตรสาวที่เพิ่งลืมตาดูโลกของหลิวหว่าน และกำลังจะถูกส่งไปตายในไม่ช้า!

"เหตุใดซื่อจื่อน้อยยังไม่มาถึงสักทีเล่า" หมัวมัวผู้นั้นเร่งเร้า

เซี่ยหว่านหว่านรู้สึกหายใจไม่ออก นางพยายามกวัดแกว่งมือน้อย ๆ แต่กลับถูกปิดปากไว้จนร้องไม่ออก เด็กทารกแรกเกิดจะมีเรี่ยวแรงมาจากไหน

[ท่านแม่ ท่านรีบตื่นเถิด ข้ายังไม่อยากตาย กว่าข้าจะอุตส่าห์มาเกิดที่นี่ได้ไม่นับว่าง่ายเลย ท่านแม่ โปรดตื่นเถิด ช่วยข้าด้วย]

เสียงเล็กๆ อันอ่อนแรงนั้นทำให้เปลือกตาของหลิวหว่านขยับเขยื้อน

เมื่อได้ยินเสียงสาวใช้ที่ถือตะกร้าเด็กอ่อนผลักประตูเข้ามา เซี่ยหว่านหว่านก็หลับตาลงด้วยความสิ้นหวัง

แต่ทันใดนั้นเอง หลิวหว่านก็พลันลืมตาขึ้น เอ่ยอย่างอ่อนแรงว่า "ลูกของข้าอยู่ที่ไหน เร็วเข้า! เอามาให้ข้าดู"

พวกหมัวมัวและสาวใช้ต่างพากันตื่นตระหนก

[ท่านแม่ พวกนางคิดจะจับข้าถ่วงน้ำ ท่านรีบช่วยข้าด้วย]

"ใครพูดกัน…เอาลูกของข้าคืนมานะ!"

หลิวหว่านไม่รู้ว่าไปเอาเรี่ยวแรงมาจากที่ใด นางพยายามตะเกียกตะกายจะลงจากเตียง ดวงตาจ้องเขม็งไปยังทารกในอ้อมแขนของหมัวมัว ทำเอาทุกคนในห้องขวัญหนีดีฝ่อ

พั่นชุนที่ออกไปเอาน้ำร้อนผลักประตูเข้ามา เมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนั้นก็ทิ้งอ่างน้ำลงทันที และปรี่เข้าไปแย่งเด็กมาจากมือของหมัวมัว

"ฮูหยิน เด็กถูกนางกดจนจะขาดใจตายอยู่แล้วเจ้าค่ะ!" พั่นชุนแรงเยอะและคล่องแคล่ว นางรีบอุ้มทารกมาวางต่อหน้าหลิวหว่าน

[แงงง ท่านแม่ ข้าตกใจแทบตายแล้ว] เซี่ยหว่านหว่านแผดเสียงร้องไห้จ้า

หลิวหว่านมองดูเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยสีหน้าเย็นชา สั่งให้คนเข้ามาควบคุมตัวหมัวมัวและสาวใช้ไว้ทันที

"ฮูหยินโปรดเมตตา บ่าวเฒ่าทำไปก็เพื่อเห็นแก่ฮูหยินนะเจ้าคะ หากฮูหยินมีบุตรเอกย่อมมั่นคงในตำแหน่ง หากคลอดเป็นธิดาออกมาย่อมต้องถูกผู้อื่นกดหัวเอาได้ เด็กผู้หญิงไม่ควรเก็บไว้เจ้าค่ะ!" หมัวมัวผู้นั้นคุกเข่าละล่ำละลักแก้ตัวด้วยความหวาดกลัว

สาวใช้ที่ถูกจับได้พร้อมตะกร้าที่มีทารกชายอยู่ข้างในก็ร้องขอชีวิตไม่หยุด "ฮูหยินเมตตาด้วยเจ้าค่ะ!"

[ท่านแม่ อย่าปล่อยพวกนางไปนะ พวกนางจะฆ่าข้า ฮือ ๆ น่ากลัวเหลือเกิน]

หลิวหว่านได้ยินเสียงเล็ก ๆ ที่สั่นเครือดังขึ้นในหัว นางมองดูทารกในอ้อมอก ลูกน้อยของนางปลุกนางให้ตื่น และนางยังสามารถได้ยินเสียงในใจของลูกได้!

"ใครให้ความกล้าพวกเจ้า! ต่อให้เป็นบุตรสาวแล้วอย่างไร ในเมื่อนางเกิดจากข้า นางก็คือเลือดเนื้อในอกของข้า ใครหน้าไหนกล้าสอดมือเข้ามายุ่ง!"

หลิวหว่านแม้จะยังอ่อนแรง แต่บารมีของนายหญิงผู้ดูแลจวนกลับไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าผู้ใด

"พวกบ่าวทำไปเพื่อหวังดีต่อฮูหยินจริง ๆ นะเจ้าคะ โปรดเห็นแก่ความภักดีด้วย…" หมัวมัวยังไม่ทันจะอ้อนวอนจบ หลิวหว่านก็สั่งให้คนลากตัวออกไปจัดการเสียแล้ว

หลิวหว่านทรุดกายลงบนเตียง พั่นชุนถามนางว่า "ฮูหยิน เด็กชายคนนี้จะจัดการอย่างไรดีเจ้าคะ"

เมื่อนึกถึงว่าทารกนั้นไร้เดียงสา หลิวหว่านจึงสั่งให้นำไปส่งให้ฮูหยินผู้เฒ่าเป็นคนตัดสินใจ

หลังจากพักผ่อนไปครู่ใหญ่ เมื่อเริ่มมีเรี่ยวแรงขึ้น หลิวหว่านก็อุ้มบุตรสาวขึ้นมาดู ผิวพรรณของนางขาวผ่อง ดวงตาคู่โตฉายแววสดใสประดุจสายน้ำ กำลังดูดนิ้วมือเล็กอวบของตนเองอยู่ ช่างน่าเอ็นดูยิ่งนัก แต่หลิวหว่านยังคงรู้สึกหวาดผวาไม่หาย

[ท่านแม่สวยจัง ท่านแม่หอมข้าหน่อย]

หลิวหว่านคลี่ยิ้ม ก้มลงจุมพิตที่แก้มอวบนุ่มนั้นหนึ่งฟอด ก่อนจะถามว่า "พั่นชุน เจ้าได้ยินเสียงนางพูดหรือไม่"

"หา? ใครพูดหรือเจ้าคะ คุณหนูหรือเจ้าคะ" พั่นชุนมีสีหน้าเหลอหลาไม่เข้าใจ

หลิวหว่านกลับหัวเราะอย่างมีความสุข นางเอานิ้วแตะจมูกเล็ก ๆ ของทารก "เจ้านี่ช่างเฉลียวฉลาดนัก พูดให้แม่ฟังเพียงคนเดียวเสียด้วย"

[โชคดีที่ท่านแม่ช่วยข้าไว้ ท่านแม่อย่าเลี้ยงเด็กคนนั้นนะ เขาเป็นเด็กชั่วร้าย เป็นคนเลวที่เกิดจากท่านพ่อกับเมียน้อย]

เซี่ยหว่านหว่านส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอ ดวงตากะพริบปริบ ๆ พร้อมรอยยิ้ม

หลิวหว่านขมวดคิ้ว มือสั่นสะท้านเล็กน้อย เด็กคนนั้นเป็นเด็กชายที่บ่าวไปหามาจากข้างนอกชัด ๆ จะกลายเป็นบุตรชายของสามีนางไปได้อย่างไร

นางหันไปถามพั่นชุน "ฮูหยินผู้เฒ่าจัดการกับเด็กชายคนนั้นอย่างไร"

"ฮูหยินผู้เฒ่าบอกว่าเด็กคนนี้น่าสงสาร อีกสองสามวันจะลองหาแม่นมมาเลี้ยงดูไปก่อนเจ้าค่ะ"

ในใจของหลิวหว่านเริ่มมั่นใจขึ้นหลายส่วน นางเอ่ยอย่างผิดหวังว่า "แล้วซื่อจื่อเล่า"

"ซื่อจื่อมักจะออกไปข้างนอกช่วงหนึ่งเป็นประจำทุกเดือน อีกสองสามวันก็น่าจะกลับมาแล้วเจ้าค่ะ"

[ท่านแม่น่าสงสารเหลือเกิน ถูกท่านพ่อหลอกลวงมาตลอด ตอนนี้ท่านพ่อกำลังอยู่ที่ตรอกสือหลี่ คอยปรนนิบัติเมียน้อยที่กำลังอยู่ไฟ ลูกของนางโตกว่าข้าตั้งสามวันเชียวนะ!]

หลิวหว่านมือสั่นเทา เอ่ยกำชับว่า "ไปหาหญิงชราที่ไว้ใจได้ ให้ไปสืบข่าวที่ตรอกสือหลี่ อย่าให้เรื่องนี้รั่วไหลไปถึงหูใครเด็ดขาด"

วันรุ่งขึ้น คนที่พั่นชุนส่งไปได้นำข่าวกลับมา บอกว่าซื่อจื่อกำลังดูแลสตรีคนหนึ่งอยู่ที่ตรอกสือหลี่ ความสัมพันธ์ดูไม่ธรรมดาเลย

หลิวหว่านมั่นใจแล้ว นางรู้สึกสิ้นหวังประดุจหัวใจกลายเป็นเถ้าถ่าน ยามที่นางคลอดบุตร สามีกลับไม่มาดูดำดูดี ที่แท้เขาก็ไปอยู่กับหญิงอื่น และเด็กชายคนนั้นก็คือบุตรที่เขาแอบไปมีกับหญิงภายนอกจริง ๆ หรือ?

นางเจ็บปวดราวกับถูกมีดกรีดหัวใจ ตลอดห้าปีที่ผ่านมานางต้องทนดื่มยาขมจัดระเบียบร่างกายเพื่อจะสืบทอดทายาทให้จวนโหว แล้วสิ่งที่นางทำลงไปทั้งหมดนั้นมีค่าอันใดกัน

ในตอนนั้นเอง ฮูหยินผู้เฒ่าก็พาเด็กชายคนนั้นเข้ามาในห้องของนาง

ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยขึ้นว่า "หว่านเอ๋อร์ ข้าคิดทบทวนดูแล้ว เด็กชายคนนี้หาบิดามารดาไม่พบช่างน่าเวทนายิ่งนัก หากเจ้ามีบุตรชายไว้ข้างกายสักคน ย่อมเป็นผลดีต่อสถานะของเจ้าในภายหน้า มิสู้รับเขามาไว้ในนามของเจ้าเพื่อเลี้ยงดูเสียเถิด"

บทที่ 2 ให้รับบุตร

บทที่ 2 ให้รับบุตร

หลิวหว่านเพิ่งได้มองดูทารกชายในอ้อมกอดของเยว่หมัวมัว

นางรู้สึกว่าทารกน้อยมีความคล้ายคลึงกับสามีของนางอยู่หลายส่วน โดยเฉพาะดวงตาและจมูกราวกับว่าถูกถอดแบบมาจากแม่พิมพ์เดียวกัน

ดูก็รู้ว่าเด็กคนนี้คงเกิดก่อนบุตรสาวของนางหลายวัน

นางกลั้นความขุ่นเคืองที่พลุ่งพล่านในใจเอาไว้แล้วกล่าวว่า "ในเมื่อไม่ได้พบพ่อแม่แท้ ๆ ของเขา จวนโหวจะทำเรื่องพลการรับเขามาเป็นบุตรบุญธรรมโดยปิดบังพ่อแม่ของเขาได้อย่างไร หากเขาเติบโตขึ้นมาแล้วรู้เรื่องนี้คงต้องเกลียดชังพวกเราแน่นอนเจ้าค่ะ"

"จวนโหวมีบุญคุณเลี้ยงดูเขา เขาไม่จดจำความแค้นต่อจวนโหวหรอก" ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยออกมาทันควัน

นางรู้เรื่องนี้จริง ๆ ด้วย!

หัวใจของหลิวหว่านสั่นสะท้านอย่างรุนแรง นางทุ่มเททำงานอย่างหนักดูแลจวนโหวมาห้าปี พวกนางกลับร่วมมือกันปิดบังความจริง เพื่อจะให้นางเลี้ยงลูกของสามีกับเมียน้อย

"ท่านย่าเจ้าคะ จวนโหวเป็นตระกูลผู้มีบรรดาศักดิ์ หากเด็กไม่ทราบที่มาทุกคนสามารถรับเป็นบุตรบุญธรรมในนามของเจ้าบ้าน ในอนาคตไม่รู้จะมีกี่คนที่มาทิ้งลูกให้จวนโหว ทุกคนต่างรู้ว่าท่านมีจิตใจเมตตา ไม่นั่งมองเฉย ๆ เช่นนี้แล้วเชื้อสายของจวนโหวในวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไรเจ้าคะ"

ฮูหยินผู้เฒ่าถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง "หมัวมัวบอกว่าตอนที่พบเด็กคนนี้ เสื้อผ้าที่สวมใส่ไม่เหมือนคนจากครอบครัวยากจนเลยสักนิด"

หลิวหว่านหัวเราะเย็นชาในใจ ลูกของเมียน้อยไม่เคยต้องทนทุกข์เลยสักนิด ส่วนบุตรสาวของนางกลับเกือบจะ…

ในสมองพลันปรากฏแผนการร้ายกาจที่ทำให้แผ่นหลังของนางเย็นวาบ "หากไม่ใช่คนจากครอบครัวที่ตกอับ บิดามารดาของเขาต้องกำลังกังวลอย่างมาก มิสู้นำไปส่งที่ว่าการเถิดเจ้าค่ะ"

"นี่…" ฮูหยินผู้เฒ่าถูกต้อนจนมุม

เซี่ยหว่านหว่านที่อยู่บนเตียงไกวหาวออกมาเล็กน้อย ทั้งน้ำลายไหลยืด ทั้งร้องไห้ขึ้นมา

"แง…"

[พวกท่านช่างน่ารำคาญนัก พวกคนเลวทั้งหลาย ท่านแม่ ฮือ ๆ ข้าอยากดื่มนม]

หลิวหว่านรีบอุ้มเจ้าตัวน้อยขึ้นมากล่อมในอ้อมอก "ท่านย่าเจ้าคะ สะใภ้ดูแลเด็กคนนี้ยังลำบากอยู่เลย น้ำนมของข้ามีพอสำหรับลูกของข้าเท่านั้นเจ้าค่ะ"

เซี่ยหว่านหว่านหยุดร้องไห้ด้วยความยากลำบาก ดวงตาเปียกชื้นคู่หนึ่งจ้องมองหลิวหว่าน

"หว่านเอ๋อร์ ข้าคิดเพื่ออนาคตของเจ้านะ" ฮูหยินผู้เฒ่าเริ่มร้อนใจขึ้นมา "เจ้าก็รู้ว่าเจ้ามีปัญหาเรื่องการตั้งครรภ์ ห้าปีกว่าจะคลอดเด็กหญิงคนนี้ออกมาได้ เด็กผู้หญิงใช้การไม่ได้ ไม่สามารถทำให้ตำแหน่งของเจ้ามั่นคง มีเด็กชายคนนี้อยู่ข้างกายเจ้าก็จะเป็นผลดีกับเจ้า"

[เจ้าต่างหากที่ใช้การไม่ได้ ทั้งตระกูลเจ้าก็ใช้ไม่ได้! ท่านแม่อย่าไปฟังนางเลย ยายแก่คนนี้เลวร้ายนัก]

[ท่านแม่ที่ไร้บุตรมาห้าปีก็เพราะตอนแต่งเข้ามาใหม่ ๆ ท่านยอมกระโดดลงน้ำไปช่วยยายแก่คนนี้จนร่างกายต้องลมหนาวจนล้มป่วยต่างหากเล่า]

เซี่ยหว่านหว่านพ่นน้ำนมออกมาและมีฟองน้ำมูกเล็ก ๆ ผุดออกมา นางยื่นมือน้อย ๆ ออกไปจับชายเสื้อมารดา เพราะกลัวว่ามารดาจะตอบตกลง

หลิวหว่านชะงักไปครู่หนึ่ง จริง ๆ แล้วเรื่องนี้เคยเกิดขึ้น

ตอนที่ฮูหยินผู้เฒ่าตกน้ำ ในบรรดาสะใภ้ทั้งหลายมีเพียงนางคนเดียวที่กระโดดลงไปช่วย ตอนนั้นเป็นช่วงรอยต่อฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว ลมหนาวพัดโชยมาตลอด

พอกลับมานางก็ล้มป่วยหนักจนลุกไม่ขึ้น ไม่คาดคิดเลยว่าการที่ไม่มีบุตรเป็นเวลาห้าปีจะเป็นเพราะเรื่องครั้งนั้น

หญิงชราได้เลือกบุตรบุญธรรมสองคนให้นางเลี้ยงดูเมื่อสามปีก่อน นางรู้ว่านี่เป็นการแสดงความไม่พอใจที่มีต่อนาง บัดนี้ในที่สุดนางก็กำเนิดบุตรได้ แต่กลับถูกหยามเกียรติเช่นนี้

นางกลืนโทสะนี้ไม่ลงจริง ๆ !

หลิวหว่านให้เด็กหญิงตัวน้อยจับนิ้วก้อยของตนไว้

"หากฮูหยินผู้เฒ่ากล่าวเช่นนี้ ข้าก็เข้าใจได้แล้วเจ้าค่ะ เพียงแต่เมื่อสามปีก่อน ท่านเพิ่งจะมอบจื่อมู่และจื่อซิงให้ข้ารับอุปการะ ตอนนั้นคนที่เล็กที่สุดก็อายุสามขวบแล้ว"

ใช่แล้ว เด็กต้องมีอายุอย่างน้อยสามขวบและต้องเต็มใจเองเท่านั้น

"จื่อมู่กับจื่อซิง ถึงอย่างไรก็เป็นลูกบุญธรรม" ฮูหยินผู้เฒ่ากล่าวต่อ "เด็กคนนี้เพิ่งเกิดได้แค่ไม่กี่วัน หากบอกว่าเป็นลูกแท้ ๆ ของเจ้าก็จะดีกับเจ้ามากกว่า สมมติว่าสักวันหนึ่งสามีเจ้าไปรับอนุภรรยา แล้วให้กำเนิดลูกชายอนุที่เป็นลูกแท้ ๆ ของเขา เจ้าจะทำอย่างไร"

ที่แท้ก็คิดจะรับเป็นบุตรแท้ ๆ และเป็นบุตรชายที่ชอบด้วยกฎหมาย

หลิวหว่านก้มหน้าลงเงียบ ๆ นางสามารถทนรับความอัดอั้นใด ๆ ได้ เว้นเพียงไม่อาจเลี้ยงดูเด็กคนหนึ่งที่จะมาแทนที่บุตรสาวของนางไว้ข้างกาย

[ท่านแม่ อย่าเลี้ยงเด็กเลวคนนั้นนะ เขาจะทำร้ายท่านแม่และตระกูลท่านตาจนตาย ฮือ ๆ]

เสียงอู้อี้ของลูกสาวดังขึ้นข้างหูนาง พอมองก็เห็นว่าขาสั้น ๆ กำลังพยายามถีบไปมา หลิวหว่านนึกถึงตอนที่นางคลอดลูก บุตรสาวของนางเกือบถูกสลับตัวไปถ่วงน้ำ ดวงตาของนางพลันแข็งกร้าวขึ้นมาในทันที

"ท่านย่าเลือกอนุภรรยาให้จิ้นอันแล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ" หลิวหว่านเอ่ยขึ้น

ฮูหยินผู้เฒ่าชะงักไปอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาวูบไหวขณะตอบ "ไม่มี เจ้าเพิ่งคลอดลูกเสร็จ ข้าจะให้เขารับอนุภรรยาได้อย่างไร"

หลิวหว่านหัวเราะเย็นชา "ถ้าเช่นนั้นก็รับอนุภรรยาเข้ามาเถิดเจ้าค่ะ"

"เจ้า…เจ้าหมายความว่าอย่างไร"

"หลังจากสะใภ้คลอดลูก ร่างกายย่อมอ่อนแอ เกรงว่าจะไม่สามารถปรนนิบัติสามีได้เป็นเวลาหนึ่งปี รับอนุภรรยาสักสองสามคน แล้วมอบเด็กชายคนนี้ให้พวกนางเลี้ยงดูก็ไม่นับว่าเสียเปรียบ ต่อไปหากพวกนางให้กำเนิดทายาทให้จวนโหวก็ย่อมเป็นเรื่องดีเจ้าค่ะ" หลิวหว่านยิ้มออกมาบาง ๆ

ฮูหยินผู้เฒ่าตะลึงไปครู่ใหญ่ ก่อนจะอึกอักตอบรับออกมา

นางไม่คิดว่าหลิวหว่านจะยอมให้สามีมีอนุภรรยา แต่ไม่ยอมรับเด็กคนนี้เป็นบุตรของตน

หลิวหว่านเปลี่ยนไปได้อย่างไรกัน

ผ่านไปอีกหลายวัน

ร่างกายของหลิวหว่านเริ่มดีขึ้นบ้างแล้ว พั่นชุนจึงพาจื่อมู่และจื่อซิงมาพบที่ห้อง คนที่เข้ามาก่อนคือจื่อซิง

จื่อซิงนิสัยร่าเริง กล้าหาญ มีรอยยิ้มอยู่ตลอดเวลา ดวงตาทั้งสองข้างโค้งเป็นรูปเสี้ยวจันทร์

"ท่านแม่ พวกเราขอดูน้องสาวได้หรือไม่ขอรับ"

จื่อซิงกะพริบตาถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักของทารกหญิงในเตียงไกว

"ย่อมได้แน่นอน" หลิวหว่านกำลังจะไปเปลี่ยนอาภรณ์พอดี จึงบอกให้พั่นชุนคอยดูแลเด็ก ๆ ไว้ก่อนจะเข้าไปในห้องด้านใน

เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว จื่อซิงก็รีบเข้าไปใกล้ แต่เพราะเขายังเล็กเกินไปและราวกันตกก็สูงเกินไป จึงได้แต่โบกมือน้อย ๆ ทั้งสองข้างไปมาจนแทบจะร้องไห้ด้วยความร้อนใจ

พั่นชุนยิ้มเล็กน้อยแล้วอุ้มเขาขึ้นมาเพื่อให้มองเห็นน้องสาว

ครั้นเห็นก็พบว่าน้องสาวช่างงดงามจริง ๆ เป็นเด็กที่งดงามที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา

เซี่ยหว่านหว่านที่กำลังเล่นฟองน้ำลายอยู่ จู่ ๆ ก็เห็นเด็กชายน่ารักปรากฏตัวตรงหน้า ดวงตาของนางถึงกับเบิกกว้าง

[เด็กน้อยน่ารักจังเลย น่าหอมสักที คิก ๆ]

จื่อซิงร้องไห้ออกมาด้วยความตกใจ ซุกตัวเข้าในอ้อมกอดของพั่นชุน "ฮือ ๆ น้องสาวพูดได้ขอรับ"

"น้องสาวยังเล็กจะพูดได้อย่างไรกันเจ้าคะ อย่าร้องไห้ไปเลยนะเจ้าคะ อย่าร้องไห้เลย" พั่นชุนยิ้มอย่างจนใจพลางปลอบเด็กน้อย

เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตนเองเป็นเพียงทารกน้อย เซี่ยหว่านหว่านก็ยิ้มอย่างเขินอาย เผยให้เห็นเหงือกไร้ฟันชวนให้เอ็นดูยิ่ง

[อย่าร้องไห้สิ ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะมาร้องไห้นะ]

[ต่อไปเจ้าจะน่าสงสารยิ่งกว่านี้อีก เมื่อเจ้าไปหลงรักสตรีคนเดียวกับพระเอก แต่กลับสู้เขาไม่ได้ จนถูกเขาแทงตายด้วยกระบี่ เลือดพุ่งกระฉูดไปไกลแสนไกล ถึงเวลานั้นค่อยร้องไห้ก็ยังไม่สายนะ คิก ๆ]

บทที่ 3 ราดรดลงบนตัวบิดาสารเลว

บทที่ 3 ราดรดลงบนตัวบิดาสารเลว

จื่อซิงร้องไห้เสียงดังขึ้น เขาช่างน่าสงสารเหลือเกิน ฮือ ๆ

ดวงตาแดงก่ำไปหมดแล้ว

พั่นชุนกล่าว "คุณชายรองอย่าร้องไห้เลยเจ้าค่ะ อีกประเดี๋ยวอาจารย์ก็จะมาแล้ว ยังต้องฝึกวิชายุทธ์อีกนะเจ้าคะ"

จื่อซิงตอบพลางสะอื้นไห้ "ข้าจะไปฝึกเดี๋ยวนี้แหละ ต่อไปข้าจะฝึกตั้งแต่เช้ามืดจรดค่ำ ฝึกรำกระบี่ให้เก่ง ๆ ไปเลย ฮือ ๆ น้าพั่นชุน รีบพาข้าไปฝึกวิชาเร็วเข้า"

พั่นชุนยิ้มปริ เมื่อก่อนคุณชายรองมักขี้เกียจเวลาฝึกวิชายุทธ์ บัดนี้เหตุใดดวงอาทิตย์ถึงขึ้นทางทิศตะวันตกได้เล่า

นางรีบเรียกคนให้อุ้มเขาออกไปทันที

จื่อมู่ ผู้เป็นพี่ชาย แม้อายุเพียงเจ็ดขวบ แต่ดวงตากลมโตของเขากลับแฝงไว้ด้วยความสุขุม ใบหน้าที่ประณีตงดงามขับกลิ่นอายความเย็นชาออกมาอยู่เล็กน้อย เพียงมองปราดเดียวก็รู้ว่าพื้นเพครอบครัวต้องดีมากเป็นแน่

เขาเม้มริมฝีปาก เขย่งเท้าขึ้นมองน้องสาวโดยไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว

เซี่ยหว่านหว่านเตะขาทั้งสองข้างอย่างร่าเริง เมื่อเห็นจื่อมู่ก็ยิ่งโบกไม้โบกมืออย่างเริงร่า

[ฮือ ๆ พี่ชายคนโตช่างรูปงามเหลือเกิน]

[พี่ชายเป็นคนเก่งและกตัญญูยิ่งนัก อุตส่าห์สอบติดสร้างชื่อเสียงได้สำเร็จ กลับถูกพระเอกขโมยผลงานไปเสียอย่างนั้น ภายหลังยังถูกพระเอกกลั่นแกล้งให้ไปออกรบที่ชายแดน จนวาระสุดท้ายยังไม่มีโอกาสได้เห็นหน้าท่านแม่เลย ช่างน่าสงสารนัก ข้าไม่อยากให้พี่ชายต้องตายเลย]

มือของจื่อมู่ที่เหยียดออกไปพลันชะงักค้าง

เขารู้สึกแปลก ๆ นึกว่าตัวเองหูแว่วไปเอง จึงจ้องมองใบหน้าเล็ก ๆ ของน้องสาวอย่างถ้วนถี่ ดวงตากลมนั่นฉ่ำวาว นอกจากรอยยิ้มแล้วนางก็ไม่ได้แสดงท่าทีอื่นใดอีก

[พี่ชายได้ออกรบสร้างผลงาน ความดีความชอบทั้งหมดกลับถูกพระเอกชิงไป พระเอกเสวยสุขเลื่อนยศร่ำรวยอยู่ที่บ้าน แต่มันก็ไม่ใช่ว่าจะแก้ไขไม่ได้ พี่ชายยังสามารถปกป้องท่านแม่ได้]

"จะปกป้องท่านแม่ได้อย่างไร"

เขาโพล่งประโยคนี้ออกมาอย่างกะทันหันจนทำให้พั่นชุนตกใจ รีบเข้ามาถามเขา

จื่อมู่รู้สึกกังวล จะปกป้องท่านแม่ได้อย่างไร เจ้าก็รีบบอกมาสิ

ทารกกลับหาวหวอด [หว่านหว่านเก่งมากนะ หว่านหว่านจะช่วยดูให้ อ๊ะ ไม่ไหวแล้ว ง่วงจังเลย]

เจ้าอย่าเพิ่งนอนสิ บอกวิธีปกป้องท่านแม่มาก่อน

จื่อมู่รีบเดินไปมาอย่างกระวนกระวายใจ อยากจะแตะต้องน้องสาวแต่ก็ไม่กล้า
ในเวลานั้นเอง หลิวหว่านเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วเดินออกมา "จื่อมู่ เจ้าเป็นอะไรไป"

"ท่านแม่ ข้า…ข้าไม่เป็นไรขอรับ" จื่อมู่มองทารกน้อยที่น่ารักอีกครั้งด้วยท่าทางอึดอัด มือที่ยื่นออกไปหดกลับมาอีกครั้ง

"เจ้าสามารถจับน้องสาวได้นะ" หลิวหว่านกล่าวอย่างอ่อนโยน

"จะ…จริงหรือขอรับ" ดวงตาดำขลับนั้นพลันมีประกายขึ้นมา จื่อมู่ค่อย ๆ แตะที่ใบหน้านุ่มนิ่มของน้องสาวอย่างระมัดระวัง

น้องสาวช่างงดงามจริง ๆ ดวงตาที่ฉ่ำวาวกำลังง่วงนอน ผิวขาวนวลใส ช่างเป็นเด็กน้อยที่สวยที่สุดในใต้หล้านี้ ราวกับเทพเซียนตัวน้อย

จื่อมู่เห็นว่าถึงเวลาแล้ว จึงคำนับแล้วกล่าวว่า "ลูกขอไม่รบกวนท่านแม่แล้วขอรับ ลูกจะไปฝึกวรยุทธ์กับน้องชาย"

หลิวหว่านพยักหน้ารับ

ขณะที่จื่อมู่กำลังเดินออกไป เขาก็หันกลับมากล่าวว่า "ท่านแม่ ต้องรอให้ลูกโตก่อนนะขอรับ"

หลิวหว่านยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยน

"ฮูหยิน ซื่อจื่อกลับมาแล้วเจ้าค่ะ" สาวใช้เข้ามารายงาน

เซี่ยจิ้นอันเดินเข้ามาด้วยท่าทางเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง อาภรณ์อันงามสง่าทำให้เขาดูนุ่มนวลเป็นพิเศษ

เมื่อได้กลิ่นน้ำนมในห้องของภรรยาที่กำลังอยู่ในช่วงอยู่ไฟ เขาก็ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก

กลิ่นนั้นเหมือนกับกลิ่นที่ติดอยู่บนตัวของเขาเอง

"หว่านเอ๋อร์ ที่ราชสำนักช่วงนี้มีเรื่องมากมาย ข้ารีบสะสางงานอยู่หลายวันถึงได้กลับมาพบเจ้า ได้ยินว่าวันที่เจ้าคลอดนั้นเด็กเกือบถูกสลับตัวไป ทำเอาข้าแทบใจหาย เจ้าคงไม่โกรธที่ข้าไม่ได้อยู่เป็นเพื่อนเจ้าใช่หรือไม่"

เปลือกตาของหลิวหว่านกระตุกเล็กน้อย ในใจรู้สึกเจ็บปวดอย่างยิ่ง
หากเป็นแต่ก่อน เมื่อเขาพูดเช่นนี้ นางคงจะเอาอกเอาใจเขาด้วยการต้มน้ำแกง เปลี่ยนเสื้อผ้า และล้างเท้าให้ เพื่อหวังว่าเขาจะไม่เหนื่อยนัก

แต่บัดนี้นางรู้ทุกอย่างแล้ว

[ท่านแม่ เขากำลังปั่นหัวท่านอยู่ ที่จริงแล้วเขาแอบไปอยู่กับเมียน้อยมาต่างหาก]

เสียงเล็ก ๆ ในใจดังขึ้น หลิวหว่านจึงเอ่ยว่า "ข้าไม่โทษท่านพี่หรอกเจ้าค่ะ"

ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นเพราะนางหาเรื่องใส่ตัวทั้งสิ้น

"เช่นนั้นก็ดี เช่นนั้นก็ดี"

เซี่ยจิ้นอันรู้สึกตื้นตันในใจ สมกับที่เป็นสตรีผู้สูงศักดิ์จากตระกูลขุนนางน้ำดี ช่างใจกว้างยิ่งนัก

"ล้วนเป็นความผิดของแม่นมและสาวใช้ที่บังอาจตัดสินใจเอง ไม่คิดว่าพวกนางจะขวัญกล้าเทียมฟ้าเพียงนี้ อีกประเดี๋ยวข้าจะไปสั่งประหารพวกนางเสีย!"

หลิวหว่านแค่นยิ้มหยัน หัวใจของนางแทบแตกสลาย

ท่าทางร้อนรนที่เซี่ยจิ้นอันต้องการฆ่าปิดปากพยานนั้น ช่างดูน่าอัปยศยิ่งนัก ทั้งยังแตกต่างจากสามีสุภาพชนผู้เที่ยงธรรมที่นางเคยรู้จักเหลือเกิน

นางกล่าวว่า "ก่อนลูกจะครบปี ไม่ควรมีการฆ่าฟันจะดีกว่าเจ้าค่ะ อีกไม่นานก็จะถึงงานเลี้ยงฉลองครบเดือนแล้ว ท่านสามีได้ตั้งชื่อให้บุตรสาวหรือยังเจ้าคะ"

"เอ่อ เรื่องนี้…"

เซี่ยจิ้นอันตบศีรษะตนเอง ช่วงไม่กี่วันนี้เขาและสวี่โหรวโหรวเอาแต่คิดชื่อลูกชายจนตำราแทบพัง ทว่ากลับไม่เคยนึกถึงชื่อดี ๆ ให้ลูกสาวเลย

"ฮูหยินมีชื่อที่ชื่นชอบหรือไม่"

หลิวหว่านถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะหลุบตาลงแล้วส่ายหน้า

"เช่นนั้นก็ใช้ชื่อตามข้าเถิดเจ้าค่ะ อย่างไรเสียก็นางเป็นลูกสาวของข้า มีเพียงข้าเท่านั้นที่รักนาง"

[ท่านแม่ อย่าเสียใจไปเลยนะเจ้าคะ ท่านแม่]

เซี่ยหว่านหว่านได้ยินคำพูดนั้นก็หายง่วงทันที นางรู้สึกสงสารตัวเองชั่วขณะหนึ่ง

โชคดีที่ท่านแม่ยังรักนาง ท่านแม่ออกจะงดงามปานนี้ เจ้าคนสารเลวนั่นช่างตาบอดเสียจริง

มือใหญ่และมือเล็กของแม่ลูกสัมผัสกัน แต่เซี่ยหว่านหว่านกลับรู้สึกได้ถึงความเย็นเฉียบและการสั่นเทาที่ส่งผ่านมาจากมือของมารดา

มารดาผู้งดงามของนางกำลังฝืนทนความเศร้าโศกเอาไว้ นางเองก็เจ็บปวดจนแทบจะขาดใจแล้วเช่นกัน

เซี่ยจิ้นอันปรบมือหนึ่งที "ดีมาก เพิ่มชื่อเจ้าเข้าไปอีกหนึ่งคำ เรียกว่าหว่านหว่านแล้วกัน"

"ได้เจ้าค่ะ!" หลิวหว่านตอบอย่างรวดเร็ว

เซี่ยจิ้นอันเดินเข้ามาตรงหน้า ยิ้มพลางกล่าวว่า "หว่านหว่าน มาให้ท่านพ่อกอดหน่อย"

หลิวหว่านลังเลชั่วครู่ มือที่ยื่นส่งไปนั้นยังคงประคองทารกอยู่อย่างระวัง
เซี่ยหว่านหว่านร้อง "งอแง" ออกมาอย่างสะอื้น

[ไอ้สารเลว กลิ่นเหม็นจะตายชัก อย่ามาแตะต้องข้านะ! ข้าไม่อยากห่างจากท่านแม่ ฮือ ๆ ]

ร้องไห้ไปพลางยื่นหมัดน้อย ๆ ชกหน้าเซี่ยจิ้นอันเข้าให้อย่างจัง

แม้ว่าทารกจะไม่มีแรงมากนัก แต่การถูกชกที่จมูกก็ทำให้เขารู้สึกเจ็บอยู่บ้าง

เซี่ยจิ้นอันคิดว่าลูกสาวแค่ซนเท่านั้น จึงจิ้มแก้มของนางเบา ๆ "ช่างงดงามจริง ๆ หว่านเอ๋อร์ เจ้าให้กำเนิดเด็กที่สวยงามเหลือเกิน"

บุตรชายที่สวี่โหรวโหรวคลอดออกมานั้น ผิวพรรณดำคล้ำอย่างกับเหอเถา*[1] เหตุใดถึงดูไม่น่ามองเอาเสียเลย

นึกถึงเด็กชายคนนั้น เซี่ยจิ้นอันจึงกล่าวว่า "จะว่าไปเด็กชายคนนั้นที่คนรับใช้ซื้อมา ช่างน่าสงสารเหลือเกิน หากเลี้ยงเขาไปพร้อมกับหว่านหว่านของเราจะดีหรือไม่ ข้าไม่รังเกียจที่จะมีบุตรชายเพิ่มอีกคนหรอกนะ"

หลิวหว่านสีหน้าย่ำแย่ "เรื่องนี้ข้าได้ปรึกษากับฮูหยินผู้เฒ่าแล้ว ท่านสามีไม่ต้องกังวลใจ"

เซี่ยจิ้นอันยังอยากจะพูดอะไรอีก แต่จู่ ๆ ก็รู้สึกถึงความอุ่นร้อนที่มือ

หลังจากนั้นของเหลวสีเหลืองทั้งน้ำทั้งเนื้อก็ไหลนองเต็มมือของเขา และยังไหลลามลงไปตามอาภรณ์อีกด้วย

เขามีสีหน้าเคร่งขรึม รีบส่งเด็กคืนให้หลิวหว่าน ทันทีที่กลับสู่อ้อมอกของหลิวหว่าน เด็กหญิงตัวน้อยก็หยุดร้องไห้ทันที

ที่แท้คำพูดของฮูหยินผู้เฒ่าก็ไม่ผิด เด็กผู้หญิงนั้นไร้ค่าจริง ๆ

หลิวหว่านเรียกให้พั่นชุนอุ้มหว่านหว่านน้อยออกไป แล้วกล่าวว่า "ฮูหยินผู้เฒ่าเห็นชอบให้ท่านสามีรับอนุเพิ่มสักสองสามคน หากท่านสามีพบคนที่เหมาะสมก็สามารถปรึกษากับฮูหยินผู้เฒ่าได้ เมื่อถึงเวลานั้นข้าจะช่วยคัดกรองให้เจ้าค่ะ"

"จริงหรือ"

เซี่ยจิ้นอันสะกดกลั้นความตื่นเต้นในใจ แต่ก็รู้สึกว่าตนเองตื่นเต้นเกินไปไม่ดี จึงกล่าวว่า "เรื่องเหล่านี้รอเจ้าออกจากอยู่ไฟค่อยพูดกันเถิด สุขภาพของหว่านเอ๋อร์สำคัญที่สุด ไม่ว่าจะมีอนุหรือไม่ ข้าก็ใส่ใจเพียงเจ้าคนเดียวเท่านั้น"

หลิวหว่านพยักหน้า พูดคุยเรื่องทั่วไปกับเขาด้วยใบหน้าเรียบเฉย แล้วจึงหาข้ออ้างไล่เขาออกไป

ตอนนี้นางไม่อยากพบหน้าเขาเลยแม้แต่น้อย

เซี่ยจิ้นอันรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว แล้วตรงไปยังเรือนฉือซ่านเพื่อพบฮูหยินผู้เฒ่าเพื่อปรึกษาเรื่องการรับอนุ

"ข้าได้จัดการให้สวี่โหรวโหรวเข้ามาในจวนในฐานะแม่นมแล้ว ส่วนเรื่องการรับอนุนั้น ช่วงนี้เจ้าพูดต่อหน้าหลิวหว่านให้น้อยลงหน่อย ถึงแม้นางจะมีปัญหาในการให้กำเนิดบุตร แต่ก็ยังเป็นนายหญิงของจวน จวนโหวไม่อาจขาดนางได้"

ฮูหยินผู้เฒ่าพูดอย่างหนักแน่น

"ท่านย่า แล้วชาติกำเนิดของไหวซานจะทำเช่นไรดี เขาเป็นบุตรของข้า จะให้เป็นบุตรอนุได้อย่างไร"

ไหวซานเป็นชื่อที่เขาตั้งให้บุตรชายโดยเฉพาะ มีความหมายว่ามีใจกว้างดั่งแผ่นดิน มีความมุ่งมั่นอันยิ่งใหญ่ที่จะยืนอยู่บนยอดเขา

เซี่ยจิ้นอันไม่เคยคิดมาก่อนว่าแผนการสลับตัวทารกจะล้มเหลว

หมอตำแยลงมือกับยาที่หลิวหว่านดื่มแล้ว เหตุใดนางถึงตื่นขึ้นมาในช่วงเวลาสำคัญได้เล่า

[1] เหอเถา คือ ลูกวอลนัท

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...