โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรมการค้าภายใน ลั่นตรึงราคาสินค้าควบคุม ห่วง 6 กลุ่มรับผลกระทบราคาน้ำมัน

The Bangkok Insight

อัพเดต 17 มี.ค. เวลา 04.18 น. • เผยแพร่ 17 มี.ค. เวลา 04.18 น. • The Bangkok Insight

กรมการค้าภายใน สั่งตรึงราคาสินค้าควบคุม จับตาต้นทุนน้ำมันใกล้ชิด รับสถานการณ์ตะวันออกกลาง เปิดรายชื่อสินค้า 6 กลุ่มสำคัญที่อาจได้รับผลกระทบจากต้นทุนน้ำมันและสถานการณ์ด้านการขนส่ง

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงแนวทางการดำเนินงานเพื่อรองรับสถานการณ์ความตึงเครียดจากการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางว่า กรมการค้าภายในได้ติดตามเฝ้าระวังและกำกับดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าที่มีโครงสร้างต้นทุนเชื่อมโยงกับราคาน้ำมันและวัตถุดิบนำเข้า เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน

ราคาสินค้าควบคุม

ทั้งนี้ ตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยสินค้าและบริการ (กกร.) ปี 2568 ปัจจุบันมีสินค้าควบคุมจำนวน 59 รายการ อยู่ภายใต้การกำกับดูแลตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ โดยมาตรการที่ใช้กำกับดูแลราคาสินค้าจำเป็นที่มีผลกระทบต่อประชาชน โดยผู้ผลิตและผู้จำหน่ายต้องขออนุญาตมายังกรมฯ และกรมจะพิจารณาโครงสร้างต้นทุนอย่างรอบด้านก่อนอนุญาตปรับราคาจำหน่ายได้

สำหรับในสถานการณ์ขณะนี้ ยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดยื่นขออนุญาตปรับขึ้นราคาสินค้าเลยแต่อย่างใด และกรมยังได้ขอความร่วมมือผู้ผลิตและผู้จำหน่ายสินค้าให้ตรึงราคา โดยจำหน่ายในราคาเดิม เพื่อลดภาระให้แก่พี่น้องประชาชนในช่วงสถานการณ์คับขัน

ขณะเดียวกัน กรมได้มีการประเมินโครงสร้างต้นทุนสินค้า พบว่ามีสินค้า 6 กลุ่มสำคัญที่อาจได้รับผลกระทบจากต้นทุนน้ำมันและสถานการณ์ด้านการขนส่ง ได้แก่ กลุ่มอาหารสด เช่น ไข่ไก่ เนื้อหมู และเนื้อไก่ กลุ่มสินค้าเกษตรหลัก ได้แก่ ข้าว ปาล์มน้ำมัน และผลไม้ กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็น เช่น กระดาษทิชชู และบรรจุภัณฑ์กระดาษ กลุ่มอาหารกระป๋องโดยเฉพาะปลากระป๋อง

กลุ่มเครื่องดื่มและสินค้าที่ใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก เช่น น้ำดื่ม นมบรรจุขวด และน้ำมันพืช รวมถึงกลุ่มวัสดุก่อสร้าง อาทิ ปูนซีเมนต์ เหล็กเส้น สีทาบ้าน ท่อพีวีซี และกระเบื้อง ซึ่งล้วนเป็นสินค้าปัจจัยพื้นฐานต่อการดำรงชีวิตและระบบเศรษฐกิจ

ในส่วนมาตรการดูแลสินค้าเกษตรและปัจจัยการผลิต กรมการค้าภายในได้ติดตามสถานการณ์ปุ๋ยเคมีอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันประเทศไทยยังมีสต็อกเพียงพอต่อการใช้ในประเทศ ขณะที่ผู้นำเข้าได้กระจายแหล่งนำเข้าจากประเทศคู่ค้าที่ไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้ง ได้แก่ มาเลเซีย บรูไน และโอมาน

พร้อมกันนี้ เตรียมเชื่อมโยงปุ๋ยเคมีจากผู้ผลิตจำหน่ายตรงถึงเกษตรกรทั่วประเทศ เพื่อรองรับฤดูกาลเพาะปลูกช่วงเดือนพ.ค.ถึงส.ค. ครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูกสำคัญทั้งข้าวนาปี ข้าวโพด ปาล์มน้ำมัน และผลไม้ โดยเน้นปุ๋ยเคมีหลัก 3 ชนิด ได้แก่ ปุ๋ยยูเรีย ปุ๋ยฟอสเฟต และปุ๋ยโพแทส ซึ่งคลอบคลุมปุ๋ยสูตรที่สามารถใช้ได้กับพืชทุกชนิด ทุกระยะ โดยกรมจะเตรียมแผนการจัดกิจกรรม ปุ๋ยธงเขียว ราคาประหยัดเพื่อลดภาระต้นทุนให้กับพี่น้องเกษตรกร

สำหรับการกำกับดูแลสถานการณ์สินค้า กรมการค้าภายในใช้กลไกบัญชีติดตามสินค้า 3 ระดับ และทบทวนทุก 1 เดือน ได้แก่ กลุ่มสินค้า Sensitive List จำนวน 18 รายการ เช่น ปุ๋ยเคมี ไข่ไก่ เนื้อสุกร น้ำมันพืช น้ำมันดีเซล และเม็ดพลาสติก ซึ่งติดตามราคาทุกวันพร้อมส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอย่างเข้มงวด กลุ่ม Priority Watch List จำนวน 4 รายการ ได้แก่ อาหารปรุงสำเร็จ นมผง ยาป้องกันศัตรูพืช และเหล็กแผ่นรีดร้อน ติดตามสัปดาห์ละ 2 ครั้งเพื่อป้องกันการกักตุน และกลุ่ม Watch List จำนวน 197 รายการ เช่น สบู่ และน้ำยาซักฟอก ตรวจสอบต่อเนื่องทุก 15 วัน

ปัจจุบันสถานการณ์ด้านสินค้าและราคาภายในประเทศยังอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการและควบคุมได้ โดยกรมฯ ได้ติดตามปริมาณสต็อกสินค้าและโครงสร้างต้นทุนอย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าอุปโภคบริโภคยังมีเพียงพอต่อความต้องการของประชาชนทั่วประเทศ

ขอความร่วมมือประชาชนเลือกซื้อสินค้าอย่างพอเหมาะตามความจำเป็น ไม่กักตุนสินค้าเกินความจำเป็น เพื่อให้เกิดการกระจายสินค้าอย่างทั่วถึง พร้อมกันนี้ขอให้ทุกภาคส่วนร่วมกันประหยัดพลังงาน ใช้จ่ายอย่างรอบคอบ และติดตามข้อมูลข่าวสารจากภาครัฐอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ เชื่อว่าหากทุกฝ่ายร่วมมือกัน ประเทศไทยจะสามารถผ่านสถานการณ์ความผันผวนในช่วงนี้ไปได้อย่างเรียบร้อยและไม่ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนโดยรวม

อย่างไรก็ดี หากตรวจพบการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา กักตุนสินค้า หรือปฏิเสธการจำหน่าย จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยกรณีไม่ติดป้ายแสดงราคามีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท และกรณีจำหน่ายสินค้าแพงเกินสมควร กักตุนสินค้า หรือปฏิเสธการจำหน่าย มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...