โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

นายกฯ เผย แถลงนโยบายรัฐบาลเสร็จ ประชุม ครม.นัดแรกต่อทันที 11 เม.ย.นี้

The Reporters

อัพเดต 07 เม.ย. เวลา 13.08 น. • เผยแพร่ 07 เม.ย. เวลา 13.08 น.

นายกฯ เผย แถลงนโยบายรัฐบาลเสร็จ นัดประชุม ครม.นัดแรก ต่อทันที 11 เม.ย.นี้ เหตุบ้านเมืองมีปัญหาเยอะ ต้องเร่งแก้ไข วางแผนการเตรียมดูแลปชช.ช่วงสงกรานต์แล้ว ยัน ใช้น้ำมันตามปกติ ไม่ขาดแคลนแน่นอน พร้อมขอ ครม.ร่วมกันประหยัด ช่วยกันใช้รถส่วนตัว - รถยนต์ไฟฟ้า

วันนี้ (7 เม.ย. 69) เวลา 17.20 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินลงจากตึกไทยคู่ฟ้า พร้อมกับ พล.ต.อ. เพิ่มพูน ชิดชอบ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี มายังตึกบัญชาการ 1 พร้อมระบุว่า มาดูห้องทำงานของรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เรียบร้อยหรือไม่ ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้เดินดูห้องทำงานทุกชั้น

จากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้ลงมาจากตึกบัญชาการ 1 พร้อมกับนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี และนางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ไปยังตึกบัญชาการ 2 เพื่อตรวจดูความเรียบร้อยห้องทำงานของทีมงานโฆษกประจำสำนักนายกฯ และห้องทำงานที่ปรึกษานายกฯ ก่อนที่นายกฯ จะเดินกลับมายังตึกไทยคู่ฟ้า โดยระหว่างทางยังได้แวะดูจุดชาร์ทรถยนต์ไฟฟ้า

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่า ร่างแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาเป็นอย่างไรบ้าง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติส่งร่างนโยบายไปยังรัฐสภาตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย.แล้ว เมื่อถามว่ารัฐสภาบรรจุวาระพิจารณาร่างนโยบายวันที่ 9-10 เม.ย.แล้ว

ส่วนวันที่ 11 เม.ย. จะมีการประชุม ครม.นัดแรกเลยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ตอบว่า ใช่ ไม่เช่นนั้นจะติดเทศกาลสงกรานต์จะทอดยาวมากเกินไป วันนี้บ้านเมืองมีปัญหาเยอะ จึงต้องเร่งประชุมครม.และเตรียมความพร้อมสำหรับประชาชนที่จะเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ จึงต้องเตรียมพร้อมในทุกส่วน และได้มอบให้ทุกกระทรวงไปทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้ประชาชนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

สำหรับมาตรการที่บอกให้ทุกกระทรวงไปดูแล้วมาเสนอต่อที่ประชุม ครม.ต้องโฟกัสเรื่องอะไรบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า ใช่ แต่ไม่ขอลงรายละเอียด และรอให้ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วให้โฆษกรัฐบาลเป็นผู้แถลง

เมื่อถามว่า จะลงนามตั้งศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ชุดใหม่เมื่อใด นายกรัฐมนตรี เผยว่า ตรงนี้เป็นเรื่องที่ต้องใช้อำนาจ จึงต้องรอการแถลงนโยบายให้เรียบร้อยก่อน เพราะเป็นสถานการณ์ต่อเนื่องมีการใช้อำนาจนายกฯในการมอบอำนาจไปยังคณะกรรมการ จึงต้องรอให้มีการแถลงนโยบาย นี่คือเหตุผลที่พอเราแถลงนโยบายเสร็จซึ่งคาดว่าจะเป็นวันที่ 10 เม.ย.เวลากลางคืน หากจะประชุม ครม.ต่อเลยคงไม่ทัน จึงนัดประชุมวันที่ 11 เม.ย.

ส่วนช่วงเทศกาลสงกรานต์ นายกฯ จะไปที่ใด นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “วนอยู่แถวนี้ดูให้เกิดความมั่นใจว่าน้ำมันไม่ขาดช่วง ได้รับทราบมาว่ามีการเตรียมวางแผนการเตรียมน้ำมัน หากมีการใช้แบบปกติทั่วไปพอแน่นอน ช่วงนี้ต้องประหยัดน้ำมัน ประหยัดค่าใช้จ่าย จึงให้ครม.ใช้รถของตัวเองให้มากที่สุด ยิ่งใครมีรถยนต์ไฟฟ้าก็ให้เอามาใช้ช่วยกันประหยัด หากใครพร้อมได้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าก็จะช่วยลดเรื่องมลพิษต่างๆ ด้วย ตอนแรกตนก็ไม่อยากใช้แต่พอมีวิกฤติน้ำมัน ครอบครัวก็บอกให้เอามาใช้เป็นตัวอย่าง เป็นสัญลักษณ์ พอเอามาลองใช้ก็ติด สะดวกดี ไม่ต้องกังวลเรื่องเติมน้ำมัน ใครมีความพร้อมก็เป็นการประหยัดอีกทางหนึ่ง ประหยัดกว่าน้ำมันแน่นอน”

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อนายกฯ ขับรถยนต์ไฟฟ้าออกจากทำเนียบรัฐบาล ไปจนถึงบริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ นายกรัฐมนตรี ได้หยุดรถแล้วลดกระจกพูดคุยกับชายวัยกลางคนที่ยืนถือป้ายข้อความว่า “ท่านนายกฯครับช่วยจับคนโกงเงินประชาชนเมื่อท่านรู้แล้วทำไมจึงนิ่งเฉยแบบนี้ คนจนต้องการเงินที่ส่งไปแล้วขอคืนด้วยครับ” “ท่านอย่าปกป้องคนโกงเงินคนจนมีรายชื่อทำไมไม่จับ”ซึ่งพบว่ามายืนเกือบทุกวัน

โดยนายอนุทิน ได้สอบถามว่า ได้ทำเรื่องเข้ามาแล้วหรือยัง ชายคนดังกล่าวจึงตอบว่า “ทำเรื่องไว้แล้วแต่มันเงียบ” นายอนุทิน จึงกล่าวตอบไปอีกว่า “กลัวเป็นลมเป็นแล้งยืนทั้งวันเลยหรือ” ชายคนดังกล่าวตอบว่า “ยืนทุกวันเลยครับ ผมต้องการความถูกต้อง เพราะชาวบ้านเดือดร้อน”จากนั้น นายกฯได้ขับรถเดินทางกลับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...