โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ดร.ณัฏฐ์ ชี้น้ำมันแพงเข้าข่ายเหตุเร่งด่วน ครม.สั่งแก้ได้ทันที

ไทยโพสต์

อัพเดต 7 เมษายน 2569 เวลา 3.18 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นักกฎหมายมหาชน ระบุปัญหาราคาน้ำมันกระทบความมั่นคงเศรษฐกิจ เข้าข่าย “จำเป็นเร่งด่วน” ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 162 วรรคสอง ครม.มีอำนาจดำเนินการได้ทันที ไม่ต้องรอแถลงนโยบาย หวั่นปล่อยช้ากระทบทั้งเศรษฐกิจและการเมือง

6 เมษายน 2569 - “ดร.ณัฏฐ์” หรือ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน ได้ให้ความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะว่า เมื่อคณะรัฐมนตรีได้เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณตนต่อพระมหากษัตริย์ก่อนเข้ารับหน้าที่ เป็นไปตามกลไกรัฐธรรมนูญ มาตรา 161 วรรคหนึ่ง เป็นเงื่อนไขในการบังคับก่อนที่จะปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรี

แต่คณะรัฐมนตรีจะมีอำนาจบริหารราชการแผ่นดินหรือ มีเงื่อนไขบังคับก่อน โดยคณะรัฐมนตรีจะต้องแถลงต้อง “แถลงนโยบาย” ต่อรัฐสภา จึงจะมีอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดินได้ เป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 162 วรรคหนึ่ง

ภาษาชาวบ้าน คือ ถวายสัตย์ฯยังไม่มีอำนาจเต็มในการบริหารราชการแผ่นดิน รัฐธรรมนูญกำหนดให้ ครม.แถลงนโยบายต่อรัฐสภาก่อน เป็นเงื่อนไขบังคับก่อน ทำให้ประชาชนรับรู้ว่า รัฐบาลอนุทิน 2 นโยบายด้านใดบ้าง ทั้งการให้แถลงนโยบายจะต้องเป็นไปตามหลักคุ้มค่า ที่มาของงบประมาณและไม่ขัดต่อยุทธศาสตร์ชาติ โดยการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ห้ามมิให้ฝ่ายค้านลงมติไม่ไว้วางใจ

กลไกรัฐธรรมนูญ ก่อนแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี มีหลัก ย่อมมีข้อยกเว้น “ก่อนแถลงนโยบายต่อรัฐสภา” หากมีกรณีที่สำคัญและจำเป็นเร่งด่วน ซึ่งหากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะกระทบต่อประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน คณะรัฐมนตรีที่เข้ารับหน้าที่จะดำเนินการไปพลางก่อนเพียงเท่าที่จำเป็นก็ได้ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 162 วรรคสอง

คำว่า “สำคัญและจำเป็นเร่งด่วน” หมายความว่า ปัญหานั้น ต้องสำคัญระดับประเทศในเชิงมหภาคและจำเป็นเร่งด่วน ไม่อาจรอได้ หากเนินช้าจะทำให้ประเทศเกิดความเสียหาย เช่น กระทบต่อความปลอดภัยของประเทศ กระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ เป็นต้น

ปัญหาด้านพลังงาน “น้ำมันเชื้อเพลิง” เป็นปัญหาในเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ เพราะภาคอุตสาหกรรมก็ดี ภาคประชาชนก็ดี จำเป็นต้องใช้น้ำมันในการเติมรถยนต์ รถบรรทุก ที่ใช้ในการขนส่ง บรรทุกและใช้สัญจรไปมา โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลก็ดี เบนซิล ก็ดี เป็นความจำเป็นแก่รถยนต์ที่ประชาชนที่ต้องใช้ประจำวัน การปรับราคาน้ำมันให้ราคาสูงเพิ่มขึ้น โดย คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง(กบน.)ไม่อาจควบคุมได้ ปล่อยไห้น้ำมันลอยตัว

พูดภาษาชาวบ้าน คือ ราคาน้ำมันแพง” ทำให้มีผลกระทบต่อการดำรงชีพของพี่น้องประชาชนและภาคอุตสาหกรรมของประเทศเป็นวงกว้าง กระทบต่อความมั่นคงเศรษฐกิจ กระทบต่อเศรษฐกิจโดยภาพรวมของประเทศ ส่งผลทำให้ประชาชนอุปโภคและบริโภคสินค้าทุกประเภทที่มีราคาสูงขึ้นเป็นเงาตามตัวทำให้ประชาชนได้รับเดือดร้อนกันถ้วนหน้า แม้อ้างว่าตัวแปรเกิดจากภาวะภัยสงครามและเศรษฐกิจโลก

ภาวะน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีราคาเพิ่ม อยู่ในภาวะรัฐสามารถใช้กลไกในการบริหารราชการแผ่นดินกำกับควบคุมได้ และปัญหาพลังงานเชื้อเพลิง เป็นภัยความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ เป็นกรณีสำคัญและจำเป็นเร่งด่วนของประเทศ ซึ่งหากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะกระทบต่อภาวะเศรษกิจของประเทศ อันเป็นประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน โดยรัฐธรรมนูญมาตรา 162 วรรคสอง เปิดช่องให้ ครม.ที่เข้ารับหน้าที่จะดำเนินการไปพลางก่อนเพียงเท่าที่จำเป็นก็ได้

พูดภาษาชาวบ้าน คือ ปัญหาพลังงาน “ราคาน้ำมัน” เชื้อเพลิงพุ่งเกินกว่า 50 บาท กระทบต่อประชาชนและภาคอุตสาหกรรม รวมถึงผู้ใช้รถส่วนบุคคลและรถสาธารณะ ได้รับความเดือดร้อนกันถ้วนหน้า กระทบต่อเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ เป็นความจำเป็นเร่งด่วน ที่รัฐบาลต้องเร่งรีบในการแก้ปัญหาโดยด่วน อาทิ ในการตรา พรก.ในการอุ้มราคาน้ำมันและกำกับควบคุมราคาน้ำมัน หรือหาพลังงานหรือสินค้าหรือบริการทดแทนเพิ่มเติม

แม้ ครม.อนุทิน 2 กำหนดแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันที่ 9 - 10 เมษายน 2569 ภายในสัปดาห์นี้ หากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี หัวหน้าคณะรัฐมนตรี หากเห็นว่า หากปล่อยให้ราคาน้ำมันลอยตัวจะเพิ่มขึ้น หากปล่อยเนิ่นช้าไปจะกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ อันเป็นประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน ไม่จำต้องรอให้แถลงนโยบายก่อนถึงจะแก้ปัญหา เพราะยิ่งปล่อยให้ราคาน้ำมันลอยตัวเพิ่มขึ้น อาจมีผลกระทบทางอ้อมในแง่การเมือง ต่อความสั่นคลอนเก้าอี้นายกรัฐมนตรี แม้จะเพิ่งเข้ามาบริหารราชการแผ่นดินก็ตาม.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...