น้ำมันขึ้น 6 บาท ‘ช็อกต้นทุน’ ร้านอาหาร เสี่ยงกระทบทั้งระบบ
ผู้ประกอบการชี้ปรับราคาน้ำมันรวดเดียว 6 บาท สร้าง “Cost Shock” กระทบต้นทุนพุ่งรวม 30-40% แถมเจ็บตัวทั้งซัพพลายเชน วัตถุดิบจ่อขึ้น 10-15% เตือน 4 ธุรกิจเสี่ยงหนัก พร้อมเข้าสู่โหมดคัดผู้รอดในระยะยาว
นายสรเทพ โรจน์พจนารัช ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมโฮสเทลและที่พักขนาดเล็กประเทศไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นทันที 6 บาทต่อลิตรนั้น ถือว่าไม่ได้เป็นเพียงแค่ผลกระทบ แต่เป็นการช็อกในเชิงต้นทุนของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดยเฉพาะร้านอาหาร แต่ระดับความรุนแรงจะไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับโครงสร้างธุรกิจของแต่ละร้าน แต่ละประเภท
“การปรับราคาขึ้นทีเดียว 6 บาทต่อลิตร ถือว่ารุนแรงกว่าปกติ เพราะปกติปรับขึ้นทีละ 0.5-1 บาท แต่ครั้งนี้กระโดดทีเดียว 6 บาท เอสเอ็มอี และร้านอาหารจึงเกิดอาการช็อกจริง แต่เป็นช็อกเชิงต้นทุน (Cost Shock) ไม่ใช่ล้มทันที สาเหตุมาจากต้นทุนขนส่งพุ่งทันที 20-25% ราคาวัตถุดิบจะทยอยขึ้น 10-15% ส่งผลกระทบทั้งระบบ น้ำมันขึ้นกระทบขนส่งกระทบซัพพลายเออร์ กระทบร้านอาหารที่มีต้นทุนเพิ่มรวม 30-40%” นายสรเทพกล่าว
นายสรเทพกล่าวว่า ผู้ประกอบการร้านอาหารในตอนนี้ ไม่ได้เจ็บตัวแค่ค่าน้ำมัน แต่โดนขึ้นทั้งห่วงโซ่ธุรกิจ (Domino Effect Supply Chain) โดยแบ่งระดับความรุนแรงสำหรับธุรกิจร้านอาหาร เป็น 3 ระดับ ได้แก่
1.ระยะสั้น (1-4 สัปดาห์) มีอาการช็อก งุนงงและตั้งรับไม่ทัน เพราะต้นทุนขึ้นทันที แต่ยังขึ้นราคาขายไม่ได้ หรือยังไม่กล้าขึ้น ส่วนต่างกำไรหายไป 10-30% กระแสเงินสดเริ่มตึงตัว
2.ระยะกลาง (1 เดือน) เริ่มส่งผ่านต้นทุน ซัพพลายเออร์ปรับราคา ลูกค้าเริ่มรู้สึกราคาหรือของแพงขึ้น ดีมานด์หรือกำลังซื้ออาจตกลง
3.ระยะยาว คัดคนอยู่รอด ร้านที่ปรับตัวไม่ทันจะขาดทุนสะสม ส่วนร้านที่ทำให้ต้นทุนเบาที่สุดได้ โดยเฉพาะต้นทุนคงที่ รวมถึงสามารถบริหารงานเก่งจะอยู่รอดและได้ส่วนแบ่งตลาดในภาวะนี้
นายสรเทพกล่าวว่า ธุรกิจแบบใดเสี่ยงสุด ได้แก่ 1.ร้านที่ใช้ Delivery หนัก 2.ร้านที่วัตถุดิบนำเข้าและขนส่งไกล 3.ร้านที่ตั้งราคาตายตัว (ปรับราคาไม่ได้) และ 4.เอสเอ็มอีที่ส่วนต่างกำไรต่ำอยู่แล้ว
ทั้งหมดจึงต้องปรับตัวเป็นสำคัญ โดยต้องเอาตัวรอดทันที เพื่อหยุดเลือดไหล ทั้งการปรับขนาดของอาหาร ผ่านภาชนะที่ไม่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ ลดอาหารเหลือทิ้งให้มากสุด เจรจาซัพพลายเออร์ใหม่ ตัดเมนูที่ต้นทุนสูงออก รวมรอบส่งของ ลดค่าน้ำมัน การปรับโครงสร้างร้าน บริษัทเพื่อรักษากำไรให้ได้
รวมถึงปรับเกม เพราะคนที่อยู่รอดจะต้องทำ อาทิ การลดดีลิเวอรี่ลง หาช่องทางขายอื่น ๆ เพิ่ม สร้างลูกค้าประจำอย่างทำโปรแกรมสะสมแต้ม ใช้ฐานข้อมูลวิเคราะห์ต้นทุนจริง ลงให้ลึกกว่าเดิม เพื่อหาต้นทุนที่แท้จริงโดยเฉพาะต้นทุนราคาใหม่
“มุมมองเชิงกลยุทธ์ ทุกการขึ้นน้ำมัน 1 บาท จะกระทบกับจีดีพีไทยให้ลดลง 0.02% ทำให้การปรับขึ้น 6 บาท แรงกดเศรษฐกิจจะชัดเจนและรุนแรงมาก เพราะรอบนี้ไม่ใช่แค่ต้นทุนขึ้น แต่คือกำลังซื้อจะลดตาม (Double Impact) แต่มองว่ายังไม่ได้เป็นส่วนทำลายธุรกิจ จะเป็นการคัดธุรกิจที่จะอยู่รอดท่ามกลางวิกฤตมากกว่า” นายสรเทพกล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : น้ำมันขึ้น 6 บาท ‘ช็อกต้นทุน’ ร้านอาหาร เสี่ยงกระทบทั้งระบบ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net