โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

น้ำมันขึ้น 6 บาท ‘ช็อกต้นทุน’ ร้านอาหาร เสี่ยงกระทบทั้งระบบ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 27 มี.ค. เวลา 04.28 น. • เผยแพร่ 27 มี.ค. เวลา 02.51 น.
Photo by Gareth Harrison on Unsplash

ผู้ประกอบการชี้ปรับราคาน้ำมันรวดเดียว 6 บาท สร้าง “Cost Shock” กระทบต้นทุนพุ่งรวม 30-40% แถมเจ็บตัวทั้งซัพพลายเชน วัตถุดิบจ่อขึ้น 10-15% เตือน 4 ธุรกิจเสี่ยงหนัก พร้อมเข้าสู่โหมดคัดผู้รอดในระยะยาว

นายสรเทพ โรจน์พจนารัช ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมโฮสเทลและที่พักขนาดเล็กประเทศไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นทันที 6 บาทต่อลิตรนั้น ถือว่าไม่ได้เป็นเพียงแค่ผลกระทบ แต่เป็นการช็อกในเชิงต้นทุนของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดยเฉพาะร้านอาหาร แต่ระดับความรุนแรงจะไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับโครงสร้างธุรกิจของแต่ละร้าน แต่ละประเภท

“การปรับราคาขึ้นทีเดียว 6 บาทต่อลิตร ถือว่ารุนแรงกว่าปกติ เพราะปกติปรับขึ้นทีละ 0.5-1 บาท แต่ครั้งนี้กระโดดทีเดียว 6 บาท เอสเอ็มอี และร้านอาหารจึงเกิดอาการช็อกจริง แต่เป็นช็อกเชิงต้นทุน (Cost Shock) ไม่ใช่ล้มทันที สาเหตุมาจากต้นทุนขนส่งพุ่งทันที 20-25% ราคาวัตถุดิบจะทยอยขึ้น 10-15% ส่งผลกระทบทั้งระบบ น้ำมันขึ้นกระทบขนส่งกระทบซัพพลายเออร์ กระทบร้านอาหารที่มีต้นทุนเพิ่มรวม 30-40%” นายสรเทพกล่าว

นายสรเทพกล่าวว่า ผู้ประกอบการร้านอาหารในตอนนี้ ไม่ได้เจ็บตัวแค่ค่าน้ำมัน แต่โดนขึ้นทั้งห่วงโซ่ธุรกิจ (Domino Effect Supply Chain) โดยแบ่งระดับความรุนแรงสำหรับธุรกิจร้านอาหาร เป็น 3 ระดับ ได้แก่

1.ระยะสั้น (1-4 สัปดาห์) มีอาการช็อก งุนงงและตั้งรับไม่ทัน เพราะต้นทุนขึ้นทันที แต่ยังขึ้นราคาขายไม่ได้ หรือยังไม่กล้าขึ้น ส่วนต่างกำไรหายไป 10-30% กระแสเงินสดเริ่มตึงตัว

2.ระยะกลาง (1 เดือน) เริ่มส่งผ่านต้นทุน ซัพพลายเออร์ปรับราคา ลูกค้าเริ่มรู้สึกราคาหรือของแพงขึ้น ดีมานด์หรือกำลังซื้ออาจตกลง

3.ระยะยาว คัดคนอยู่รอด ร้านที่ปรับตัวไม่ทันจะขาดทุนสะสม ส่วนร้านที่ทำให้ต้นทุนเบาที่สุดได้ โดยเฉพาะต้นทุนคงที่ รวมถึงสามารถบริหารงานเก่งจะอยู่รอดและได้ส่วนแบ่งตลาดในภาวะนี้

นายสรเทพกล่าวว่า ธุรกิจแบบใดเสี่ยงสุด ได้แก่ 1.ร้านที่ใช้ Delivery หนัก 2.ร้านที่วัตถุดิบนำเข้าและขนส่งไกล 3.ร้านที่ตั้งราคาตายตัว (ปรับราคาไม่ได้) และ 4.เอสเอ็มอีที่ส่วนต่างกำไรต่ำอยู่แล้ว

ทั้งหมดจึงต้องปรับตัวเป็นสำคัญ โดยต้องเอาตัวรอดทันที เพื่อหยุดเลือดไหล ทั้งการปรับขนาดของอาหาร ผ่านภาชนะที่ไม่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ ลดอาหารเหลือทิ้งให้มากสุด เจรจาซัพพลายเออร์ใหม่ ตัดเมนูที่ต้นทุนสูงออก รวมรอบส่งของ ลดค่าน้ำมัน การปรับโครงสร้างร้าน บริษัทเพื่อรักษากำไรให้ได้

รวมถึงปรับเกม เพราะคนที่อยู่รอดจะต้องทำ อาทิ การลดดีลิเวอรี่ลง หาช่องทางขายอื่น ๆ เพิ่ม สร้างลูกค้าประจำอย่างทำโปรแกรมสะสมแต้ม ใช้ฐานข้อมูลวิเคราะห์ต้นทุนจริง ลงให้ลึกกว่าเดิม เพื่อหาต้นทุนที่แท้จริงโดยเฉพาะต้นทุนราคาใหม่

“มุมมองเชิงกลยุทธ์ ทุกการขึ้นน้ำมัน 1 บาท จะกระทบกับจีดีพีไทยให้ลดลง 0.02% ทำให้การปรับขึ้น 6 บาท แรงกดเศรษฐกิจจะชัดเจนและรุนแรงมาก เพราะรอบนี้ไม่ใช่แค่ต้นทุนขึ้น แต่คือกำลังซื้อจะลดตาม (Double Impact) แต่มองว่ายังไม่ได้เป็นส่วนทำลายธุรกิจ จะเป็นการคัดธุรกิจที่จะอยู่รอดท่ามกลางวิกฤตมากกว่า” นายสรเทพกล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : น้ำมันขึ้น 6 บาท ‘ช็อกต้นทุน’ ร้านอาหาร เสี่ยงกระทบทั้งระบบ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...