JR งานทะลักQ1เทิร์นอะราวด์ปิโตรสวิงไม่กระทบเทรดดิ้ง
#JR#ทันหุ้น – JR งานทะลักอื้อ หนุน Q1/2569 พลิกเทิร์นอะราวด์ พร้อมปักหมุดปีนี้รายได้ทะลุ 2 พันล้านบาท อานิสงส์โครงการเรียงคิวบุ๊กเพียบ เร่งจัดทัพชิงงานใหม่ เติมแบ็กล็อกเพิ่ม ด้านราคาปิโตรผันผวนมองไม่กระทบการต่อยอดเทรดดิ้ง ชี้ล็อกราคาตามสัญญาป้องกันความเสี่ยงในอนาคต
นายจรัญ วิวัฒน์เจษฎาวุฒิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ.อาร์.ดับเบิ้ลยู. ยูทิลิตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ JR เปิดเผยว่า เบื้องต้นบริษัทคาดแนวโน้มผลงานในไตรมาส 1/2569 น่าจะสามารถพลิกเป็นบวก เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุน 998,000 บาท เนื่องจากธุรกิจมีงานในมือ (Backlog) ที่รอส่งมอบเพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งบริษัทยังสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทมีงานในมืออยู่ที่มากกว่า 6.2 พันล้านบาท จากโครงการทั้งในส่วนของเอกชน, ภาครัฐ ซึ่งน่าจะสามารถรับรู้รายได้ต่อเนื่องไปอีกราว 3 ปีหรือช่วงปี 2571 อีกทั้งทางบริษัทยังคงมุ่งให้ความสำคัญกับการมองหาโอกาสในการเข้าประกวดราคาโครงการใหม่ๆ เพิ่มเติม หวังเสริมรายรับในอนาคต
@ ปีนี้รายได้ทะลุ 2 พันล.
สำหรับทิศทางผลประกอบการในปี 2569 บริษัทยังคงเป้าหมายรายได้อยู่ที่มากกว่า 2 พันล้านบาท หรือขยายตัวราว 10-15% จากปี 2568 เป็นผลจากการรับรู้แบ็กล็อกที่เข้ามาอย่างต่อเนื่องและมากขึ้น หลังช่วงที่ผ่านมาบริษัทกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการรับงานโครงการประเภท Quick Win ซึ่งช่วยเร่งการรับรู้รายได้ที่รวดเร็วยิ่งขึ้น นอกเหนือจากโครงการใหม่ๆ ที่น่าจะได้รับเข้าเสริมในช่วงที่เหลือปีนี้เข้ามาสนับสนุนอีกท่งหนึ่ง
นายจรัญ กล่าวเสริมว่า ในแง่ประเด็นความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่เกิดขึ้น ซึ่งส่งผลให้ทิศทางของราคาปิโตรเคมีภัณฑ์มีการแกว่งตัวเพิ่มขึ้นนั้น มองไม่น่าจะมีผลกระทบต่อแผนการขยายธุรกิจในกลุ่มการนำเข้าและจัดจำหน่าย (เทรดดิ้ง) ในกลุ่มโปรดักต์นวัตกรรมในอนาคต เพราะแนวทางของ JR ในการดำเนินธุรกิจในส่วนดังกล่าวแบบรัดกุม โดยจะมีการเจรจากับทางพาร์ตเนอร์ เพื่อล็อกราคาไว้ล่วงหน้าทั้งหมดทันที กรณีบริษัทได้รับการคัดเลือกให้เข้ารับงานต่างๆ และป้องกันความเสี่ยงทางด้านความผันผวนของราคาไว้ล่วงหน้าเต็มจำนวน
โดยปัจจุบันประเด็นเกี่ยวกับพาร์ตเนอร์ด้านบริษัทพลังงานจากประเทศจีน เพื่อนำเข้าอุปกรณ์และสินค้ามาจำหน่ายให้กับกลุ่มผู้ประกอบการ Oil & Gas รายใหญ่ของประเทศเพิ่มเติมนั้น ยังอยู่ระหว่างการเจรจา คาดได้เห็นความชัดเจนภายในปีนี้
@ กลยุทธ์ปี 2569
ส่วนกลยุทธ์การบริหารงานปีนี้ของ JR จะมุ่งให้น้ำหนักกับกลุ่มธุรกิจเทรดดิ้ง จากเดิมที่มีรายได้ส่วนนี้ราว 10% เพราะมองเป็นโอกาสงานในส่วนดังกล่าวเป็นโครงการประเภท Quick Win ที่สามารถรับรู้รายได้ได้รวดเร็ว และจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันผลงานในปี 2569 ให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ และถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการขยายงานไปยังกลุ่มธุรกิจ Oil & Gas ซึ่งเป็นตลาดที่ JR มีความเชี่ยวชาญสูง และมีจำนวนคู่แข่งจำกัด
ขณะเดียวกันบริษัทยังจะหันมาทำตลาดงานด้าน Green Energy ให้มากขึ้น เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว ควบคู่ไปกับการมุ่งมั่นพัฒนาโซลูชันด้าน ระบบไฟฟ้าและ ICT เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล หวังช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจเพิ่มเติม ตลอดจนยังน่าจะกลายเป็นปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนภาพรวมธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต
ด้านกรณีที่ล่าสุดคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้มติให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25%ต่อปี จาก 1.25% เป็น 1.00% ต่อปี โดยให้มีผลทันทีนั้นบริษัทมองถือเป็นผลดีต่อบริษัท เพราะช่วยทำให้ต้นทุนในส่วนการรับงานโครงการใหม่ๆ ปรับตัวลดลง อีกทั้งช่วยเพิ่มโอกาสในการขยายฐานการรับงานโครงการใหม่ๆ ได้กว้างขึ้นด้วย
อย่างไรก็ดี ภายหลังการเลือกตั้งเสร็จสิ้น และมีทางพรรคภูมิใจไทย เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยมีจำนวนที่นั่ง ส.ส.ค่อนข้างมาก ซึ่งมองว่าการที่รัฐบาลใหม่มีสเถียรภาพที่แข็งแกร่งน่าจะช่วยทำให้การขับเคลื่อนนโยบายการลงทุนต่างๆ ขยายตัวมากขึ้น ตลอดจนกลายเป็นปัจจัยช่วยเพิ่มโอกาสในการรับงานของ JR ในอนาคตอีกทางหนึ่งด้วย