โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ส.ส.ส้มจุดพลุ ปฏิรูปประกันสังคม อ้างกองทุนสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจสูงถึง 300 ล้านบาทต่อวัน

ไทยโพสต์

อัพเดต 24 มีนาคม 2569 เวลา 16.52 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

24 มี.ค.2569-ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.พรรคประชาชน โพสต์ข้อความว่า ถึงเวลาปลดล็อกประกันสังคม เพื่อให้เงินของแรงงานโปร่งใส ตรวจสอบได้ และให้แรงงานมีสิทธิ์กำหนดอนาคตของเงินตัวเอง

ระบบประกันสังคมเป็นหนึ่งในหลักประกันสำคัญของคนทำงานไทย เพราะเกี่ยวข้องกับสิทธิพื้นฐานตั้งแต่การรักษาพยาบาล การลาคลอด การทดแทนรายได้ ไปจนถึงเงินบำนาญหลังเกษียณ ปัจจุบันมีผู้ประกันตนในระบบหลายสิบล้านคน และกองทุนมีขนาดใหญ่มากกว่า 2.3 ล้านล้านบาท จึงถือเป็นกองทุนสวัสดิการสาธารณะที่สำคัญต่อคุณภาพชีวิตของแรงงานทั้งประเทศ

อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีเสียงเรียกร้องจากเครือข่ายแรงงาน นักวิชาการ และภาคประชาสังคม ให้มีการปฏิรูประบบประกันสังคมอย่างจริงจัง เพราะโครงสร้างการบริหารยังติดอยู่ในระบบราชการ ขาดความคล่องตัว และยังมีคำถามสำคัญเรื่องความโปร่งใสในการบริหารกองทุนขนาดมหาศาลของแรงงานไทย

ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ประกันตนมาตรา 33 ประมาณ 12.1 ล้านคน มาตรา 39 ประมาณ 1.6 ล้านคน และมาตรา 40 ซึ่งเป็นแรงงานนอกระบบอีกกว่า 11 ล้านคน แต่ในกลุ่มมาตรา 40 มีผู้ส่งเงินสมทบอย่างต่อเนื่องจริงเพียงประมาณ 2 ล้านคนเท่านั้น สะท้อนว่าระบบยังไม่สามารถสร้างแรงจูงใจให้แรงงานนอกระบบเข้าสู่ระบบสวัสดิการได้อย่างยั่งยืน

อีกความท้าทายสำคัญคือโครงสร้างประชากรของประเทศไทยภายในอีกประมาณ 10 ปีข้างหน้า สัดส่วนผู้สูงอายุอาจเพิ่มขึ้นถึงราว 28% ของประชากร ขณะที่จำนวนคนวัยทำงานลดลง สถานการณ์นี้ส่งผลโดยตรงต่อฐานรายได้ของกองทุนประกันสังคมในระยะยาว

มีงานวิจัยหลายชิ้นตั้งข้อสังเกตตรงกันว่า หากไม่มีการปรับโครงสร้างการบริหารและการลงทุนของกองทุน กองทุนชราภาพอาจเผชิญความเสี่ยงมีเงินไม่เพียงพอสำหรับจ่ายบำนาญในอีก 20–30 ปีข้างหน้า ประเด็นนี้จึงกลายเป็นคำถามสำคัญว่า ระบบประกันสังคมของไทยจะมีความยั่งยืนเพียงพอหรือไม่ในอนาคต

นอกจากนี้ ยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับการบริหารเงินกองทุนขนาดมหาศาล เนื่องจากการลงทุนจำนวนมากยังอยู่ในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำและกระจุกตัวในประเทศ ทำให้ผลตอบแทนต่ำกว่าศักยภาพ มีการประเมินว่าการลงทุนที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้กองทุนสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจสูงถึงประมาณ 300 ล้านบาทต่อวัน

อีกปัญหาหนึ่งคือความเหลื่อมล้ำของสิทธิประโยชน์ระหว่างผู้ประกันตนแต่ละมาตรา โดยเฉพาะแรงงานนอกระบบในมาตรา 40 ที่ได้รับสิทธิประโยชน์น้อยกว่าแรงงานในระบบอย่างมาก ขณะที่แรงงานบางกลุ่ม เช่น แรงงานทำงานบ้าน แรงงานภาคเกษตร หรือแรงงานแพลตฟอร์ม ยังไม่ได้รับการคุ้มครองอย่างครอบคลุม

แรงงานข้ามชาติเองก็เผชิญข้อจำกัดในระบบ แม้จะส่งเงินสมทบในอัตราเดียวกับแรงงานไทย แต่การเข้าถึงสิทธิประโยชน์บางด้านยังมีอุปสรรค โดยเฉพาะสิทธิเงินบำนาญชราภาพที่ไม่สามารถนำเงินกลับประเทศต้นทางได้ง่าย ทำให้เกิดคำถามเรื่องความเป็นธรรมในระบบประกันสังคม

ข้อเสนอสำคัญของเครือข่ายแรงงานคือการปรับสถานะสำนักงานประกันสังคมให้เป็นองค์กรอิสระหรือองค์กรมหาชน เพื่อให้การบริหารกองทุนเป็นมืออาชีพ โปร่งใส และตรวจสอบได้มากขึ้น พร้อมทั้งเปิดเผยข้อมูลการลงทุนต่อสมาชิก และให้ผู้ประกันตนมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางของกองทุนอย่างแท้จริง

สำหรับผม การปฏิรูปประกันสังคมไม่ใช่เพียงการปรับปรุงระบบราชการ แต่คือการสร้างหลักประกันชีวิตให้กับแรงงานไทยทั้งประเทศ เพราะเงินในกองทุนนี้คือเงินของคนทำงาน หากเราต้องการสังคมที่เป็นธรรมและมั่นคงในระยะยาว ประเทศไทยต้องเดินหน้าทำให้ระบบประกันสังคมโปร่งใส ยั่งยืน และเป็นของสมาชิกอย่างแท้จริง.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...