‘สีหศักดิ์’ ชี้สถานการณ์ชายแดนเปราะบาง ถึงจุดที่กัมพูชาต้องเลือกสันติภาพหรือความขัดแย้ง-สูญเสีย
“สีหศักดิ์” เตรียมเสนอครม. หั่นวีซ่าฟรี 60 วันเหลือ 30 คิด ชี้เพียงพอต่อการท่องเที่ยว ปิดช่องก่อภัยต่อความมั่นคงของไทย ยกเลิกแน่ MOU 44 ส่วน MOU 43 ต้องพิจารณาให้รอบคอบ พร้อมใช้ช่องทางการทูต หาพลังงานใหม่เข้าประเทศ
10 เมษายน 2569 - จากนั้นเวลา 18.35 น. นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้กล่าวชี้แจงว่า ตนเชื่อว่าในการดำเนินนโยบายต่างประเทศ ในระบอบประชาธิปไตย ในระบอบรัฐสภา การทำงานร่วมกันเป็นสิ่งสำคัญ รวมทั้งการเปิดกว้างแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และที่สำคัญที่สุดคือการตรวจสอบได้ ซึ่งช่วงนี้มีความท้าทายอย่างมากสำหรับการต่างประเทศไทย ซึ่งสถานการณ์โลกมีสงคราม มีความขัดแย้ง การแข่งขันภูมิรัฐศาสตร์ ภูมิเศรษฐกิจ และภูมิเทคโนโลยี ซึ่งโลกไปสู่ความไร้ระเบียบมากขึ้น ซึ่งเรามีความจำเป็นต้องดำเนินการต่างประเทศที่เข้มแข็ง คือ การมีเอกภาพเชิงนโยบาย และเอกภาพในการทำงานระหว่างทุกภาคส่วน ซึ่งเรื่องนี้ตนให้ความสำคัญเป็นอย่างมากอย่าง
ตนขอชี้แจงในประเด็นความมั่นคง ในสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ขณะนี้เรามีการหยุดยิงตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2568 แต่ยังมีความเปราะบาง แต่มุ่งมั่นให้มีความยั่งยืน เพื่อจะก้าวข้ามความขัดแย้งระหว่าง 2 ประเทศ แต่ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องมีความพยายามของทั้ง2 ฝ่าย และเท่าที่ผ่านมาการตอบสนองของฝ่ายกัมพูชายังคงน้อย ถึงจุดที่ฝ่ายกัมพูชาต้องตัดสินใจว่าจะเดินเส้นทางไหน ความร่วมมือสันติภาพหรือความขัดแย้งและสูญเสีย
ส่วนประเด็นการยกเลิก MOU 2544 ซึ่งเป็นไปตามที่ปรากฏในคำแถลงนโยบายของรัฐบาล โดยกระทรวงการต่างประเทศ จะเสนอให้คณะรัฐมนตรี พิจารณากระบวนการยกเลิก แต่ในรายละเอียดยังไม่ขอเปิดเผย และจะหาโอกาสหารือกับรัฐสภา เพราะกระบวนการยกเลิกเกี่ยวข้องกับท่าทีเจรจากับฝ่ายกัมพูชาที่จะมีต่อไป ส่วน MOU 2543 ตระหนักดีถึงข้อกังวลของฝ่ายต่างๆ จึงต้องการพิจารณาอย่างรอบคอบ ข้อดีข้อเสีย การหารือต้องเป็นไปอย่างเปิดกว้าง เพราะต้องหาฉันทามติในการเดินหน้า
ส่วนเรื่องวีซ่าฟรี 60 วัน กระทรวงการต่างประเทศจะเสนอให้มีการลดระยะระยะเวลา จาก 60 วันเป็น 30 วัน เนื่องจากน่าจะเพียงพอสำหรับการท่องเที่ยว ทั้งนี้วีซ่าฟรี 60 วัน มีบุคคลที่ไม่พึงปรารถนาดีใช้เป็นช่องทางในการเข้ามาประกอบกิจกรรมที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของไทย ส่วนวีซ่าประเภทอื่นๆ กำลังพิจารณาในภาพรวมเพื่อให้การออกวีซ่าแต่ละประเภทมีความรัดกุมยิ่งขึ้น
ส่วนวิกฤตพลังงานถือเป็นเรื่องหลักในการอภิปรายครั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศ พยายามหาแหล่งพลังงานใหม่ๆ ให้กับประเทศไทย โดยการติดต่อผ่านช่องทางรัฐบาลและช่องทางการทูต ทั้งบราซิล ไนจีเรีย คาซัคสถาน อาเซอร์ไบจาน และรัสเซีย ขณะเดียวกันสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ ยังน่าเป็นห่วง และในช่วง 15- 16 เมษายนนี้จะเดินทางไปยังโอมาน เนื่องจากมีความใกล้ชิดกับบด่าน จึงอยากเปิดอีกช่องทางในการติดต่อกับอิหร่าน เพื่อขอให้ เรือที่บรรทุกสินค้าน้ำมันแก๊สปุ๋ยที่มาประเทศไทยสามารถเดินทางผ่านช่องแคบดังกล่าวได้ด้วยความปลอดภัย แล้ววันนี้เพิ่งได้เจอกับเอกอัครราชทูตปากีสถาน ที่มีความใกล้ชิดกับอิหร่าน ซึ่งขอให้ช่วยเหลืออีกทาง
นอกจากนี้อยากเรื่องของสิทธิมนุษยชน มีสว. ที่แสดงความผิดหวังว่านโยบายของรัฐบาลไม่ได้มีการบรรจุเรื่องนี้ไว้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะตนเคยเป็นประธานคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ ซึ่งเรื่องนี้ให้ความสำคัญและในคำแถลงนโยบายของรัฐบาล มีปรากฏอยู่ เช่น การดำเนินนโยบายให้ไกลกว่าประเทศไทย หรือค่านิยมที่เป็นสากลที่เป็นประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน นอกนอกจากนี้ยังมีการพูดถึงค่านิยมและหลักการสากล ซึ่งถือว่าการต่างประเทศที่ดีต้องสะท้อนค่านิยมที่เป็นสากล คือเรื่องของประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน สุดท้ายตนขอยืนยันว่าการดำเนินเรื่องการต่างประเทศ เน้นทำงานร่วมกับรัฐสภา เพื่อไปสู่เป้าหมายเดียวกันคือการปกป้องรัฐรักษาผลประโยชน์ของประเทศไทย