รู้จักไหม..สปาใจ
มนุษย์ป้าเป็นคนหนึ่งนะ ที่พอทำครัวเสร็จก่อนนั่งลงกินข้าว ต้องล้างเครื่องครัว และจานทุกใบให้หมดจดไปรอบหนึ่งก่อน จากนั้นเวลากินข้าวเสร็จก็จะต้องลุกไปล้างจานทันที ก่อนที่จะทำอะไรอย่างอื่นต่อไป
อาการนี้สารภาพเลยว่า สร้างความรำคาญใจให้กับตัวเองและคนรอบข้างพอประมาณ เพราะคนที่มีมุมต่างจากเราก็จะแอบเมาธ์ว่า ..เราเป็นคุณสะอาดเกิ๊นไปมุ้ย ..ในขณะที่เราก็แอบบ่นในใจว่า ทำไมกินแล้วทิ้งๆ ขว้างๆ เลอะเทอะ
นี่น่าจะเข้าสุภาษิต .. สองคนยลตามช่อง
อย่างไรก็ตาม ถึงเวลาชีวิตจริงเราก็ต้องยึดระบบเข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตามบ้างเป็นเรื่องธรรมดา แต่ที่ไม่ธรรมดาก็เห็นจะเป็นรายงานล่าสุดจากโลกออนไลน์ว่า ..ใครที่ถูกเรียกว่าคุณนายสะอาดนั้น ขอให้ยิ้มรับคำแซวอย่างภาคภูมิได้เลย เพราะสิ่งที่คุณทำ…นักจิตวิทยาบอกว่า ดีต่อใจมาก
การล้างจานไม่ใช่อาการย้ำคิดย้ำทำ ไม่ใช่นิสัยโรคจิต และไม่ใช่อาการบ้าความสะอาดอย่างที่ใครเข้าใจ แต่มันคือ “กิจกรรมควบคุม” ที่ช่วยให้สมองได้พัก
นักจิตวิทยาบอกว่า ลองนึกภาพตามนะ มือสัมผัสน้ำอุ่น ฟองสบู่ลื่นๆ เสียงน้ำไหลซ่าเบาๆ จานที่ค่อยๆ สะอาดขึ้นทีละใบ ทั้งหมดนี้คือชุดการเคลื่อนไหวซ้ำๆ ที่ทำให้ระบบประสาทสงบลงโดยอัตโนมัติ
อ่างล้างจาน…จึงไม่ต่างจากสปาขนาดย่อมในบ้าน ที่ไม่ต้องเสียเงินสักบาทเดียว
มีผลการศึกษาพบว่า การล้างจานแบบ “มีสติ” ช่วยลดความเครียดได้ถึง 27% เพราะในช่วงเวลานั้น คุณกำลังจดจ่ออยู่กับปัจจุบันจริงๆ ไม่ได้คิดเรื่องงาน ไม่ได้คิดเรื่องเงิน ไม่ได้คิดเรื่องปัญหาชีวิต คุณอยู่กับฟองสบู่…และความนิ่งในใจ และมันคือหลักการเดียวกับการทำสมาธิเลยทีเดียว
ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ คนที่ล้างจานทันทีมักเป็นคน “ลงมือทำ” มากกว่า “ผัดวันประกันพรุ่ง”
มีข้อมูลเชิงวิชาการแบบนี้แล้ว ลองคิดใหม่ทำใหม่ ดีไหมคะ.
"ป้าเอง"