ติดตามการเจรจารอบ 2 ระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน
+สถานการณ์ผ่อนคลายลง ลุ้นฟื้นกลับระยะสั้น +
ติดตามการเจรจารอบ 2 ระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน โดยราคาน้ำมันดิบพลิกกลับมาอ่อนตัวลงในตลาดเอเชียราว -2% จากเมื่อคืนที่ลดช่วงบวก หลังสหรัฐฯและอิหร่านส่งตัวแทนเข้าเจรจาเพื่อยุติสงครามในรอบที่ 2 ก่อนครบกำหนดหยุดยิงชั่วคราวเช้าวันพฤหัสบดีตามเวลาประเทศไทย ส่งผลต่อเนื่องให้ Bond Yield อายุ 2 ปี และ 10 ปีของสหรัฐฯ รวมถึง Dollar Index อ่อนตัวลง ถือเป็น Sentiment เชิงบวกต่อตลาดหุ้นเอเชียในเช้าวันนี้ อย่างไรก็ตาม คาดว่า Upside ของสินทรัพย์เสี่ยงยังจำกัด เนื่องจาก 1) MSCI DM และ EM เร่งตัวขึ้นรับความคาดหวังเชิงบวกไปแล้วล่วงหน้า โดยสัปดาห์ที่ผ่านมา +4% WoW และ +3% WoW ทำให้ PER2026 กลับมาซื้อขายในโซนสูงที่ 20 เท่า และ 13 เท่า ตามลำดับ 2) ประธานาธิบดีสหรัฐฯพยายามกดดันผลของการเจรจามากขึ้น โดยจะไม่ขยายช่วงเวลาหยุดยิงชั่วคราวออกไป อาจทำให้สถานการณ์ยังพลิกผันในช่วงรอผลเจรจา +ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนจึงไม่แนะนำให้ซื้อไล่ราคา โดยแนะนำให้ทยอยลงทุนในช่วงที่สินทรัพย์เสี่ยงพักตัวลงเท่านั้น +
ติดตามประชุม ครม. วันนี้ คาดยังไม่มีการพิจารณามาตรการกระตุ้นการบริโภคเพิ่มเติม เนื่องจาก รมว. กระทรวงการคลังอยากรอความชัดเจนด้านงบประมาณก่อน ซึ่งเรายังมองเหมือนเดิมว่า การจะเพิ่มเพดานหนี้สาธารณะต่อ GDP ตอนนี้มีความเสี่ยงเกินไป เพราะเพดานเดิมที่ 70% ถือว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศที่ได้ Credit Rating เดียวกันที่ราว 62% และคาดการณ์ GDP ปีนี้ของไทยโตต่ำกว่าค่าเฉลี่ยคาดการณ์ GDP โลก (อิง IMF) ที่ 3.1% และเอเชียที่ 4.9% ค่อนข้างมาก การโยกงบประมาณ และเร่งอนุมัติโครงการลงทุนแบบ PPP จึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการขยายแพดานหนี้เพื่อเร่งออก พ.ร.ก. กู้เงิน ประเด็นนี้จึงต้องติดตามต่อเนื่อง ถ้ารัฐบาลตัดสินใจขยายเพดานหนี้เมื่อไหร่ ให้พิจารณาลดน้ำหนักการลงทุนในระยะสั้น โดยเฉพาะกลุ่ม Yield Play เช่น สื่อสาร, โรงไฟฟ้า, และไฟแนนซ์แต่ถ้ารัฐบาลตัดสินใจชะลอการเพิ่มเพดานหนี้ไปก่อน คาดว่าจะเห็นแรงซื้อกลับใน 3 กลุ่มดังกล่าว ที่ถูกขายเพื่อลดความเสี่ยงไปพอสมควรในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา