‘ผู้กอง’ เล่นใหญ่
กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่ทำเอาไทม์ไลน์โซเชียลแทบแตก สำหรับควันหลงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา ณ ดินแดนล้านนาตะวันออกอย่าง จังหวัดพะเยา ที่ปกติมักจะถูกจัดอยู่ในลิสต์ "เมืองรอง" อันเงียบสงบ แต่ปีนี้กลับลุกเป็นไฟด้วยสปอตไลต์ระดับโลก เมื่อ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ในฐานะเจ้าของพื้นที่และขวัญใจชาวพะเยา เล่นใหญ่จัดเต็มเนรมิตเวที “Bubble Wave Phayao” บริเวณริมกว๊านพะเยา ให้กลายเป็นรันเวย์ของซูเปอร์สตาร์ระดับโลก
ที่ทำเอาชาวบ้านและเหล่า "อากาเซ่" อ้าปากค้าง คือการปิดดีลคว้าตัว แบมแบม-กันต์พิมุกต์ ภูวกุล หรือ แบมแบม GOT7 ศิลปินเกาหลีสายเลือดไทยที่มีค่าตัวระดับแปดหลักมาโชว์ตัวที่พะเยาได้สำเร็จ
งานนี้บอกเลยว่าไม่ธรรมดา เพราะไม่ใช่แค่เรื่องของงบประมาณ แต่มันคือการโชว์ “พาวเวอร์” คอนเนกชันที่ล้ำลึก สไตล์ผู้กองที่ "เส้นใหญ่" และ "ใจถึง" จนหลายคนอยากรู้ว่าต้องใช้กำลังภายในขนาดไหน ถึงจะทำให้ซุปตาร์ที่ปกติจะรับงานแค่หัวเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ หรือเชียงใหม่ ยอมตบเท้าขึ้นเหนือมาแลนดิงที่เมืองเล็กๆ อย่างพะเยาได้ ทำให้เวทีคอนเสิร์ตสงกรานต์ที่สยามดูจืดชืดโดยสิ้นเชิง
ปรากฏการณ์ครั้งนี้ทำให้เห็นชัดว่า ผู้กองธรรมนัสไม่ได้เป็นเพียงนักการเมืองพื้นที่ธรรมดา แต่เขาคือ "ผู้มากบารมี" ที่สามารถยกระดับบ้านเกิดให้กลายเป็นแลนด์มาร์กระดับสากลในช่วงข้ามคืน จนเกิดกระแสคอมเมนต์สะพัดในหมู่คนพะเยาและโลกออนไลน์ บ้างก็ยกย่องเชิดชูชนิดที่ว่า “อยากให้ผู้กองเป็นนายกรัฐมนตรี” เพราะเชื่อว่าถ้าขนาดแบมแบมยังพามาได้ เรื่องพัฒนาประเทศคงไม่เกินมือ แต่ในความคึกคะนองนั้น ก็มีเสียงเบรกตัวโก่งจากคนจังหวัดอื่นตามมาติดๆ ในเชิงหยอกว่า “ให้เป็นแค่นายกจังหวัดพะเยาก็พอแล้ว” ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาที่มีทั้งคนชอบและคนไม่ชอบ
นี่แหละคือสีสันการเมืองยุคใหม่ที่พ่วงมากับความบันเทิงระดับโลก แต่อย่าลืมว่าภายใต้เสียงเพลงและรอยยิ้มของแบมแบม มันคือการตอกย้ำอิทธิพลของชายชื่อ ธรรมนัส ที่ยังคงเข้มขลังและยากจะหาใครมาล้มได้ในถิ่นนี้ ซึ่งก็น่าคิดต่อว่า พาวเวอร์ที่เบ่งบานกลางสงกรานต์นี้ จะต่อยอดไปสู่เก้าอี้ที่สูงกว่าเดิมในอนาคตได้หรือไม่ หรือจะพอใจแค่การเป็น "เจ้าพ่อพะเยา" ที่ใครก็ห้ามข้ามหน้าข้ามตา งานนี้ใครจะหมั่นไส้หรือจะชื่นชม ก็ต้องยอมรับว่า "ผู้กอง" เขาทำถึงจริงๆ.
วอชเชอร์