‘พิพัฒน์’ สั่งตรึงค่าโดยสาร ดัน B20 ปลดล็อกน้ำมันสำรอง อุ้มภาคขนส่ง
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงคมนาคม ยืนยันนโยบายเร่งด่วนคือ การตรึงค่าโดยสารขนส่งสาธารณะทุกระบบ เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชนที่หันมาพึ่งพาระบบขนส่งมวลชนมากขึ้น
ส่วนแผนรองรับรถร่วมหยุดวิ่งนั้น หากผู้ประกอบการรถร่วม บขส. แบกรับต้นทุนไม่ไหวจนต้องหยุดเดินรถ เบื้องต้นบริษัทขนส่ง จำกัด (บขส.) ได้เตรียมการนำรถเช่า (รถประเภท 30) มาวิ่งให้บริการทดแทนทันที ในกรณีที่ใช้รถเสริมรัฐบาลจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าน้ำมันเอง เพื่อให้ประชาชนเดินทางได้ไม่สะดุดและไม่ถูกโก่งราคา
นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า กระทรวงคมนาคม ยังเตรียมเปิดตัวน้ำมัน B20 ราคาพิเศษ ในสุดสัปดาห์นี้ เพื่อใช้ในภาคอุตสาหกรรมและภาคขนส่ง โดยมีราคาต่ำกว่า B7 ถึง 5 บาทต่อลิตร โดยกลุ่มเป้าหมายของน้ำมัน B20 เช่น กลุ่มรถบรรทุก ,รถทัวร์ หรือรถที่มีอายุเกิน 5 ปี ,เรือและรถไฟ ส่วนรถที่มีมาตรฐานยูโร 5 ไม่สามารถใช้ได้
สำหรับความช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกอบการกลุ่มภาคการขนส่งนั้น กระทรวงการคลังกำลังพิจารณามาตรการเฉพาะกลุ่ม เช่น การออกคูปองช่วยเหลือน้ำมัน ซึ่งอยู่ระหว่างการหารือในที่ประชุม ศบก.
“ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าช่วงสงกรานต์นี้จะมีน้ำมันบริการอย่างแน่นอน และสถานการณ์จะค่อยๆ กลับเข้าสู่สภาวะปกติหลังจากสิ้นเดือนเมษายนนี้เมื่อพ้นช่วงกังวลและการสำรองน้ำมันกลับสู่ระดับปกติ” นายพิพัฒน์ กล่าว
ขณะเดียวกันจากสถานการณ์น้ำมันดีเซลในปัจจุบันประสบปัญหาน้ำมันช็อตหรือขาดแคลนในบางช่วง เนื่องจากปริมาณการใช้ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก
ที่ผ่านมาก่อนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 พบว่าประเทศไทยใช้ดีเซลเฉลี่ย 67 ล้านลิตรต่อวัน ขณะที่โรงกลั่นมีกำลังผลิตประมาณ 77 ล้านลิตรต่อวัน ทำให้มีน้ำมันส่วนเกินเหลือส่งออกได้ 10 ล้านลิตรต่อวัน ต่อมาหลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์เป็นต้นมา หลังเกิดสงครามตะวันออกกลาง ทำให้ยอดการใช้ดีเซลพุ่งสูงถึง 84 ล้านลิตรต่อวัน ส่งผลให้เกิดการขาดแคลนทันทีประมาณวันละ 7 ล้านลิตร เมื่อเทียบกับกำลังการผลิต
นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า มาตรการแก้ปัญหาน้ำมันช็อตและการปรับลดการสำรองน้ำมัน ซึ่งรัฐบาลได้ตัดสินใจปรับลดสัดส่วนการเก็บน้ำมันสำรองลง เพื่อผ่อนคลายสถานการณ์ โดยรัฐบาลได้สั่งยกเลิกการสำรองส่วนที่เพิ่มขึ้น 1.5% ทันที โดยให้กลับไปสำรองที่ 1% ตามเดิม
ขณะเดียวกันมาตรการดังกล่าวจะส่งผลให้ผู้ค้าน้ำมันต้องเทน้ำมันที่เก็บสำรองไว้ออกมาสู่ตลาดประมาณ 7 ล้านลิตรต่อวัน เพื่อชดเชยส่วนที่ขาดหายไป
นอกจากนี้บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) และบริษัทบางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้เร่งสั่งซื้อน้ำมันดิบจากต่างประเทศเข้ามาทดแทนน้ำมันในอ่าวไทยเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการ
อย่างไรก็ดีในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ โดยนโยบายของนายกรัฐมนตรีสั่งให้ทุกสถานีบริการต้องมีน้ำมันเพียงพอเข้าสู่ระบบเพิ่มวันละประมาณ 10 ล้านลิตร ในช่วงสัปดาห์นี้เพื่อเพิ่มสภาพคล่อง
นอกจากนี้การเติมน้ำมันของบขส.ได้ขอความร่วมมือจากบริษัท ปตท. ให้อัดฉีดน้ำมันเข้าสู่ถังเก็บน้ำมัน (แทงค์) ภายในศูนย์ บขส. ให้เต็มและเพียงพอสำหรับรถประจำทางและรถเสริม โดยคาดการณ์ว่าประชาชนจะหันมาใช้ระบบขนส่งมวลชน เช่น บขส. รถไฟ และเครื่องบินมากขึ้น เนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นทำให้การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวลดลง