โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปลูกผักเลี้ยงสัตว์ ทางรอดวิกฤตน้ำมันได้จริงหรือ?

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ข้อเสนอปลูกผักเลี้ยงสัตว์มีหลักฐานว่าสามารถช่วยลดค่าอาหารและเพิ่มความมั่นคงในระดับครัวเรือนได้จริง แต่ติดข้อจำกัดด้านพื้นที่ เวลา รายได้ และกฎหมาย โดยเฉพาะในเมืองที่แม้แต่เลี้ยงสัตว์ยังมีข้อจำกัด ขณะที่ข้อมูลรัฐชี้ว่าพลังงานยังเป็นตัวกำหนดราคาสินค้า

วิกฤตพลังงานจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มส่งผลต่อค่าครองชีพในไทย ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นดันต้นทุนขนส่งและอาหารให้ขยับตาม ในที่ประชุมวุฒิสภาเมื่อวันที่ 23 มี.ค. 2569 “สว.ปฏิมา จีระแพทย์” เสนอให้ประชาชนปลูกผัก เลี้ยงไก่ และเลี้ยงปลา เพื่อใช้เป็นแนวทางรับมือหากสถานการณ์ยืดเยื้อ

ข้อเสนอเกิดขึ้นในจังหวะที่ข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่าหมวดพลังงานและอาหารเป็นตัวแปรหลักของเงินเฟ้อ และราคาน้ำมันสามารถส่งผ่านไปยังราคาอาหารได้โดยตรง การจำลองสถานการณ์ของกระทรวงพาณิชย์ยังชี้ว่า หากราคาน้ำมันดิบปรับสูงต่อเนื่อง จะกระทบราคาอาหารในหลายพื้นที่

ในเชิงวิชาการ แนวคิด “ปลูกผักเลี้ยงสัตว์” มีข้อมูลรองรับในระดับหนึ่ง งานวิจัยในวารสาร Development in Practice ระบุว่าสวนครัวช่วยลดค่าใช้จ่ายอาหารและเพิ่มความมั่นคงทางอาหารในระดับครัวเรือน ขณะที่งานในวารสาร Frontiers in Sustainable Food Systems และข้อมูลขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ ระบุว่าสวนครัวถูกใช้ในหลายประเทศช่วงวิกฤตเพื่อเพิ่มการเข้าถึงอาหาร

ข้อมูลในประเทศไทยให้ภาพที่ชัดขึ้น งานวิจัยของทีมสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ศึกษาคนไทยซึ่งไม่ได้ทำอาชีพเกษตรจำนวน 5,634 คน พบว่า “การปลูกผักหรือผลไม้กินเองที่บ้าน” มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญกับการบริโภคผักผลไม้ได้เพียงพอตามเกณฑ์องค์การอนามัยโลก กล่าวคือกลุ่มที่ปลูกกินเองมีโอกาสเข้าถึงผักผลไม้ในระดับที่เหมาะสมมากกว่ากลุ่มที่พึ่งพาการซื้อจากตลาดเพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาเฉพาะ “คนเมืองที่ไม่ได้ทำเกษตร” พบว่ามีเพียงราว 9% เท่านั้นที่ปลูกผักหรือผลไม้ไว้บริโภคเอง

ข้อจำกัดหลักไม่ได้อยู่ที่ความตั้งใจของประชาชน แต่เป็นเงื่อนไขเชิงโครงสร้างของเมือง พื้นที่อยู่อาศัยขนาดเล็ก เช่น ห้องเช่าหรือคอนโด ทำให้การปลูกผักทำได้จำกัด งานศึกษาด้านเกษตรเมืองในไทยยังระบุว่าการใช้พื้นที่จำนวนมากติดข้อจำกัดด้านกฎหมายและสิทธิในที่ดิน ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ทันที ขณะเดียวกันการปลูกพืชต้องใช้เวลาในการดูแล ต้องมีแหล่งน้ำ และต้องมีความรู้เรื่องดิน ปุ๋ย และการจัดการศัตรูพืช เงื่อนไขเหล่านี้ทำให้การปลูกผักในเมืองไม่ใช่ทางเลือกที่เข้าถึงได้สำหรับทุกคน แม้จะมีข้อดีในเชิงสุขภาพและค่าใช้จ่ายก็ตาม

ประเด็นรายได้เป็นอีกเงื่อนไขสำคัญ งานศึกษาด้านสวนผักคนเมืองของเครือข่ายพัฒนาเมืองและภาคประชาสังคมพบว่ากลุ่มที่สามารถปลูกผักได้จริงมักเป็นคนที่มีเวลาว่าง มีรายได้ประจำ หรือมีทรัพยากรบางส่วนรองรับ ขณะที่แรงงานรายวันหรือผู้มีรายได้น้อยต้องใช้เวลาไปกับการทำงานเพื่อให้มีรายได้ทันที การปลูกผักจึงไม่ตอบโจทย์ในเชิงเศรษฐกิจ เพราะต้องใช้เวลา ลงแรง และรอผลผลิต อีกทั้งผลตอบแทนส่วนใหญ่เป็นเพียงการ “ลดค่าใช้จ่าย” ไม่ใช่รายได้จริง จึงไม่สามารถทดแทนรายได้หลักได้

ด้านการเลี้ยงสัตว์ ข้อจำกัดยิ่งชัด ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครว่าด้วยการควบคุมการเลี้ยงและปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2567 ซึ่งเริ่มมีผลในปี 2569 กำหนดจำนวนสัตว์เลี้ยงตามขนาดพื้นที่ พร้อมเงื่อนไขการจดทะเบียน ฝังไมโครชิป และการควบคุมด้านสาธารณสุข ในทางปฏิบัติยังมีข้อกำหนดซ้อนจากคอนโดและหอพักที่ห้ามเลี้ยงสัตว์โดยสิ้นเชิง ทำให้แม้แต่การเลี้ยงแมวในเมืองยังต้องเผชิญข้อจำกัดหลายด้าน และยิ่งทำให้การเลี้ยงสัตว์เพื่อบริโภคในระดับครัวเรือนเป็นเรื่องที่ทำได้ยากในบริบทเมือง

เมื่อเงื่อนไขพื้นฐานยังเป็นเช่นนี้ การขยายไปสู่การเลี้ยงไก่หรือสัตว์เพื่อบริโภคจึงยิ่งทำได้ยาก ทั้งในแง่พื้นที่ กฎหมาย และผลกระทบต่อชุมชน

ข้อเท็จจริงจากหน่วยงานรัฐและงานวิจัยไปในทิศทางเดียวกัน การปลูกผักเลี้ยงสัตว์ช่วยลดรายจ่ายและเพิ่มความมั่นคงอาหารได้ในระดับหนึ่ง แต่ไม่สามารถทดแทนระบบอาหารทั้งหมด โดยเฉพาะในสังคมเมืองที่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่ เวลา รายได้ และกฎหมาย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...