อินฟอร์มาฯจัด ‘FHT2026’ หนุนท่องเที่ยวฝ่าสงคราม
สงครามกระทบซัพพลายเชนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว “อินฟอร์มาฯ” เผยภาคท่องเที่ยวตัวเลขต่างชาติเที่ยวไทยยังแข็งแกร่ง ระยะสั้นแนะภาครัฐปรับกลยุทธ์มุ่งโฟกัสกลุ่มนักเดินทางระยะใกล้โซนตะวันออก ชูจุดขายปลอดภัย-คุ้มค่า พร้อมรุกขายเวลเนสจับนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนัก พักนาน เตรียมโหมจัดงาน Food & Hospitality Thailand 2026 วันที่ 19-22 ส.ค. 69 หวังเชื่อมโยงธุรกิจโรงแรม อาหาร เครื่องดื่ม ร้านอาหาร ค้าปลีก สปา การบริการ พร้อมสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้จับคู่ธุรกิจ
นางสาวสุภาภรณ์ อังศรีสุรพร ผู้จัดการฝ่ายบริหารโครงการอาวุโส อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย ผู้จัดงาน Food & Hospitality Thailand (FHT) เปิดเผยถึงภาพรวมของธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว ทั้งโรงแรม และร้านอาหารในสถานการณ์สงครามสหรัฐ-อิหร่านในขณะนี้ว่า สงครามที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปในทุกธุรกิจที่ต้องหาทางรับมือและปรับตัว แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกลับเป็นภาพสะท้อนพื้นฐานอันแข็งแกร่งของการท่องเที่ยวไทยอย่างมีนัย
อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นภาครัฐและผู้ประกอบการควรปรับกลยุทธ์ โดยหันมาโฟกัสกลุ่มนักเดินทางระยะใกล้และโซนตะวันออก เช่น จีน มาเลเซีย รัสเซีย อินเดีย เกาหลีใต้ ฯลฯ มากขึ้น เนื่องจากนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ยังมีกำลังซื้อ เดินทางมาเที่ยวได้สะดวก และมองการท่องเที่ยวไทยว่ามีความคุ้มค่า (Value for Money)
โดยเร่งออกมาตรการกระตุ้น ปรับแผนการสนับสนุนและส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยในมิติใหม่ ๆ ทั้งการอำนวยความสะดวก ตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็นพื้นที่ปลอดภัย (Safe Haven) สร้างจุดขายในด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม อาหาร และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ซึ่งมีมูลค่าสูงและเติบโตอย่างก้าวกระโดดทั่วโลก ซึ่งจากปัจจัยเบื้องต้นทำให้มีแนวโน้มการพักระยะยาวมากขึ้น
นางสาวสุภาภรณ์กล่าวด้วยว่า ล่าสุดสมาคมโรงแรมไทยให้ข้อมูลว่าจะยังไม่มีการปรับขึ้นราคาห้องพักในช่วงนี้ แม้ภาระต้นทุนจะสูงขึ้นและจะเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับลูกค้า เช่น การพัก 3 คืน จ่าย 2 คืน หรือแถมบริการสปาและอาหาร เพื่อจูงใจและสร้างความรู้สึกคุ้มค่า เพื่อให้ลูกค้าเข้าพักนานขึ้น
“สถานการณ์วันนี้เป็นอีกบททดสอบที่ภาคการท่องเที่ยวต้องเผชิญ อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นก็ต้องมีข้อยุติ ดังนั้นผู้ประกอบการท่องเที่ยวและบริการจึงต้องเตรียมพร้อม ปรับตัว และพัฒนาศักยภาพตนเองอยู่ตลอดเวลา เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่จะกลับมาหลังเหตุการณ์คลี่คลาย เราต้องไม่ลืมว่าประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวโลกและไม่ใช่การมาเพียงครั้งเดียว”
นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ยังต้องการกลับมาเที่ยวไทย เพื่อค้นหาประสบการณ์ที่ให้คุณค่าสูงขึ้น (High-Quality Experiences) และมีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น (Personalization) ผู้ประกอบการจึงต้องยกระดับบริการ สร้างคุณค่าและประสบการณ์ที่ตอบสนองต่อความต้องการของนักท่องเที่ยวเหล่านี้ด้วย
นางสาวสุภาภรณ์กล่าวเพิ่มอีกว่า จากปัจจัยข้างต้นนี้ ทำให้การจัดงาน Food & Hospitality Thailand (FHT) 2026 จึงยังคงความสำคัญในฐานะศูนย์รวมและจุดเชื่อมโยงทุกภาคส่วนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โรงแรม อาหาร เครื่องดื่ม ร้านอาหาร ค้าปลีก สปา และการบริการ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดในการจัดงาน “All Sectors, One Destination” โดยปีนี้ยังได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากพันธมิตรสำคัญ ทั้งภาครัฐสมาคม องค์กรธุรกิจเอกชน บริษัทชั้นนำไทย-นานาชาติ
รวมถึงผู้ประกอบการในธุรกิจท่องเที่ยวที่จะมาร่วมจัดแสดงงาน การประชุมและสัมมนาเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ การแข่งขันเพื่อพัฒนาทักษะ และการสาธิตและเวิร์กช็อปต่าง ๆ ฯลฯ ซึ่งในการจัดงานครั้งที่ผ่านมา (2025) การจัดงานสามารถดึงดูดผู้เข้าร่วมงานซึ่งมีอำนาจในการตัดสินใจซื้อและผู้ประกอบการไทยและนานาชาติให้เข้าร่วมงานได้มากถึง 30,909 คน จาก 68 ประเทศและภูมิภาค
โดยปีนี้มีกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 19-22 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และจัดขึ้นพร้อม 2 งานใหญ่ของเอเชียคือ Hotel & Shop Plus Thailand และ HOTELEX Thailand พร้อมพาวิลเลียนนานาชาติที่เข้าร่วมเบื้องต้น 8 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา จีน อิตาลี ไต้หวัน อินเดีย แอฟริกาใต้ มาเลเซีย
“การเข้าร่วมงานดังกล่าวจึงนับเป็นโอกาสทองของผู้ประกอบการไทยที่จะได้จับคู่ธุรกิจ รับแรงบันดาลใจ รวมถึงนำสิ่งที่จัดแสดงในงาน ไม่ว่าจะเป็นนวัตกรรม วัตถุดิบ และสินค้า และโซลูชั่นจากบริษัทชั้นนำระดับโลกไปปรับใช้ในการดำเนินธุรกิจต่อไป” นางสาวสุภาภรณ์กล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อินฟอร์มาฯจัด ‘FHT2026’ หนุนท่องเที่ยวฝ่าสงคราม
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net