ไม่ธรรมดา! เปิดเส้นทาง ทนายแก้ว กับเบื้องหลังชีวิตจริง ที่ไม่เคยรู้
วันที่ 22 มกราคม 2569 เรียกได้ว่าตอนนี้กำลังเป็นกระแสร้อนแรงสำหรับทนายดังที่หลายคนรู้จัก อย่างทนายแก้ว มนต์ชัย ที่เคยออกรายการดังให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง สำหรับทนายแก้ว มีชื่อจริงว่า ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล เป็นทนายความผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายไทยที่มีพื้นฐานการศึกษาเข้มข้น จบการศึกษาทางกฎหมายครบทุกระดับ ตั้งแต่ปริญญาตรี ปริญญาโท จนถึงปริญญาเอกด้านกฎหมาย และยังสำเร็จการศึกษา เนติบัณฑิตไทย อีกด้วย
ปัจจุบันเขาเป็นที่รู้จักในวงกว้างจากบทบาทที่ปรึกษาทางกฎหมายในสื่อโทรทัศน์ โดยเฉพาะรายการ โหนกระแส ซึ่งมักเชิญมาช่วยคลี่คลายคดีสังคมที่มีความซับซ้อน อาทิ คดีฟ้องชู้ สินสมรส หมิ่นประมาท หรือประเด็นการป้องกันตัว ให้กลายเป็นเรื่องที่ประชาชนทั่วไปเข้าใจได้ง่าย
เส้นทางของทนายแก้วไม่ได้เริ่มต้นจากสายกฎหมายตั้งแต่แรก ในวัยเรียนเขาอยู่สายวิทย์-คณิต และมีความฝันอยากเป็นแพทย์ แต่เมื่อสอบไม่ติดจึงตัดสินใจเข้าศึกษาที่ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเขาได้เข้าฟังการบรรยายวิชา กฎหมายอาญา ในหัวข้อเกี่ยวกับการขืนใจกระทำชำเรา ซึ่งทำให้เขาหลงใหลในเสน่ห์ของภาษากฎหมายที่ต้องอาศัยการตีความอย่างละเอียด รอบคอบ และไม่คลุมเครือ จากเด็กหนุ่มที่เคยฝันอยากเป็นหมอ จึงเปลี่ยนเป้าหมายชีวิต มุ่งมั่นอ่านหนังสือวันละ 8-9 ชั่วโมง จนก้าวสู่ความสำเร็จในวิชาชีพทนายความ
แม้หลายคนจะรู้จักทนายแก้วจากหน้าจอทีวี แต่ผลงานที่เจ้าตัวภูมิใจที่สุดคือการทำงานเพื่อสังคมในฐานะหัวหน้าชุดช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่ ต.นาเคียน และ ต.นาซราย จ.นครศรีธรรมราช
หนึ่งในคดีสำคัญคือ คดีบ่อขยะยักษ์ ซึ่งทนายแก้วทำหน้าที่เป็นตัวแทนชาวบ้านยื่นฟ้องหน่วยงานรัฐรวม 14 หน่วยงาน กรณีบ่อขยะขนาดมหึมา เทียบเท่า 6 สนามฟุตบอล สูงราว 10 ชั้น ที่ส่งกลิ่นเหม็นและสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมายาวนานกว่า 10 ปี
แม้ระหว่างการต่อสู้จะเผชิญแรงกดดันและการข่มขู่จากผู้มีอิทธิพล แต่เขายังคงเดินหน้าคดีจนในที่สุด ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้ชาวบ้านชนะคดี ซึ่งทนายแก้วยกให้เป็นความสุขทางใจที่มีค่ามากกว่าเงินทอง
นอกเหนือจากบทบาทในศาลและในสื่อ ทนายแก้วยังสวมหมวกนักธุรกิจ โดยเป็นเจ้าของร้าน ก๋วยเตี๋ยวเป็ดเฮียแก้ว ที่ขยายกิจการไปแล้วถึง 27 สาขา ทั่วประเทศ จุดเริ่มต้นของธุรกิจนี้มาจากความทรงจำในวัยเด็กที่ชื่นชอบเป็ดพะโล้ฝีมือคุณแม่ จนพัฒนามาเป็นธุรกิจควบคู่กับอาชีพทนายความในปัจจุบัน
เรียบเรียงโดย มุมข่าว