แก้ดีเซลแพงพื้นที่ห่างไกล พลังงานเล็งเปิดซื้อผู้ค้าตาม ม.7 ตัดพ่อค้าคนกลาง
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงกรณีที่มีรายงานว่าราคาน้ำมันดีเซลในบางพื้นที่ห่างไกล เช่น จังหวัดแม่ฮ่องสอน ปรับขึ้นสูงถึง ลิตรละ 40.50 บาท ว่า สาเหตุหลักมาจากโครงสร้างการจำหน่ายที่เกี่ยวข้องกับจ๊อบเบอร์หรือผู้ค้าคนกลาง รวมถึงต้นทุนค่าขนส่งที่สูงในพื้นที่ภูมิประเทศพิเศษ
อย่างไรก็ตาม ปั๊มน้ำมันอิสระบางแห่งไม่ได้เป็นคู่ค้าประจำกับผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 จึงต้องซื้อน้ำมันผ่านจ๊อบเบอร์ในราคาตลาด เมื่อเกิดภาวะน้ำมันตึงตัว ผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่จะจัดสรรสินค้าให้กับลูกค้าประจำก่อน ส่งผลให้ผู้ค้าคนกลางต้องหาน้ำมันในราคาที่สูงขึ้น
ทั้งนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว กระทรวงพลังงานเตรียมประชุมร่วมกับผู้เกี่ยวข้องเพื่อหามาตรการบรรเทาผลกระทบ โดยอาจเปิดช่องให้ผู้ใช้จริง เช่น ผู้ประกอบการหรือสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่ห่างไกล สามารถติดต่อซื้อจากผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ได้โดยตรงในช่วงวิกฤต เพื่อลดบทบาทของคนกลางและควบคุมต้นทุนไม่ให้สูงเกินไป
ในด้านการจัดหาน้ำมันนั้น ประเทศไทยจะไม่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำมันอย่างแน่นอน เนื่องจากมีระบบบริหารจัดการด้านพลังงานที่เข้มแข็ง และมีการกระจายแหล่งนำเข้าไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ของโลก
“กระทรวงพลังงานได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบริหารความเสี่ยงโดยการหาแหล่งน้ำมันใหม่เพิ่มเติม เพื่อไม่ให้พึ่งพาแหล่งจากตะวันออกกลางเพียงอย่างเดียว ขณะเดียวกันยังใช้เครือข่ายการค้าระหว่างประเทศของกลุ่มบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ผ่านธุรกิจ Trading ซึ่งมีเครือข่ายทั่วโลก เพื่อจัดหาน้ำมันเข้าสู่ประเทศอย่างต่อเนื่อง”
สำหรับกรณีที่มีสถานีบริการน้ำมันบางแห่งจำกัดการเติมน้ำมันใส่แกลลอนเพื่อป้องกันการกักตุนนั้น ได้กำชับให้พลังงานจังหวัดทั่วประเทศประสานกับผู้ประกอบการสถานีบริการเพื่อสร้างความเข้าใจ
โดยแนวทางที่กระทรวงพลังงานเน้นย้ำคือ หากเป็นลูกค้าประจำที่มีความจำเป็นต้องใช้น้ำมัน เช่น เกษตรกรหรือชาวประมงที่ใช้เครื่องจักรในการประกอบอาชีพ สถานีบริการควรพิจารณาจำหน่ายให้ตามปกติ เพื่อไม่ให้กระทบต่อการดำรงชีพ
ขณะเดียวกันจะเพิ่มความเข้มงวดกับลูกค้าหน้าใหม่ที่นำรถบรรทุกหรือภาชนะขนาดใหญ่มาซื้อน้ำมันในปริมาณมากผิดปกติ ซึ่งอาจเข้าข่ายการกักตุนหรือเก็งกำไรในช่วงวิกฤต