โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รัฐบาลสั่งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ใช้ 6 มาตรการ สกัดเอาเปรียบผู้บริโภคจากวิกฤตตะวันออกกลาง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 09 มี.ค. เวลา 15.18 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. เวลา 08.18 น.

รัฐบาลสั่งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ยกระดับเฝ้าระวังการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าและบริการ ใช้ 6 มาตรการ สกัดเอาเปรียบผู้บริโภคจากวิกฤตตะวันออกกลาง

วันที่ 9 มีนาคม 2569 เวลา 13.25 น. บริเวณโถงกลาง ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค แถลงภายหลังการเป็นประธานการประชุมผ่านระบบออนไลน์ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ กรณีเฝ้าระวังการเอารัดเอาเปรียบประชาชนในฐานะผู้บริโภคจากสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางว่า

ได้กำชับทุกจังหวัดยกระดับการเฝ้าระวังและคุ้มครองสิทธิของประชาชนอย่างเข้มข้น การประชุมครั้งนี้ถือเป็นการสั่งการจากส่วนกลางสู่พื้นที่อย่างเป็นระบบ หลังคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคได้ประชุมกำหนดมาตรการรับมือผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจทำให้ราคาสินค้าและบริการผันผวน และเปิดช่องให้เกิดการฉวยโอกาสเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภคได้ในช่วงภาวะวิกฤต

นายสันติ กล่าวว่า การคุ้มครองผู้บริโภคไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเมื่อเกิดเหตุ แต่ต้องเดินเกมเชิงรุก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเอาเปรียบประชาชนตั้งแต่ต้นทาง โดยรัฐบาลได้กำหนด 6 มาตรการเร่งด่วน เพื่อยกระดับการดูแลผู้บริโภคทั่วประเทศ ได้แก่

  • เปิดโหมดรับเรื่องร้องทุกข์เร่งด่วนสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เพิ่มสายด่วนรับเรื่องร้องทุกข์อีก 10 คู่สาย เพื่อให้ประชาชนสามารถแจ้งปัญหาได้รวดเร็ว และได้รับการช่วยเหลือทันสถานการณ์
  • ตรวจผู้ประกอบธุรกิจทั่วประเทศ เพิ่มความถี่ในการลงพื้นที่ตรวจสอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคในชีวิตประจำวัน พร้อมเฝ้าระวังการโฆษณาที่อาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิดจนเกิดการกักตุนสินค้า หรือซื้อสินค้าในราคาที่ไม่เป็นธรรม รวมทั้งเข้มงวดตรวจสอบฉลากสินค้าและหลักฐานการซื้อขายสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เช่น ข้าวสารบรรจุถุง และถังก๊าซหุงต้ม ตลอดจนการควบคุมผู้ประกอบธุรกิจให้บริการเช่าที่พักอาศัย ไม่ให้คิดอัตราค่าสาธารณูปโภคสูงเกินไป
  • ร้านค้าต้องเปิดทางเลือกการจ่ายเงิน ขอความร่วมมือผู้ประกอบการให้ผู้บริโภคสามารถชำระเงินได้หลายช่องทาง ทั้งเงินสด บัตรเครดิต และการโอนผ่านแอปพลิเคชัน เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นหากระบบสื่อสารหรือพลังงานเกิดขัดข้อง
  • ซื้อออนไลน์ต้องปลอดภัย แนะนำให้ผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่จดทะเบียนตลาดแบบตรงกับ สคบ. โดยเฉพาะสินค้ามูลค่าสูง เช่น เครื่องประดับ ทองคำ หรือบริการลงทุน เพื่อให้สามารถแก้ไขข้อพิพาทได้อย่างเป็นธรรม
  • คุมเข้มการซื้อขายทองคำ เพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลฉลากทองคำรูปพรรณ และบูรณาการกับหน่วยงานด้านราคาสินค้าเพื่อป้องกันการฉวยโอกาสจากความผันผวนของตลาดโลก
  • เร่งสร้างภูมิคุ้มกันผู้บริโภค เดินหน้าประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรู้เท่าทันสิทธิของตนเอง ทั้งเรื่องราคา คุณภาพ และมาตรฐานสินค้าและบริการ เพื่อให้สามารถตัดสินใจบริโภคได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย

“ต้องยอมรับว่าวันนี้สินค้าบางชนิดอาจจะขาดแคลน โดยเฉพาะน้ำมัน จึงให้ผู้ว่าราชการจังหวัด กรมการค้าภายใน และสคบ. เร่งตรวจสอบ ดูแลประชาชนและผู้ประกอบกิจการโดยเฉพาะภาคการขนส่ง เพราะหากน้ำมันขึ้นราคาหรือขาดแคลน ประชาชนจะเดือดร้อน เพราะจะกระทบกับสินค้าอื่นๆ ด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดถือเป็นกลไกด่านหน้าของการคุ้มครองผู้บริโภคในพื้นที่ และการบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างส่วนกลางกับจังหวัดจะทำให้มาตรการต่าง ๆ เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม รัฐบาลจะไม่ปล่อยให้วิกฤตโลกกลายเป็นช่องทางให้ใครเอาเปรียบผู้บริโภคไทย ทุกมาตรการที่กำหนดวันนี้ คือ การปิดช่องโหว่และสร้างหลักประกันให้ประชาชนมั่นใจว่า สิทธิของผู้บริโภคจะได้รับการคุ้มครองอย่างจริงจังและเป็นธรรมในทุกสถานการณ์” นายสันติ กล่าว

ที่มา : thaigov.go.th

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...