โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

สัมภาษณ์พิเศษ : "เชษฐา" ฟันธง “ศึกพลังงาน” พิสูจน์ฝีมือ “รัฐบาลอนุทิน 2 ” ชี้ “ภท.” คุม “หมากการเมือง” ทั้งกระดาน

สยามรัฐ

อัพเดต 23 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

">

หมายเหตุ :“ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น” อาจารย์วิทยาลัยพัฒนามหานคร มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ให้สัมภาษณ์รายการ “สยามรัฐสัปดาหวิจารณ์”ออกอากาศช่องยูทูบ Siamrathonline วิเคราะห์เจาะลึก ทั้งปัญหาการเมือง และ "ปัญหาใหญ่” ที่รอพิสูจน์ฝีมือ “รัฐบาลใหม่” และนายกฯที่ชื่อ “อนุทิน ชาญวีรกูล”

ทั้งปัญหาด้านพลังงาน ผลพวงจากสงครามตะวันออกกลาง จะยืดเยื้อ จนส่งกระทบต่อไทยมากน้อยแค่ไหน ขณะเดียวกัน ความเคลื่อนไหวที่ยังอยู่ในโหมดที่ต้องจับตาทุกจังหวะ หลังก่อนและหลังวันโหวตนายกฯคนที่33 จะมีเซอร์ไพรส์ทางการเมืองตามมาหรือไม่

-จากไทม์ไลน์การเมือง เราน่าจะได้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ชื่อ "อนุทิน ชาญวีรกูล" และมีรัฐบาลใหม่ช่วงสงกรานต์พอดี แต่ขณะเดียวกันก็มีปัญหาใหญ่รออยู่ ทั้งวิกฤตเศรษฐกิจและสงครามในตะวันออกกลาง อาจารย์มองสถานการณ์วันนี้อย่างไร

สถานการณ์วันนี้เรียกได้ว่าเป็นสงครามแล้ว แม้สหรัฐอเมริกาจะเลี่ยงไปใช้คำว่า "การปฏิบัติการทางทหาร" (Operation) แต่ในความเป็นจริงคือสงคราม

เราต้องพิจารณาว่าสเกลการสู้รบระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และอิสราเอลส่งผลกระทบต่อไทยอย่างไร จากการมอนิเตอร์ตลอด 6 วันที่ผ่านมา ช่วง 3 วันแรกมีการโจมตีที่หนักหน่วงมาก สหรัฐฯ ประกาศว่าโจมตีเป้าหมายทางทหารในอิหร่านไปแล้วกว่า 2,000 จุด

แม้การสู้รบทางทหารจะยังจำกัดวงอยู่ในแถบเปอร์เซีย แต่สิ่งที่กระทบไทยรุนแรงกว่าคือมิติทางพลังงานและเศรษฐกิจ เมื่ออิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุส ซึ่งเป็นแหล่งส่งออกพลังงาน 20% ของโลก ตลาดพลังงานจึงตื่นตระหนก ราคาและหุ้นน้ำมันพุ่งสูงขึ้นจากการเก็งกำไร

ผมพบว่าความตื่นตระหนกนี้ส่งผลชัดเจน เช่น ปั๊มน้ำมันบางแห่งน้ำมันหมดเพราะคนแห่ไปเติมเต็มถังด้วยความแพนิก

- มองว่าการรับมือของรัฐบาลรักษาการภายใต้การนำของคุณอนุทินในขณะนี้ สมเหตุสมผลเพียงใด

รัฐบาลรักษาการมีอำนาจไม่เต็มตามหลักรัฐศาสตร์ แต่จากการสังเกตพบว่ารัฐมนตรีพลังงานและนายกฯ อนุทิน พยายามสร้างความเชื่อมั่นโดยประกาศตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ 15 วัน

ตัวเลข 15 วันนี้มาจากการคาดการณ์ว่าสงครามครั้งนี้เป็น "สงครามแบบอสมมาตร" (Asymmetric Warfare) ซึ่งสหรัฐฯ และอิสราเอลมีแสนยานุภาพทางเทคโนโลยีเหนือกว่าอิหร่านมาก สงครามลักษณะนี้ฝ่ายที่มีกำลังน้อยกว่าจะเริ่มสูญเสียกำลังรบในช่วง 10 วันแรก และสถานการณ์จะเริ่มซาลง

ดังนั้น การประกาศตรึงราคา 15 วันจึงสมเหตุสมผลต่อสถานการณ์ระยะแรก อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลจะลดความแพนิกได้ดีกว่านี้ ควรใช้ "โมเดลโควิด" โดยการแถลงรายวันผ่านโฆษกมืออาชีพ ระบุตัวเลขน้ำมันสำรอง แผนการจัดหา และระยะเวลาเดินทางของเรือน้ำมันให้ชัดเจน ข้อมูลที่เป็นซีรีส์แบบนี้จะทำให้คนสบายใจขึ้น

- นอกจากเรื่องพลังงาน ยังมีประเด็นความมั่นคงชายแดนไทย-กัมพูชา และความเคลื่อนไหวในภาคใต้ อาจารย์มีความกังวลอย่างไร

ปัญหาความมั่นคงชายแดนมักอาศัยช่วงชุลมุนเพื่อเคลื่อนไหว สำหรับชายแดนไทย-กัมพูชา มีข่าวว่าฝั่งกัมพูชาเติมกำลังและรถถัง T55 เข้ามา แต่ทางการข่าวระบุว่าเขาทำเพราะระแวงไทยมากกว่า

เนื่องจากไทยสามารถยึดพื้นที่ปฏิบัติการตามแนวแผนที่ 1:50,000 คืนมาได้เกือบ 100% ในช่วงการรบเมื่อเดือนธันวาคม กัมพูชาอาจใช้วิธีปั่นประสาทให้ทหารไทยเปิดฉากก่อนเพื่อไปฟ้องชาวโลก แต่ทหารไทยมีวินัยและอดทนมาก

ในแง่ศักยภาพ กัมพูชาเปิดศึกใหญ่กับไทยยากเพราะคลังแสงถูกทำลายไปกว่า 70-80% ในรอบที่แล้ว และต้องนำเข้าอาวุธจากจีนเพียงอย่างเดียว ซึ่งจีนเองก็วางตัวเป็นกลาง ประกอบกับเศรษฐกิจกัมพูชาซบเซาจากการถูกบีบเรื่องสแกมเมอร์และการปิดด่านชายแดน ทำให้ขาดงบประมาณจัดซื้ออาวุธ ผมประเมินว่าในรอบ 60 วันนี้ กัมพูชาทำได้เพียงแค่ก่อกวน ไม่สามารถเปิดศึกใหญ่ได้

- ในส่วนของการเมืองเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล ดูเหมือนจะนิ่งแล้วจริงหรือไม่

จบไปแล้วครับ การเจรจาหลังบ้านจบตั้งแต่วันเลือกตั้ง ตัวเลข ส.ส. รอบนี้ห่างกันมาก พรรคภูมิใจไทยมี 192 เสียง ทิ้งห่างพรรคอันดับสองคือพรรคประชาชนที่มี 120 เสียง ถึง 72 เสียง รัฐบาลภายใต้การนำของ "ค่ายสีน้ำเงิน" จะมีประมาณ 298 เสียง จากการรวมกับเพื่อไทย (74 เสียง) และพรรคเล็กอื่นๆ

ตามทฤษฎี รัฐบาลที่มีเสียงใกล้ 300 เสียงถือว่าแข็งแกร่งมาก เพราะแม้จะมี ส.ส. ที่เป็นรัฐมนตรีขาดประชุม คะแนนเสียงที่เหลือก็ยังเกินกึ่งหนึ่ง ทำให้สภาไม่ล่ม

- จะเกิดปัญหา "เผด็จการรัฐสภา" เหมือนในอดีตหรือไม่ โดยเฉพาะบทบาทของคุณเนวินในฐานะเจ้าของพรรค

สมัยคุณทักษิณเป็นรัฐบาลพรรคเดียว 370 กว่าเสียง จึงเกิดเผด็จการรัฐสภาได้ง่าย แต่รอบนี้เป็นรัฐบาลผสม และพรรคภูมิใจไทยมี "มุ้งบ้านใหญ่" กว่า 68 ตระกูล ซึ่งมีคนพร้อมเป็นรัฐมนตรีกว่า 20 คน

โควตารัฐมนตรีที่มี 35 ตำแหน่ง เมื่อแบ่งให้พรรคร่วมแล้ว จะเหลือที่นั่งให้ภูมิใจไทยเพียง 19-20 ตำแหน่ง ซึ่งไม่พอจัดสรรให้บ้านใหญ่ในพรรคตัวเองด้วยซ้ำ

นี่คือเหตุผลที่เขาจะไม่เอาพรรคกล้าธรรม (พรรคสีเขียว) เข้ามาร่วมในตอนนี้เพราะที่นั่งไม่พอ โจทย์ที่ยากที่สุดของภูมิใจไทยคือการบริหารจัดการมุ้งบ้านใหญ่ในพรรคตัวเองให้สงบ

ส่วนพรรคกล้าธรรมอาจรอจังหวะเป็น "ก๊อกสอง" ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจปีหน้าเพื่อสอยพรรคเพื่อไทยแล้วเสียบแทน

-ยุทธศาสตร์การใช้ "คนนอก" (Technocrat) เข้ามาเป็นรัฐมนตรี ยังมีความจำเป็นอยู่ไหม

การใช้คนนอกอย่าง คุณศุภจี, คุณเอกนิติ, คุณสีหศักดิ์ และอาจารย์บวรศักดิ์ ประสบความสำเร็จมากในการดึงคะแนนคนกรุงเทพฯ และเปลี่ยนภาพลักษณ์พรรคภูมิใจไทย

คุณอนุทินน่าจะใช้สูตร "5 คนนอก" ต่อไป โดยให้คนเหล่านี้เป็น "พี่เลี้ยง" คุมนโยบายให้รัฐมนตรีที่เป็นลูกหลานบ้านใหญ่ เพื่อคงความมืออาชีพและลดภาพลักษณ์การเมืองแบบเดิม

-สำหรับตำแหน่ง "รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม" อาจารย์มองคุณสมบัติไว้อย่างไร

ต้องเป็น "เทคโนแครตสายทหาร" หรือทหารอาชีพที่รู้ใจนายกฯ คุณอนุทินมีคอนเนกชันกับกองทัพสูงและกองทัพยอมรับจากฝีมือการตัดสินใจในช่วงรบกับกัมพูชาเมื่อเดือนธันวาคม

รมว.กลาโหมจะเป็นคนนอกที่เป็นเครือข่ายใกล้ชิดเพื่อคุมความมั่นคงได้อย่างเบ็ดเสร็จ

- พรรคภูมิใจไทยได้กลายเป็นผู้นำปีกอนุรักษ์นิยมใหม่อย่างเต็มตัวแล้วใช่หรือไม่

ใช่ครับ เป็นการสถาปนาความเป็นแกนนำอนุรักษ์นิยมที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาดที่สุดในรอบกว่า 20 ปี ภูมิใจไทยชนะขาดและสามารถดึงคะแนนปาร์ตี้ลิสต์จากฐานเดิมของรวมไทยสร้างชาติและพลังประชารัฐมาได้เกือบ 6 ล้านเสียง

นี่คือโมเดลที่ฝ่ายอนุรักษ์นิยมไม่เคยเห็นมาก่อนคือการชนะแบบขาดลอย อย่างไรก็ตาม การจะอยู่ครบ 4 ปีหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับผลงานหลังจากนี้เพราะรัฐบาลมักจะมีความเสื่อมตามกาลเวลา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...