โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เปิดปฏิบัติการ ‘สหรัฐ’ ไล่ล่ากองเรือเงา เรือเถือนลอบขนน้ำมันไป ’จีน‘

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ในห้วงเวลาที่ระเบียบโลกกำลังถูกท้าทาย มหาสมุทรที่เคยเป็นเส้นทางพานิชย์กลับกลายเป็นสมรภูมิระทึกขวัญ เมื่อ "สหรัฐอเมริกา" ตัดสินใจเปิดปฏิบัติการหักดิบ เข้ายึดเรือบรรทุกน้ำมันที่มีความเชื่อมโยงกับการค้าขายกับ "เวเนซุเอลา" ไปแล้วอย่างน้อย 7 ลำ

เว็บไซต์แอตแลนติกคอนซิล เผิดเผยเรื่องราวของการไล่ล่า "กองเรือเงา" (Shadow Fleet) เครือข่ายเรือลึกลับที่ลอบขนน้ำมันข้ามพรมแดนเพื่อหล่อเลี้ยงมหาอำนาจอย่างจีน และรัฐที่ถูกคว่ำบาตรอย่างอิหร่าน รัสเซีย และเวเนซุเอลา โดยเดิมพันครั้งนี้คือ ทำให้เห็นภาพการใช้ "อำนาจทางทหาร" เข้าข่มขู่ในแบบที่โลกต้องจับตามอง

สหรัฐไล่ล่า ‘กองเรือเงา‘

สถิติจาก S&P Global เผยให้เห็นตัวเลขที่น่าตกใจว่า 1 ใน 5 ของเรือขนส่งน้ำมันทั่วโลก กำลังลักลอบขนส่งน้ำมันเถื่อนเพื่อเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร แม้สำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศ (OFAC) จะพยายามสั่งแบนเพียงใด แต่กองเรือเหล่านี้ยังคงแล่นฉลุย ปฏิบัติการล่าสุดของสหรัฐ จึงทวีความรุนแรงขึ้นถึงขั้นไล่ล่ากันกลางมหาสมุทรภายใต้สายตาอันจับจ้องของรัสเซีย

ภาพความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุดเมื่อ ฌอน พาร์เนลล์ โฆษกเพนตากอน ออกมาประกาศกร้าวผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า สหรัฐจะ "ไล่ล่าและสกัดกั้นกองเรือเงาทั้งหมดในวันและเวลาที่เราเลือก" ทิ้งไว้เพียงคำถามสำคัญที่สั่นสะเทือนวงการกฎหมายระหว่างประเทศว่า "สหรัฐเอาอำนาจอะไรมาไล่จับเรือเหล่านี้?" และ "จับมาแล้วจะจัดการต่ออย่างไร?"

แม้ว่าเจ้าหน้าที่สหรัฐจะยื่นหมายจับเพื่อเข้าจับกุมเรือบรรทุกน้ำมันอีกหลายสิบลำที่มีความเชื่อมโยงกับเวเนซุเอลาแล้วก็ตาม

ในขณะนี้มีเพียงเรือ 2 ลำที่ได้รับการเปิดเผย คือ การเข้าจับกุมเรือ Adisa และเรือ Marinera โดยเรือทั้ง 2 ลำถูกคว่ำบาตรจากการสนับสนุน ฮิซบอลลาห์และกองกำลัง Quds Force หนึ่งในหน่วยงานของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน นอกจากนี้ ยังมีเรืออีกอย่างน้อย 3 ลำ ได้แก่เรือ M/T Sophia, Minerva M และ Sagitta ที่ถูกคว่ำบาตรเมื่อเดือนม.ค.2025 ตามมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐต่อรัฐเซีย

ภายใต้หน้าฉากของการยึดเรือชื่อดัง อย่าง Adisa หรือ Marinera ที่พัวพันกับกลุ่มฮิซบอลลาห์และหน่วยรบพิเศษคุดส์ (Quds) เป็นกองกำลังสังกัด IRGC

เรียกได้ว่าตอนนี้ สหรัฐกำลังเดินเกมที่ซับซ้อน ปกติแล้วพระราชบัญญัติอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉิน (IEEPA) จะไม่ให้อำนาจยึดทรัพย์สินยกเว้นในภาวะสงคราม แต่ทางการสหรัฐกลับเลือกใช้ "กฎหมายริบของกลางทางแพ่ง" เป็นอาวุธหลัก โดยอ้างว่าเรือเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนการก่อการร้าย

ทว่าความยากไม่ได้อยู่ที่การเข้ายึด แต่อยู่ที่ "ภาระการพิสูจน์" รัฐบาลสหรัฐต้องแสดงหลักฐานต่อศาลให้ชัดเจนว่าเรือเหล่านี้ทำผิดจริง ท่ามกลางการคัดค้านจากเหล่าเจ้าของเรือนอมินีและผู้เช่าเหมาลำ รวมถึงข้อเรียกร้องจากเหยื่อก่อการร้ายที่ต้องการให้เอาทรัพย์สินเหล่านี้มาชดใช้ความเสียหาย มากกว่าจะให้ตกเป็นของรัฐ

เจาะลึกวิธีพรางตัวของ ‘กองเรือเงา’

การที่เรือขนส่งน้ำมันผิดกฎหมายจะแล่นผ่านน่านน้ำสากลโดยไม่ถูกจับได้นั้น พวกเขาไม่ได้พึ่งพาแค่โชค แต่มี "คู่มือพรางตัว" ที่ซับซ้อนเพื่อพรางตัวจากเรดาร์และกฎหมาย

วิธีการแรกๆ คือ การสวมสิทธิ์ ‘ธงปลอม’ (False Flagging) นี่คือวิธีที่คลาสสิกและนิยมที่สุด เรือในกองเรือเงาจะทำการจดทะเบียนกับประเทศที่ไม่เข้มงวด หรือที่ร้ายกว่านั้นคือ "การแอบอ้างสวมธง" ของประเทศอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต

เคสตัวอย่าง คือเรือ Skipper แอบอ้างใช้ธงชาติกายอานาเพื่อสร้างความชอบธรรมในการเดินเรือ แต่เมื่อถูกตรวจสอบกลับพบว่าเป็นการแอบอ้างฝ่ายเดียว เพื่อหวังใช้ความคุ้มครองทางกฎหมายทางทะเลระหว่างประเทศ

ถัดมาคือ ปฏิบัติการ ‘กิ้งก่าเปลี่ยนสี’ กลางทะเล เมื่อรู้ตัวว่ากำลังถูกไล่กวดหรือถูกจับตามอง ลูกเรือจะทำการ "เปลี่ยนอัตลักษณ์" ของเรืออย่างกะทันหัน

เช่นการทาสีใหม่ในไม่กี่ชั่วโมง โดยมีรายงานว่าเรือบางลำถึงขั้นเร่งรีบทาสีธงชาติ เช่น ธงรัสเซีย ลงบนตัวเรือในขณะที่กำลังแล่นอยู่กลางมหาสมุทรแอตแลนติก เพื่อเปลี่ยนสัญชาติเรือในทันทีหวังให้สหรัฐไม่กล้าบุกขึ้นเรือเพราะเกรงกระทบกระทั่งระหว่างประเทศ

รวมถึงขั้นเปลี่ยนชื่อเจ้าของและบริษัทนอมินี โดยการโอนกรรมสิทธิ์เรือไปมาในระหว่างที่เรือกำลังเดินทาง ผ่านบริษัทเชลล์คอมพานี (Shell Companies) ที่ตั้งขึ้นมาบังหน้า ทำให้เจ้าหน้าที่สับสนว่าใครคือเจ้าของที่แท้จริง

การใช้ ‘เครือข่ายกองเรือเงามืด’ (Dark Fleet) เรือกลุ่มนี้จะทำงานกันเป็นทอดๆ เพื่อตัดตอนเส้นทางเงินและเส้นทางสินค้า ทั้งปิดระบบระบุตัวตน โดยเรือจะปิดสัญญาณวิทยุที่ระบุตำแหน่ง เหมือนการปิด GPS ทำให้กลายเป็น "เรือล่องหน" ในระบบติดตามสากล

ถึงขั้นการถ่ายลำกลางทะเล (Ship-to-Ship Transfer) แทนที่จะเข้าจอดที่ท่าเรือซึ่งเสี่ยงต่อการตรวจคัดกรอง พวกเขาจะใช้วิธีนัดพบกันกลางมหาสมุทรเพื่อถ่ายเทน้ำมันจากเรือที่ถูกคว่ำบาตรไปยังเรืออีกลำที่ดู "สะอาด" กว่า เพื่อฟอกน้ำมันให้กลายเป็นของถูกกฎหมายก่อนส่งไปถึงมือผู้ซื้อ เช่น จีน

กองเรือลึกลับเหล่านี้ถูกออกแบบมาให้ "ไร้ตัวตน" ในระบบการเงินโลก เพื่อตัดขาดความเชื่อมโยงกับสหรัฐ โดยพวกเขาจะหลีกเลี่ยงการใช้เงินสกุลดอลลาร์ ไม่ใช้บริษัทประกันภัยของสหรัฐหรือยุโรป และไม่จ้างบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับประเทศที่คว่ำบาตร ทำให้กฎหมายปกติของสหรัฐเข้าไปเอาผิดได้ยากเพราะ "อยู่นอกเขตอำนาจ"

ภาระหนักอึ้ง หลังยึด ‘กองเรือเงา’

แม้จะยึดเรือมาได้ แต่ความท้าทายที่แท้จริงเพิ่งเริ่มต้น การจัดการเรือบรรทุกน้ำมันหนึ่งลำมีค่าใช้จ่ายมหาศาล

สหรัฐเคยเจ็บบทเรียนราคาแพงจากการยึดเรือยอชต์มหาเศรษฐีรัสเซียที่ต้องจ่ายค่าดูแลสูงถึง 32 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 1,100 ล้านบาทต่อลำ แล้วถ้าต้องดูแล "กองเรือ" ทั้งฝูงล่ะ

ดังนั้นค่าบำรุงรักษาและค่าประกันภัยเรือเก่าคร่ำครึเหล่านี้อาจกลายเป็นหลุมดำที่สูบเงินงบประมาณจนอ่วม

ด้วยเหตุนี้ “มาร์โก รูบิโอ” รมว.ต่างประเทศสหรัฐจึงเสนอไอเดียที่แหวกแนวอย่างการ "ส่งคืนเรือให้เวเนซุเอลา" เพื่อตัดภาระในระยะสั้น

อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลสหรัฐยังไม่สามารถหาทางออกด้านโลจิสติกส์ที่ยั่งยืนได้ ปฏิบัติการไล่ล่ากองเรือเงาครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์นี้ อาจเป็นได้เพียงชัยชนะทางสัญลักษณ์ที่ต้องแลกมาด้วยต้นทุนที่ประเมินค่าไม่ได้

อ้างอิง atlanticcouncil

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...