โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Garmin ทำสถิติรายได้สูงสุดในปี 2568 แตะ 7.25 พันล้านดอลลาร์ โตขึ้น 15% ขณะที่ตลาดไทยเติบโตโดดเด่นกว่า 45% รับเทรนด์สุขภาพและเอาต์ดอร์

Positioningmag

อัพเดต 11 มี.ค. เวลา 04.39 น. • เผยแพร่ 11 มี.ค. เวลา 04.33 น. • PR News

Garmin ผู้ส่งมอบที่สุดของความหลากหลายทางเทคโนโลยี GPS ตั้งแต่อุตสาหกรรมการบิน ยานยนต์ การเดินทะเล ฟิตเนส และกิจกรรมกลางแจ้ง ประกาศความสำเร็จผ่านการเผยผลประกอบการประจำปี 2568 โดยบริษัทฯ สามารถสร้างรายได้รวมทั่วโลกสูงถึง 7.25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.28 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้น 15% จากปีก่อนหน้า นับเป็นรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ของบริษัทฯ ขณะที่ผลประกอบการในไตรมาสที่ 4 มีรายได้สูงถึง 2.12 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.6 หมื่นล้านบาท) เพิ่มขึ้น 17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนความต้องการผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีของ Garmin ที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในตลาดโลก โดยการเติบโตดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากกระแสความนิยมของเทคโนโลยีด้านสุขภาพ อุปกรณ์สวมใส่ และกิจกรรมกลางแจ้งที่เพิ่มขึ้นในหลายภูมิภาคทั่วโลก โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ยังคงเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของบริษัทฯ จากความสนใจของ ผู้บริโภคที่มีต่อการดูแลสุขภาพ การออกกำลังกาย และการใช้เทคโนโลยีเพื่อติดตามข้อมูลสุขภาพในชีวิตประจำวัน


เทรนด์สุขภาพ–เอาต์ดอร์มาแรง ผู้ใช้ Garmin ระดับกิจกรรมการออกกำลังกายเพิ่ม 8% ดันกลุ่มอุปกรณ์สวมใส่ โต 42%
กระแสฟิตเนส สุขภาพ และกิจกรรมกลางแจ้งที่เติบโตทั่วโลก ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อความต้องการสมาร์ตวอทช์และอุปกรณ์ติดตามสุขภาพของผู้บริโภค โดยรายงานสรุปข้อมูล Garmin Connect ประจำปี 2568 ระบุว่า ผู้ใช้งาน Garmin ทั่วโลกมีระดับกิจกรรมการออกกำลังกาย (Activity Level) เพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่กิจกรรมยอดนิยมยังคงเป็น การวิ่ง การเดิน และการปั่นจักรยาน พร้อมด้วยการเติบโตของการเล่นเวตเทรนนิงและกีฬาแร็กเกตในหลายภูมิภาค สะท้อนแนวโน้มที่ผู้บริโภคหันมาใช้เทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนการดูแลสุขภาพ การฝึกซ้อม และการติดตามข้อมูลการออกกำลังกายในชีวิตประจำวันมากขึ้น แนวโน้มดังกล่าวส่งผลให้กลุ่มผลิตภัณฑ์ฟิตเนสและอุปกรณ์สวมใส่ของ Garmin เติบโตอย่างโดดเด่น โดยในไตรมาสที่ 4 ปี 2568 รายได้ของกลุ่มผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเพิ่มขึ้นสูงถึง 42% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตอกย้ำบทบาทของ Garmin ในการนำเทคโนโลยีมาช่วยให้ผู้ใช้งานติดตามข้อมูลสุขภาพ วิเคราะห์การฝึกซ้อม และปรับพฤติกรรมเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นได้อย่างเป็นระบบผ่านอีโคซิสเต็มที่ครบครัน
ทุบสถิติรายได้สูงสุดทุกกลุ่มธุรกิจ ส่งมอบผลิตภัณฑ์กว่า 20 ล้านหน่วย พร้อมตอกย้ำศักยภาพเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้วยรางวัลระดับโลก
ตลอดปี 2568 Garmin ทำสถิติรายได้สูงสุดใหม่ในทุกกลุ่มธุรกิจของบริษัทฯ โดยกลุ่มฟิตเนสเติบโต 33% กลุ่มธุรกิจการบินเติบโต 13% กลุ่มการเดินทะเลเติบโต 10% กลุ่มยานยนต์เติบโต 9% และกลุ่มกิจกรรมกลางแจ้งเติบโต 5% สะท้อนความแข็งแกร่งของพอร์ตธุรกิจที่หลากหลายของบริษัทฯ อีกทั้ง Garmin ยังส่งมอบผลิตภัณฑ์รวมกว่า 20 ล้านหน่วยทั่วโลก ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของบริษัทฯ โดยนอกจากแรงหนุนจากกระแสสุขภาพและกิจกรรมกลางแจ้งที่เติบโตต่อเนื่องแล้ว การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องของ Garmin ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ผลักดันการเติบโตของบริษัทฯ ทั้งการยกระดับ Garmin Connect+ ด้วยฟีเจอร์ติดตามโภชนาการและข้อมูลสุขภาพเชิงลึกที่ขับเคลื่อนด้วย Garmin Active Intelligence เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพของผู้ใช้งานบนแอปพลิเคชัน Garmin Connect รวมถึงการได้รับรางวัล CES 2026 Innovation Awards มากถึง 5 รางวัลจากผลิตภัณฑ์ในหลายหมวดหมู่ อาทิ Venu 4® และ Forerunner 970® ตอกย้ำความแข็งแกร่งด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมของ Garmin พร้อมสะท้อนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทั่วโลก


คุณคลิฟตัน เพมเบิล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร การ์มิน กล่าวว่า “ปี 2568 นับเป็นอีกหนึ่งปีที่ Garmin เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง โดยบริษัทฯ สามารถทำสถิติรายได้รวมสูงสุด รายได้สูงสุดในทั้ง 5 กลุ่มธุรกิจ และกำไรจากการดำเนินงานสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ความสำเร็จเหล่านี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อ Garmin อย่างต่อเนื่อง โดยปัจจัยสำคัญมาจากการมุ่งขยายธุรกิจในหลายตลาด ควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานและมีบทบาทสำคัญต่อชีวิตประจำวันของผู้ใช้งาน สำหรับปีนี้ Garmin คาดว่าจะต่อยอดการเติบโตดังกล่าวผ่านการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าสร้างโอกาสการเติบโตในตลาดต่าง ๆ ทั่วโลก”
กระแสใส่ใจสุขภาพในเอเชียแปซิฟิกและไทยขยายตัวต่อเนื่อง หนุนดีมานด์อุปกรณ์สวมใส่
ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังคงเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของ Garmin โดยรายได้ในภูมิภาคดังกล่าวเติบโตถึง 12% ตลอดปี 2568 และเพิ่มขึ้น 8% ในไตรมาสที่ 4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนความต้องการเทคโนโลยีด้านสุขภาพ อุปกรณ์สวมใส่ และอุปกรณ์สำหรับกิจกรรมกลางแจ้งที่ขยายตัวในหลายประเทศทั่วเอเชีย และจากกระแสผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพและการออกกำลังกาย ส่งผลให้สมาร์ตวอทช์และอุปกรณ์ติดตามสุขภาพถูกใช้งานอย่างแพร่หลายในชีวิตประจำวันสำหรับประเทศไทย รายงานสรุปข้อมูล Garmin Connect ประจำปี 2568 ระบุว่า กิจกรรมยอดนิยมของชาวไทยยังคงเป็นการวิ่ง การเดิน และการฝึกความแข็งแรง นอกจากสุขภาพกาย เทรนด์สุขภาพใจก็กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นมากเช่นกัน โดยการทำสมาธิมีอัตราการเติบโตสูงที่สุดถึง 148% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อีกทั้งกีฬาประเภทแร็กเกตยังได้รับความนิยมมากขึ้น อาทิ แบดมินตันที่เติบโตถึง 116% และเทนนิสที่เติบโตถึง 65% สะท้อนรูปแบบการออกกำลังกายที่หลากหลายขึ้น และช่วยหนุนการเติบโตของตลาดอุปกรณ์สวมใส่ในประเทศอย่างต่อเนื่อง


คุณมิสซี่ ยาง ผู้จัดการประจำ การ์มิน ประเทศไทย กล่าวว่า “สำหรับประเทศไทย เราเห็นสัญญาณการเติบโตของความสนใจด้านสุขภาพและการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้ในประเทศไทยมีรายได้เติบโตขึ้นกว่า 45% ในปี 2568 อีกทั้ง ผู้บริโภคชาวไทยยังหันมาใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยติดตามข้อมูลสุขภาพและพัฒนาการฝึกซ้อมของตนเองมากขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทของสมาร์ตวอทช์และอุปกรณ์ติดตามสุขภาพที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน ในปีนี้ Garmin ประเทศไทยจึงมุ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานในหลากหลายกิจกรรม พร้อมสนับสนุนให้ผู้บริโภคชาวไทยสามารถดูแลสุขภาพและออกกำลังกายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น”
Garmin ยังคงลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ภายใต้พันธกิจ “Engineered on the inside for life on the outside” หรือการออกแบบเทคโนโลยีจากภายในเพื่อการใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ในโลกภายนอก พร้อมต่อยอดระบบนิเวศผลิตภัณฑ์และแพลตฟอร์มเพื่อยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้งานในหลากหลายบริบท ตั้งแต่ด้านสุขภาพ การออกกำลังกายไปจนถึงกิจกรรมกลางแจ้งและการใช้งานเฉพาะทาง เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการตัดสินใจด้านสุขภาพและการใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...